เรียน ผู้บังคับบัญชา
สภ.ทรายขาว..รายงานการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ตำรวจภูธรภาค 8, ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่, จังหวัดกระบี่ และ สถานีตำรวจภูธรทรายขาว อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่
วันที่ 2 ก.ย.61 พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่ ได้เดินทางเข้ารับรางวัล งานประทานรางวัล ญาณสังวร "คนดีศรีสยาม" งานประกาศรางวัลเกียรติคุณคนดีของแผ่นดินตามรอยพระยุคลบาท ครั้งที่ 7 ประจำปี 2561 "สาขา ข้าราชการไทยดีเด่น"
พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี ในรัชกาลที่ 9 ประธานอำนวยการโครงการเทิดพระเกียรติองค์ราชัน "รัฐ ราษฎร์ ร่วมใจภักดิ์ ทำความดี คืนคุณแผ่นดิน" และ สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท.) โดยนายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี ในรัชกาลที่ 9 ประธานพิธีมอบ ณ สโมสรกรมประชาสัมพันธ์ กทม.
โดยหลังพิธีประทานรางวัล นำโดย นายสมัชชา เอ่งฉ้วน พร้อมทีมงานกระบี่เคเบิ้ลทีวี จากกระบี่มุ่งหน้าสู่บริเวณงานพิธีถึงขอบเวที พร้อมสัมภาษณ์ทำข่าวนำเสนอสู่สายตาพี่น้องชาวกระบี่ อย่างรวดเร็วฉับพลันตามสไตล์ โดยสัมภาษณ์สด พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว พร้อมร่วมแสดงความยินดีกับการเข้ารับรางวัลครั้งนี้
เพื่อโปรดทราบ
พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์
ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่
วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2561
เรียน ผู้บังคับบัญชา
สภ.ทรายขาว..รายงานการตั้งจุดตรวจ- จุดสกัด การขับเคลื่อน "โครงการบ้านบ่อม่วงสีขาว (นำร่อง) ปลอดยาเสพติด" และดำเนินมาตรการ "ตัดมือตัดเท้า"
วันที่ 2 ก.ย.61 เวลา 10.30 น. ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่, พ.ต.ท.พิสิทธิ์ ปากบารา รอง ผกก.ป.สภ.ทรายขาว, พ.ต.ต.สมบูรณ์ พูนสง สวป.สภ.ทรายขาว ได้สั่งการให้ ร.ต.ต.ประคอง บริโท รอง สว.(ป.) ร้อยเวร 20, สายตรวจรถยนต์, อส.ตร. รวม 4 นาย ร่วมกันตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด เพื่อกดดัน ตรวจค้น จับกุมหากพบการกระทำผิดกฎหมาย บนถนนสายทรายขาว-บ่อม่วง พื้นที่หมู่ 4 (บ้านบ่อม่วง) ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่
ผลการปฏิบัติ ดังนี้...
- ตรวจค้นรถยนต์ 3 คัน
- ตรวจค้นรถจักรยานยนต์ 5 คัน
ผลปรากฎว่า ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใดและได้ทำการสุ่มตรวจปัสสาวะของบุคคลซึ่งต้องสงสัยว่าน่าจะผ่านการเสพยาเสพติด จำนวน 2 คน ผลการตรวจปัสสาวะเบื้องต้นด้วยชุดตรวจสารเมทแอมเฟตามีนของ สนง.ป.ป.ส. ไม่พบว่าปัสสาวะมีผลบวกแต่ประการใดทั้ง 2 คน เหตุการณ์ทั่วไปปกติ
เพื่อโปรดทราบ
พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์
ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่
สภ.ทรายขาว..รายงานการตั้งจุดตรวจ- จุดสกัด การขับเคลื่อน "โครงการบ้านบ่อม่วงสีขาว (นำร่อง) ปลอดยาเสพติด" และดำเนินมาตรการ "ตัดมือตัดเท้า"
วันที่ 2 ก.ย.61 เวลา 10.30 น. ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่, พ.ต.ท.พิสิทธิ์ ปากบารา รอง ผกก.ป.สภ.ทรายขาว, พ.ต.ต.สมบูรณ์ พูนสง สวป.สภ.ทรายขาว ได้สั่งการให้ ร.ต.ต.ประคอง บริโท รอง สว.(ป.) ร้อยเวร 20, สายตรวจรถยนต์, อส.ตร. รวม 4 นาย ร่วมกันตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด เพื่อกดดัน ตรวจค้น จับกุมหากพบการกระทำผิดกฎหมาย บนถนนสายทรายขาว-บ่อม่วง พื้นที่หมู่ 4 (บ้านบ่อม่วง) ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่
ผลการปฏิบัติ ดังนี้...
- ตรวจค้นรถยนต์ 3 คัน
- ตรวจค้นรถจักรยานยนต์ 5 คัน
ผลปรากฎว่า ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใดและได้ทำการสุ่มตรวจปัสสาวะของบุคคลซึ่งต้องสงสัยว่าน่าจะผ่านการเสพยาเสพติด จำนวน 2 คน ผลการตรวจปัสสาวะเบื้องต้นด้วยชุดตรวจสารเมทแอมเฟตามีนของ สนง.ป.ป.ส. ไม่พบว่าปัสสาวะมีผลบวกแต่ประการใดทั้ง 2 คน เหตุการณ์ทั่วไปปกติ
เพื่อโปรดทราบ
พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์
ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่
บริษัท วิคตอเรียคลิฟฟ์ ทราเวล
จัดแถลงข่าวเปิดตัวจุดดำน้ำที่มีไฮไลท์ จุดดำน้ำ แหลมทับทิม
(Leam Tubtim)
วันนี้(2 ก.ย. 2561) ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์(งานไทยเที่ยวไทย) บ.วิคตอเรียคลิฟฟ์ ทราเวล ผู้ได้รับสัมปทาน เกาะนาวโอพี ทะเลพม่า จัดแถลงข่าวเปิดจุดดำน้ำแห่งใหม่ หรือที่เรียกว่า ดงกาปังหา SEA FAN
โดยจุดดำน้ำแห่งนี้ เป็นจุดดำน้ำที่สวยงาม และได้รับการตั้งชื่อว่า แหลมทับทิม เกาะนาวโอพี เป็นเกาะแรกๆ ที่มีชื่อเสียงระดับตำนานของประเทศพม่าทั้งวิวทิวทัศน์ น้ำสวยใส หาดทรายสวย ปะการัง ดอกไม้ทะเลที่้ยังสมบูรณ์
ความเป็นมาของการตั้งชื่อเกาะ คือมีวีรบุรุษผู้หนึ่งที่ชาญฉลาดทางด้านทักษะความคิด และเก่งกาจแห่งเมียนมาร์ เขามีนามว่า Nyaung Oo phee จึงใช้นามนี้ตั้งชื่อเกาะเรียกติดต่อกันมาถึงปัจจุบันที่ตั้ง : อยู่ในเขตเมืองเกาะสอง จังหวัดตะนาวศี น่านน้ำทะเลอันดามันเมียมาร์ อ่าวเบงกอล มหาสมุทรอินเดีย อยู่ในสมาชิกจำนวน 800 กว่าเกาะ อยู่ตอนใต้ของหมู่เกาะพม่า ไม่ไกลจากหมู่เกาะสุรินทร์ รูปลักษณะเกาะคล้ายกับหัวธนู ปกคลุมไปด้วยป่าดงดิบ มีชายหาด 3 แห่ง ที่งดงามและโอบล้อมด้วยแหล่ง ประการังนานาชนิด กับฝูงปลาสวยงามมากมายหลายสายพันธุ์ เนื้อที่บนเกาะประมาณ 1500 ไร่ และมีบริวารเกาะรอบข้างอีกหลายเกาะ เช่น เกาะเรสเตอร์ / เกาะภูเขาไฟ (MacNab Island) / Macleod Island / Maclad Island / Macbride Island
ความโดดเด่น ของเกาะนาวโอพี เปรียบเสมือนมีขุมทรัพย์ประการังรอบเกาะที่มีความแตกต่างกัน ไม่เหมือนที่อื่น เช่น หาดมาดาม มีชายหาดขาวจั๊ว ทรายละเอียดดั่งผงคอฟฟี่เมท ยาวสุดสายตา ไม่ต่ำกว่า 1000 เมตร น้ำแยกเป็นสองสี ฟ้ามรกตเข้มและอ่อนงดงามที่ไม่เหมือนใคร เรียงรายไปด้วยชนิด ประการังเขากวาง และฝูงปลาหลากสี ที่คอยทักทายผู้มาเยือน...แหลมดอกไม้ สำหรับตรงนี้อยู่ปลายแหลมซ้ายมือของเกาะ ผาน้ำตกและอ่าวดอกไม้ จะพบประการังผักกาดหนาแน่น และถ้าโชคดีจะพบกับเต่าทะเลขี้ตกใจ (ที่ไม่เคยค่อยคุ้นกับผู้คนนัก) ถัดมาไม่ไกลจะพบพุ่มกาลาปังหา ที่มีหลากสี แดง ส้ม ขาว ชมพู และตลอดบริเวณมีประการังให้ชมหลากชนิด ส่วนบริเวณชายหาดหน้ารีสอร์ทที่พัก พลาดไม่ได้ครอบครัวปลาไหลมอเรย์ (Morayeel) หอยมือเสือและปลาการ์ตูน คอยถ่ายรูปคู่กับท่าน อย่าลืมห่างจากหน้าเกาะไปอีกไม่ไกล ไฮไลท์ที่ต้องหาโอกาส ถ้าสภาพทะเลคลื่นลมเป็นใจ รอบเกาะเดอะเรสเตอร์ ประการังอ่อนซ๊อฟคอลอล (Soft Coral) นี่คือความสมบูรณ์ใต้ทะเลรอบเกาะ สมญานาม "ทุ่งดอกไม้ใต้ทะเลแห่งเกาะเมียนมาร์"
โดยในการจัดแถลงข่าวในครั้งนี้ บริษัท วิคตอเรียคลิฟฟ์ ทราเวล ได้มีพิธีมอบใบประกาศสำหรับผู้ที่ได้ไปพิชิตและดำน้ำโดยใน 1 ปี จะไปได้ไม่กี่ครั้งเท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาะนาวโอพี สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 089-751-7777 ,089-752-7777,094-224-2473 ท่านจะได้ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ การเล่นน้ำทะเลสีฟ้าใส เดินบนชายหาดทราย สีขาวบริสุทธิ์ รับลมโชยอ่อนๆ ที่จะทำให้ท่านรู้สึกได้ว่า“นี่แหละคือสวรรค์ที่แท้จริง”!!
จัดแถลงข่าวเปิดตัวจุดดำน้ำที่มีไฮไลท์ จุดดำน้ำ แหลมทับทิม
(Leam Tubtim)
วันนี้(2 ก.ย. 2561) ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์(งานไทยเที่ยวไทย) บ.วิคตอเรียคลิฟฟ์ ทราเวล ผู้ได้รับสัมปทาน เกาะนาวโอพี ทะเลพม่า จัดแถลงข่าวเปิดจุดดำน้ำแห่งใหม่ หรือที่เรียกว่า ดงกาปังหา SEA FAN
โดยจุดดำน้ำแห่งนี้ เป็นจุดดำน้ำที่สวยงาม และได้รับการตั้งชื่อว่า แหลมทับทิม เกาะนาวโอพี เป็นเกาะแรกๆ ที่มีชื่อเสียงระดับตำนานของประเทศพม่าทั้งวิวทิวทัศน์ น้ำสวยใส หาดทรายสวย ปะการัง ดอกไม้ทะเลที่้ยังสมบูรณ์
ความเป็นมาของการตั้งชื่อเกาะ คือมีวีรบุรุษผู้หนึ่งที่ชาญฉลาดทางด้านทักษะความคิด และเก่งกาจแห่งเมียนมาร์ เขามีนามว่า Nyaung Oo phee จึงใช้นามนี้ตั้งชื่อเกาะเรียกติดต่อกันมาถึงปัจจุบันที่ตั้ง : อยู่ในเขตเมืองเกาะสอง จังหวัดตะนาวศี น่านน้ำทะเลอันดามันเมียมาร์ อ่าวเบงกอล มหาสมุทรอินเดีย อยู่ในสมาชิกจำนวน 800 กว่าเกาะ อยู่ตอนใต้ของหมู่เกาะพม่า ไม่ไกลจากหมู่เกาะสุรินทร์ รูปลักษณะเกาะคล้ายกับหัวธนู ปกคลุมไปด้วยป่าดงดิบ มีชายหาด 3 แห่ง ที่งดงามและโอบล้อมด้วยแหล่ง ประการังนานาชนิด กับฝูงปลาสวยงามมากมายหลายสายพันธุ์ เนื้อที่บนเกาะประมาณ 1500 ไร่ และมีบริวารเกาะรอบข้างอีกหลายเกาะ เช่น เกาะเรสเตอร์ / เกาะภูเขาไฟ (MacNab Island) / Macleod Island / Maclad Island / Macbride Island
ความโดดเด่น ของเกาะนาวโอพี เปรียบเสมือนมีขุมทรัพย์ประการังรอบเกาะที่มีความแตกต่างกัน ไม่เหมือนที่อื่น เช่น หาดมาดาม มีชายหาดขาวจั๊ว ทรายละเอียดดั่งผงคอฟฟี่เมท ยาวสุดสายตา ไม่ต่ำกว่า 1000 เมตร น้ำแยกเป็นสองสี ฟ้ามรกตเข้มและอ่อนงดงามที่ไม่เหมือนใคร เรียงรายไปด้วยชนิด ประการังเขากวาง และฝูงปลาหลากสี ที่คอยทักทายผู้มาเยือน...แหลมดอกไม้ สำหรับตรงนี้อยู่ปลายแหลมซ้ายมือของเกาะ ผาน้ำตกและอ่าวดอกไม้ จะพบประการังผักกาดหนาแน่น และถ้าโชคดีจะพบกับเต่าทะเลขี้ตกใจ (ที่ไม่เคยค่อยคุ้นกับผู้คนนัก) ถัดมาไม่ไกลจะพบพุ่มกาลาปังหา ที่มีหลากสี แดง ส้ม ขาว ชมพู และตลอดบริเวณมีประการังให้ชมหลากชนิด ส่วนบริเวณชายหาดหน้ารีสอร์ทที่พัก พลาดไม่ได้ครอบครัวปลาไหลมอเรย์ (Morayeel) หอยมือเสือและปลาการ์ตูน คอยถ่ายรูปคู่กับท่าน อย่าลืมห่างจากหน้าเกาะไปอีกไม่ไกล ไฮไลท์ที่ต้องหาโอกาส ถ้าสภาพทะเลคลื่นลมเป็นใจ รอบเกาะเดอะเรสเตอร์ ประการังอ่อนซ๊อฟคอลอล (Soft Coral) นี่คือความสมบูรณ์ใต้ทะเลรอบเกาะ สมญานาม "ทุ่งดอกไม้ใต้ทะเลแห่งเกาะเมียนมาร์"
โดยในการจัดแถลงข่าวในครั้งนี้ บริษัท วิคตอเรียคลิฟฟ์ ทราเวล ได้มีพิธีมอบใบประกาศสำหรับผู้ที่ได้ไปพิชิตและดำน้ำโดยใน 1 ปี จะไปได้ไม่กี่ครั้งเท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาะนาวโอพี สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 089-751-7777 ,089-752-7777,094-224-2473 ท่านจะได้ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ การเล่นน้ำทะเลสีฟ้าใส เดินบนชายหาดทราย สีขาวบริสุทธิ์ รับลมโชยอ่อนๆ ที่จะทำให้ท่านรู้สึกได้ว่า“นี่แหละคือสวรรค์ที่แท้จริง”!!
ดร.สมบูรณ์ กว้างทุ่ง เมื่อวันที่2กันยายน2561 ได้รับเกียรติเชิญเข้ารับรางวัลทำความดี
จาก ท่าน กำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี ในรัชกาลที่9 ท่านได้มอบรางวัล คนดี รัตนโกสินทร์ แห่งปี ท่านให้การพิจารณารางวัลที่ให้เพื่อเป็นเกียรติ ต่อดร.สมบูรณ์ กว้างทุ่ง. ให้เป็นบุคคลต้นแบบผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมดีเด่น มอบให้เพื่อเป็นเกียรติและวงตระกูล ต่อไป ต้องขอขอบพระคุณ ที่ได้เรงเห็นความดีที่ ได้พัฒนาที่ดีต่อสังคมด้วยดีที่ปฎิบัติมา
จาก ท่าน กำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี ในรัชกาลที่9 ท่านได้มอบรางวัล คนดี รัตนโกสินทร์ แห่งปี ท่านให้การพิจารณารางวัลที่ให้เพื่อเป็นเกียรติ ต่อดร.สมบูรณ์ กว้างทุ่ง. ให้เป็นบุคคลต้นแบบผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมดีเด่น มอบให้เพื่อเป็นเกียรติและวงตระกูล ต่อไป ต้องขอขอบพระคุณ ที่ได้เรงเห็นความดีที่ ได้พัฒนาที่ดีต่อสังคมด้วยดีที่ปฎิบัติมา
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2561 ท่านกำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี ในรัชการที่ 9 ได้เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล คนดีศรีสยาม ในโครงการเทิดพระเกียรติองค์ราชัน “รัฐ ราษฎร์ ร่วมใจภักดิ์ ทำความดี คืนคุณแผ่นดิน และสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.ทช)”
ร่วมกันจัดงานประทานรางวัล ญาณสังวร “คนดีศรีสยาม”
เป็นงานประกาศเกียรติคุณคนดีของแผ่นดินตามรอยพระยุคลบาท ครั้งที่ 7 ประจำปีพุทธศักราช 2561 ณ.ห้องประชุมสโมสรกรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์
ในโอกาสนี้ นายนิพลฐ์ สุขภิบาล ทนายความและกรรมการผู้จัดการบริษัท กฎหมายธรรมภิบาล จำกัด ซึ่งก็เป็นบุคคลหนึ่งที่ได้ทุ่มเททำงานเพื่อสังคม เกี่ยวกับด้านกฎหมาย การทำนุบำรุงศาสนา การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ตลอดทั้งการส่งเสริมการศึกษาและกีฬาให้กับเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ถิ่นธุระกันดาร และห่างไกลความเจริญ มาโดยตลอด ได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลคนดีศรีสยาม ในสาขา “ผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ” ด้วย
ร่วมกันจัดงานประทานรางวัล ญาณสังวร “คนดีศรีสยาม”
เป็นงานประกาศเกียรติคุณคนดีของแผ่นดินตามรอยพระยุคลบาท ครั้งที่ 7 ประจำปีพุทธศักราช 2561 ณ.ห้องประชุมสโมสรกรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์
ในโอกาสนี้ นายนิพลฐ์ สุขภิบาล ทนายความและกรรมการผู้จัดการบริษัท กฎหมายธรรมภิบาล จำกัด ซึ่งก็เป็นบุคคลหนึ่งที่ได้ทุ่มเททำงานเพื่อสังคม เกี่ยวกับด้านกฎหมาย การทำนุบำรุงศาสนา การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ตลอดทั้งการส่งเสริมการศึกษาและกีฬาให้กับเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ถิ่นธุระกันดาร และห่างไกลความเจริญ มาโดยตลอด ได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลคนดีศรีสยาม ในสาขา “ผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ” ด้วย
วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2561
"ย่างก้าวการทำฝนในอาเซียน : อินโดนีเซียเชิญฝนหลวงฯ ศึกษาดูงานการทำฝน พร้อมแลกเปลี่ยนและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน!!
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในฐานะศูนย์กลางด้านการดัดแปรสภาพอากาศในภูมิภาคอาเซียน เดินทางไปติดตามการนำเทคโนโลยีฝนหลวงไปใช้ในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการทำฝน ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 1 กันยายน 2561 เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการทำฝนของไทย
วันที่ 1 กันยายน 2561 เวลา 09.00 น. นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศระดับภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2561 (ASEAN Workshop on Weather Modification 2018) ประกอบด้วย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมา สิงคโปร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลีใต้ และองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization : WMO) ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการดัดแปรสภาพอากาศในภูมิภาคอาเซียน
และตกลงในการทำโครงการวิจัยร่วมกัน ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการดัดแปรสภาพอากาศและเทคโนโลยีเกี่ยวกับการทำฝนด้วยนั้น สาธารณรัฐอินโดนีเซียซึ่งเป็น 1 ในสมาชิกภูมิภาคอาเซียน จึงได้เชิญกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในนามตัวแทนของประเทศไทยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเทคโนโลยีการทำฝนกับสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้รับเกียรติจาก Dr. Hammam Riza Deputy of Natural Resources and Development Technology, BPPT. อธิบดีกรมทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาเทคโนโลยี ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์ และ Dr. Tri Handoko Seto ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคการดัดแปรสภาพอากาศ ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคการดัดแปรสภาพอากาศ (National Laboratory for Weather Modification Technology : BPPT) กรุงจาการ์ตา โดยได้นำเสนอเทคโนโลยีการทำฝนของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้แก่ เทคโนโลยีการพ่นสารจากพื้นสู่อากาศ (Ground Based Generator) การทำฝนโดยใช้พลุสารดูดความชื้น (แคลเซียมคลอไรด์) และเทคนิคการโปรยสาร จากที่เคยได้มาศึกษาที่ประเทศไทย ซึ่งทางอินโดนีเซียได้นำไปปรับใช้ประโยชน์ในการเพิ่มปริมาณฝนเพื่อการชลประทานการสร้างไฟฟ้าพลังน้ำ การแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควัน และการลดปริมาณฝนในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย
โอกาสนี้ คณะเจ้าหน้าที่จากกรมฝนหลวงและการบินเกษตรและสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงจาการ์ตา ได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยีการทำฝนการดัดแปรสภาพอากาศ และลงพื้นที่ศึกษาเทคโนโลยีเทคโนโลยีการพ่นสารจากพื้นสู่อากาศ Ground Based Generator และการทำฝนโดยใช้พลุสาร ดูดความชื้น ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีความเห็นว่า เทคโนโลยี Ground Based Generator สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ที่ค่อนข้างสูงและอับฝนของประเทศไทย โดยจะทำการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อนำไปทดลองใช้กับพื้นที่ลักษณะข้างต้น อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ทำให้ได้ทราบว่า การทำฝนของทางอินโดนีเซียเป็นการดำเนินงานโดยหน่วยงานที่ทำฝนโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการว่าจ้างจากหน่วยงานที่มีความต้องการฝนเพื่อใช้ประโยชน์ ในด้านต่าง ๆ และคิดอัตราการดำเนินงานด้วยงบประมาณ 400,000 – 500,000 บาทต่อวัน ทั้งนี้ ประเทศไทยและอินโดนีเซีย จะร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องความร่วมมือทั้งของสองประเทศภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของ
ประเทศไทย และกระทรวงเกษตรของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ขณะเดียวกันยังเป็นการปฏิบัติตามกรอบการประชุม ASEAN Workshop on Weather Modification ที่จะมีการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีงานวิจัย มีโครงการวิจัยร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการแลกเปลี่ยนการพัฒนาบุคลากรเฉพาะทางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย นายสุรสีห์ กล่าวทิ้งท้าย
*******************************
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร
1 กันยายน 2561!!
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในฐานะศูนย์กลางด้านการดัดแปรสภาพอากาศในภูมิภาคอาเซียน เดินทางไปติดตามการนำเทคโนโลยีฝนหลวงไปใช้ในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการทำฝน ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 1 กันยายน 2561 เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการทำฝนของไทย
วันที่ 1 กันยายน 2561 เวลา 09.00 น. นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศระดับภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2561 (ASEAN Workshop on Weather Modification 2018) ประกอบด้วย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมา สิงคโปร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลีใต้ และองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization : WMO) ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการดัดแปรสภาพอากาศในภูมิภาคอาเซียน
และตกลงในการทำโครงการวิจัยร่วมกัน ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการดัดแปรสภาพอากาศและเทคโนโลยีเกี่ยวกับการทำฝนด้วยนั้น สาธารณรัฐอินโดนีเซียซึ่งเป็น 1 ในสมาชิกภูมิภาคอาเซียน จึงได้เชิญกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในนามตัวแทนของประเทศไทยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเทคโนโลยีการทำฝนกับสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้รับเกียรติจาก Dr. Hammam Riza Deputy of Natural Resources and Development Technology, BPPT. อธิบดีกรมทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาเทคโนโลยี ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์ และ Dr. Tri Handoko Seto ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคการดัดแปรสภาพอากาศ ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคการดัดแปรสภาพอากาศ (National Laboratory for Weather Modification Technology : BPPT) กรุงจาการ์ตา โดยได้นำเสนอเทคโนโลยีการทำฝนของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้แก่ เทคโนโลยีการพ่นสารจากพื้นสู่อากาศ (Ground Based Generator) การทำฝนโดยใช้พลุสารดูดความชื้น (แคลเซียมคลอไรด์) และเทคนิคการโปรยสาร จากที่เคยได้มาศึกษาที่ประเทศไทย ซึ่งทางอินโดนีเซียได้นำไปปรับใช้ประโยชน์ในการเพิ่มปริมาณฝนเพื่อการชลประทานการสร้างไฟฟ้าพลังน้ำ การแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควัน และการลดปริมาณฝนในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย
โอกาสนี้ คณะเจ้าหน้าที่จากกรมฝนหลวงและการบินเกษตรและสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงจาการ์ตา ได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยีการทำฝนการดัดแปรสภาพอากาศ และลงพื้นที่ศึกษาเทคโนโลยีเทคโนโลยีการพ่นสารจากพื้นสู่อากาศ Ground Based Generator และการทำฝนโดยใช้พลุสาร ดูดความชื้น ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีความเห็นว่า เทคโนโลยี Ground Based Generator สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ที่ค่อนข้างสูงและอับฝนของประเทศไทย โดยจะทำการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อนำไปทดลองใช้กับพื้นที่ลักษณะข้างต้น อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ทำให้ได้ทราบว่า การทำฝนของทางอินโดนีเซียเป็นการดำเนินงานโดยหน่วยงานที่ทำฝนโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการว่าจ้างจากหน่วยงานที่มีความต้องการฝนเพื่อใช้ประโยชน์ ในด้านต่าง ๆ และคิดอัตราการดำเนินงานด้วยงบประมาณ 400,000 – 500,000 บาทต่อวัน ทั้งนี้ ประเทศไทยและอินโดนีเซีย จะร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องความร่วมมือทั้งของสองประเทศภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของ
ประเทศไทย และกระทรวงเกษตรของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ขณะเดียวกันยังเป็นการปฏิบัติตามกรอบการประชุม ASEAN Workshop on Weather Modification ที่จะมีการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีงานวิจัย มีโครงการวิจัยร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการแลกเปลี่ยนการพัฒนาบุคลากรเฉพาะทางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย นายสุรสีห์ กล่าวทิ้งท้าย
*******************************
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร
1 กันยายน 2561!!
ชาวบ้านสุดทนร้องสื่อให้ ทหาร”ตำรวจ”ตรวจสอบบ่อนการพนันเปิดเย้ยกฎหมาย ย่าน ถ.รามอินทรา 40
วันที่ 1 กันยาบน 2561 ชาวบ้านย่านรามอินทรา ได้เข้าร้องเรียนกับทางผู้สื่อข่าวให้ ทหาร-ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ โต๊ะสนุ้ก ซอยรามอินทรา 40 มีบ่อนการพนันผู้มีอิทธิพลมาเปิดเล่นเย้ยกฎหมายในพื้นที่ สน.โคกคราม เปิดเป็นบ่อนการพนัน!!ไฮโล!!เสือมังกร!!พนันฟุตบอล โดยมีนักพนันจำนวนมากมามั่วสุมเล่นพนันมานาน เกรงว่าจะทำให้เกิดอาชญากรประเภทต่าง ๆในพื้นที่ ทั้งปัญหาเรื่อง!!ลักเล็กขโมยน้อยและยาเสพติด!!
ชาวบ้านแจ้งว่าบ่อนดังกล่าวมีลักษณะเป็นโต๊ะสนุ้กห้องโถงมีและเป็น!!โต๊ะไฮโล!!เสือมังกร!!พนันฟุตบอล โดยบ่อนดังกล่าวเปิดมานานเปิดมาหลายเดือนแล้ว มักจะมีพวกนักพนันเดินทางมาเล่นทั้งกลางวันกลางคืน โดยเฉพาะในพื้นที่นี้มีประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนในแต่ละวันจะมีรถจักรยานยนต์วิ่งเข้าออกเป็นจำนวนมาก
จึงอยากจะฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวว่าเป็นบ่อนการพนันจริงหรือไม่หากเป็นบ่อนการพนันจริงก็ให้รีบดำเนินการจับกุมอย่าให้บ่อนแห่งนี้เปิดเย้ยกฎหมายอีกต่อไป
วันที่ 1 กันยาบน 2561 ชาวบ้านย่านรามอินทรา ได้เข้าร้องเรียนกับทางผู้สื่อข่าวให้ ทหาร-ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ โต๊ะสนุ้ก ซอยรามอินทรา 40 มีบ่อนการพนันผู้มีอิทธิพลมาเปิดเล่นเย้ยกฎหมายในพื้นที่ สน.โคกคราม เปิดเป็นบ่อนการพนัน!!ไฮโล!!เสือมังกร!!พนันฟุตบอล โดยมีนักพนันจำนวนมากมามั่วสุมเล่นพนันมานาน เกรงว่าจะทำให้เกิดอาชญากรประเภทต่าง ๆในพื้นที่ ทั้งปัญหาเรื่อง!!ลักเล็กขโมยน้อยและยาเสพติด!!
ชาวบ้านแจ้งว่าบ่อนดังกล่าวมีลักษณะเป็นโต๊ะสนุ้กห้องโถงมีและเป็น!!โต๊ะไฮโล!!เสือมังกร!!พนันฟุตบอล โดยบ่อนดังกล่าวเปิดมานานเปิดมาหลายเดือนแล้ว มักจะมีพวกนักพนันเดินทางมาเล่นทั้งกลางวันกลางคืน โดยเฉพาะในพื้นที่นี้มีประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนในแต่ละวันจะมีรถจักรยานยนต์วิ่งเข้าออกเป็นจำนวนมาก
จึงอยากจะฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวว่าเป็นบ่อนการพนันจริงหรือไม่หากเป็นบ่อนการพนันจริงก็ให้รีบดำเนินการจับกุมอย่าให้บ่อนแห่งนี้เปิดเย้ยกฎหมายอีกต่อไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
























































