วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2561

“ มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนคดีคอลเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 25 และคดีโรแมนซ์สแกม ครั้งที่ 8 ”


ตามนโยบายของรัฐบาลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติปราบปรามอาชญากรรมที่มีการนำเทคโนโลยีและการสื่อสารต่างๆ เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด รวมทั้งมีแนวโน้มที่บุคคลต่างชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการกระทำผิดมากขึ้น และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีคำสั่ง ตร.ที่ 577/2561 ลงวันที่ 3 ต.ค.61 จัดตั้ง“ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.)” โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. เป็น ผอ.ศูนย์ฯ, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็น รอง ผอ.ศูนย์ฯ และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. เป็น รอง ผอ.ศูนย์ฯ ควบคุม กำกับชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ จากการปฏิบัติงานของสายด่วน 1710 ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสายด่วน 1155 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์



ได้ช่วยเหลือผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และแก๊งโรแมนซ์สแกม สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงและโอนไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายแล้วระงับไม่ให้สามารถถอนเงินออกไป และได้นำเงินคืนให้กับผู้เสียหาย จำนวนทั้งสิ้น 2 ราย รวมเป็นเงินจำนวน 197,000 บาท ได้แก่
มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน (คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์) ครั้งที่ 25
1. ผู้เสียหายในคดีของ สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่ ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงิน จำนวน 82,000 บาท ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายไว้ได้เต็มจำนวน
มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน (คดีแก๊งโรแมนซ์สแกม) ครั้งที่ 8​
1. ผู้เสียหายในคดีของ สน.โคกคราม ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงิน จำนวน 217,500 บาท ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายไว้ได้ จำนวน 115,000 บาท
สรุปจากการผลการปฏิบัติงานในการอายัดเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก็งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงไปยังบัญชีคนร้าย สามารถอายัดเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายได้ จำนวน 125 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 25,765,022.43 บาท



สรุปจากการผลการปฏิบัติงานในการอายัดเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก๊งโรแมนซ์สแกม หลอกลวงไปยังบัญชีคนร้าย สามารถอายัดเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายได้ จำนวน 14 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,726,089.10 บาท
จากสถิติการรับแจ้งเหตุคดีคอลเซ็นเตอร์ของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) รับแจ้งเหตุตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค.60 ถึงวันที่ 3 ธ.ค.61 จำนวน 506 คดี มูลค่าความเสียหาย 259,663,632.04 บาท
จากสถิติการรับแจ้งเหตุคดีโรแมนซ์สแกมของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) รับแจ้งเหตุตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.61 ถึงวันที่ 3 ธ.ค.61 จำนวน 212 คดี มูลค่าความเสียหาย
110,416,355 บาท
กรณียังมีผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง แต่ยังไม่ได้ไปร้องทุกข์ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรีบแจ้งมาที่
ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.)
ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
สายด่วน 1155 หมายเลขโทรศัพท์ 0 2251 9793 หมายเลขโทรสาร 0 2252 7881
ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สายด่วน 1710
ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 เลขที่ 422 ถนน พญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
​“ในกรณีที่รู้ตัวว่าถูกหลอกลวง ขอให้แจ้งสายด่วน 1155 และ 1710 โดยเร็วที่สุด”

//ขอบคุณข้อมูลข่าว
พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก
สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.

( นสพ.เจาะเลนส์ ) รายงาน

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561

📣📣ไขมันCasbackได้แล้ววันนี้ !!💸💸 1 กิโล 1,000บาท

  📣📣ไขมันCasbackได้แล้ววันนี้  !!💸💸
1 กิโล 1,000บาท 

กติกา 
1.เป็นตัวแทนหรือเป็นลูกค้าชายูตะ 
2.ถ่ายรูปตนเองพร้อมชั่งน้ำหนักก่อนทานชายูตะ (ระบุวันที่ไว้ด้วยนะคะ) ถือชา,ขวดชา,กล่องชา 
และหลังทานยูตะ (ระบุว่าทานกี่วัน วันไหนถึงวันไหน วันละกี่ซอง) ถ้าถ่ายรูปแบบเห็นรูปร่าง สรีระที่เปลี่ยนแปลง จะได้เปรียบนะคะ 
หากเป็นคนไม่อ้วน แต่มีค่าไขมันLDLสูง สามารถใช้แข่งขันได้นะคะ 

3.กำหนดส่งภาพได้ตั้งแต่วันที่ 15 ถึง 31 ธันวาคมนี้
4. ประกาศรายชื่อผู้ชนะ วันที่ 5 มกราคม 
5. กรรมการผู้ตัดสิน 
- ภญ.ปิยะมาศ เจ้าของผลิตภัณฑ์
- คุณ ภัทราภร กรรมการบริษัท
- เวทเทรนเนอร์จาก Fitness First

รางวัล 
ที่ 1 .... 1 กิโล เงินสด 1000฿/กิโล (1 รางวัล)
ที่ 2..... 1 กิโล เงินสด 500 บาท/ กิโล(3รางวัล)
ที่ 3......1 กิโล เงินสด 300บาท/ กิโล (5 รางวัล)

ทุกคนที่ร่วมเข้าสนุก
ให้โพสต์หน้าFBตนเอง (15-31ธ.ค) วันไหนก็ได้ พร้อมติดtag เฟซบุคนี้ ค่ะ (ปิยะมาศ เภสัช)
#ชายูตะพาลดไขมันเลว

หรือส่งรูปมาทางLine @:yuutadrink




วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2561

พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นประธานพิธีเปิด อาคารที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนนทบุรี


วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2561 เวลา 09.30 นาฬิกา
ณ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนนทบุรี



คำกล่าวประเด็นหลัก
​ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนนทบุรี ได้จัดพิธีเปิดอาคารที่ทำการตรวจคนเข้า-เมืองหลังใหม่ บนพื้นที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ที่ นบ 246 โฉนดที่ 5234 ตำบลบางขนุน อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี มีเนื้อที่ 2 ไร่ 49 ตารางวา ตั้งอยู่เลขที่ 954 หมู่ 1 ซ.ร่วมมิตร ถนนนครอินทร์ ตำบลบางขนุน อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี




​อาคารที่ทำการหลังใหม่นี้เป็นอาคาร 5 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอย 2,873 ตารางเมตร ภารกิจหลักของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนนทบุรี คืองานบริการคนต่างด้าวและงานป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี อาคารที่-ทำการหลังใหม่ของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนนทบุรี มีพื้นที่กว้างขวาง และมีความทันสมัย สามารถรองรับการให้บริการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เป็นอีกก้าวหนึ่งของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล





และให้บริการคนต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีได้อย่างทั่วถึง ตามวิสัยทัศน์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ว่า “เชื่อมต่อประชาชาติ ภายใต้ยุทธศาสตร์แห่งความมั่นคง” เพื่อสอดรับตามยุทธศาสตร์ “ไทยแลนด์ 4.0” ของรัฐบาล นั่นคือการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการทำงาน ลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการให้บริการแจ้งเตือนการอยู่เกินกำหนดในราชอาณาจักร (Overstay) ผ่านทางระบบ SMS เป็นต้น

ภาพ//ข่าว โรจนินทร์
//ขอบคุณข้อมูลข่าว
พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รองผบก.กอก.สตม.โฆษก บก.อก.สตม.

การปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันแข่งม้า ของ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันแข่งม้า (ศปพม.ตร.)

การปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันแข่งม้า
ของ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันแข่งม้า (ศปพม.ตร.)

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2561 เวลา ๑๘.๐๐ น.
ตามนโยบายของรัฐบาลด้านความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับรายงานว่ามีการลักลอบเล่นการพนันแข่งม้าในสนามม้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจมีกลุ่มบุคคลที่กระทำผิดเชื่อมโยงสัมพันธ์กับบุคคลที่มีสถานะทางสังคม ทำให้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างภาษีที่ต้องจ่ายให้กับหน่วยงานรัฐ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้จัดตั้ง “ศูนย์ป้องกันปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันแข่งม้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ( ศปพม.ตร. ) ขึ้น ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 614/๒๕๖๐ สั่ง                ณ วันที่ 10 ตุลาคม ๒๕๖๐ โดยมี พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น., พล.ต.ท.อำพล  บัวรับพร ผบช.ภ.1., พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม., พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 เป็นรองหัวหน้า, พล.ต.ต.นิธิธร  จินตกานนท์  ผบก.จร. เป็น หัวหน้าชุดปฏิบัติการ, พล.ต.ต.อาชยน      ไกรทอง ผบก.ตม.3 เป็น หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ และ พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. เป็น หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ศปพม.ตร. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ  สน.ปทุมวัน จำนวนทั้งสิ้น 125 นาย เข้าร่วมดำเนินการตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่ลักลอบเล่นการพนันแข่งม้าภายในบริเวณสนามม้าราชกรีฑาสโมสร (ปทุมวัน) ในวันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม ๒๕๖1 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึงเวลา 18.00 น. ผลการปฏิบัติสรุปได้ดังนี้ 
จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด จำนวน 11 ราย 11  คน ( เป็นเจ้ามือ 2 ราย, ผู้เล่น 9 ราย )
เชิญบุคคลมาทำประวัติ จำนวน 28 คน
ยอดคนเข้าสนามกว่า 4,822 คน  
​รายได้เข้าสนามกว่า 39.50 ล้านบาท



วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2561

เรียน ผู้บังคับบัญชา สภ.ทรายขาว..รายงานเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” บริเวณเขตพระราชฐาน

เรียน  ผู้บังคับบัญชา 
     สภ.ทรายขาว..รายงานเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” บริเวณเขตพระราชฐาน


     วันที่ 1 ธ.ค.61 เวลาประมาณ 05.00-09.00 น. ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่ นำโดย พ.ต.ท.พิสิทธิ์ ปากบารา รอง ผกก.ป.สภ.ทรายขาว พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ สภ.ทรายขาว เข้าร่วมเกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ”สายน้ำเเห่งรัตนโกสินทร์” บริเวณโดยรอบเขตพระราชฐาน บริเวณใกล้เคียงเรือนรับรองที่ประทับแหลมหางนาค บ้านคลองม่วง ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ 
     โดย พล.ต.ต.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผบก.ภ.จว.กระบี่ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยข้าราชตำรวจทุก สภ.ในสังกัด ร่วมกับหน่วยงานฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง ภาคเอกชน คณะครู-นักเรียน รร.บ้านคลองม่วงและพี่น้องประชาชน จำนวนประมาณ 700 คนเศษ ร่วมกันทำความสะอาด เก็บกวาดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล พัฒนาด้านการรักษาความสะอาดบริเวณเขตพระราชฐาน และพื้นที่บริเวณโดยรอบให้มีความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย
     เพื่อโปรดทราบ   
     พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์  
     ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่


วันนี้(1ธ.ค.61)มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยแผนกสังคมสงเคราะห์ ร่วมกับ มูลนิธิเชียงใหม่สามัคคีการกุศล จ.เชียงใหม่ ในโครงการ"แจกผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภค เพื่อสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว ในถิ่นทุรกันดาร ประจำปี2561"

วันนี้(1ธ.ค.61)มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยแผนกสังคมสงเคราะห์ 
ร่วมกับ มูลนิธิเชียงใหม่สามัคคีการกุศล จ.เชียงใหม่
ในโครงการ"แจกผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภค เพื่อสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว ในถิ่นทุรกันดาร 
ประจำปี2561" 


นำโดยคุณวุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย ผจก.มูลนิธิฯ
และ คุณศิริพร กระจ่างหล้า  ผช.หน.ผ.สังคมฯ 
ร่วมทำพิธีมอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภค จำนวน 2,000 ชุด 7 ตำบล ในอ.อมก๋อย และ อ.จอมทอง
ได้มีผู้ประสบภัยมารับการสงเคราะห์
คิดเป็นมูลค่าในการแจกจ่ายครั้งนี้(1,200,000บาท)หนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน)

โดยมี คุณวิโรจน์ เล็กกิจเจริญชัย รองประธานฯ
พร้อมคณะกรรมการฯ
พร้อม หน่วยงานราชการและผู้เกี่ยวข้องส่วนต่างๆ ร่วมในพิธีครั้งนี้.
(เสร็จสิ้นเดินทางไปแจกที่ จ.แม่ฮ่องสอนในวันพรุ่งนี้)





ปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ THAILAND’S ACTION TASKFORCE FOR INFORMATION TECHNOLOGY CRIME SUPPRESSION

ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
THAILAND’S ACTION TASKFORCE FOR INFORMATION TECHNOLOGY CRIME SUPPRESSION

  ​
             
ปฏิบัติการทลายแก๊งชาวจีนแชตตุ๋นหลอกลวงปั่นหุ้นข้ามชาติ
​ตามนโยบายของรัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้การปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวเกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  จึงได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) อำนวยการโดย พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. , พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 ,พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร., พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.บช.ภ.2, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.สส.      บก.น.4, พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี, พ.ต.ท.วัชรพล กาญจนกันทร สวญ.ตม.จว.นนทบุรี
ด้วยทาง ศปอส.ตร. ได้รับแจ้งข้อมูลจากพลเมืองดีว่าที่บ้านเลขที่ 46/112 และ 46/115 ซ.แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 32 ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มีคนต่างชาติพูดภาษาจีน เข้ารวมตัวกันจำนวนมากที่บ้านทั้งสองหลังอย่างผิดปกติ น่าเชื่อได้ว่าจะเป็นกลุ่มคนต่างด้าวเข้ามารวมตัวกันทำสิ่งผิดกฎหมายในราชอาณาจักรไทย จึงแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร.เข้าช่วยตรวจสอบ
จากการสืบสวนหาข่าวในพื้นที่พบว่า ผู้ที่พักอาศัยภายในบ้านพักหลังดังกล่าวมีจะพักอาศัยหลับนอนที่บ้านเลขที่ 46/112 และ รวมตัวกันทำงานที่บ้านเลขที่ 46/115 โดยสภาพที่พักมีลักษณะปกปิด ไม่มีการแสดงชื่อสถานที่ทำการ หรือแสดงประเภทการดำเนินกิจการใด คนกลุ่มดังกล่าวจะใช้ชีวิตอยู่แค่บ้านสองหลังเท่านั้น
ต่อมาในวันที่ 28 พ.ย.2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร. ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 46/115 ซ.แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 32  ต.บางพูด  อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบชาวจีน 16 คน เป็น ชาย 11 คน หญิง 5 คน นั่งทำงานอยู่ภายในบ้านที่บริเวณลานชั้นลอย มีลักษณะร่วมกันพูดคุยผ่านแอพพลิเคชั่น We Chat ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จากการตรวจสอบพบ เครื่องคอมพิวเตอร์ 22 เครื่อง โทรศัพท์ 156 เครื่อง และซิมการ์ดจำนวน 86 ซิม 


จาการสอบสวน ทราบว่า กลุ่มของผู้ต้องหาได้ถูกชักชวนมา ทำงานโดยทำหน้าที่พูดคุยชักชวนคนจีนในกลุ่ม WeChat ซื้อหุ้น โดยจะพูดคุยในลักษณะชักจูงให้เชื่อว่าหุ้นที่ทางกลุ่มแนะนำเป็นหุ้นที่มีราคาดี โดยหนึ่งคนจะใช้บัญชี WeChat มากกว่า 1 บัญชีเพื่อใช้ในการพูดคุย (หน้าม้า) และเมื่อผู้เสียหายชาวจีนหลงเชื่อซื้อหุ้นตามคำแนะนำจำนวนมาก ทำให้ราคาหุ้นเพิ่มราคาสูงขึ้น ทางกลุ่มก็จะเทขายหุ้นดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับการปั่นหุ้น โดยกลุ่มของผู้ต้องหาได้กำไรจากผลต่างของราคาหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไป และเปอร์เซ็นต์จากการบริการซื้อขายหุ้นจากผู้เสียหาย ชาวจีนกลุ่มนี้ได้เริ่มดำเนินการที่บ้านเลขที่ดังกล่าว เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและจับกุมได้เสียก่อน
เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ทาง ศปอส.ตร. ฝากประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนท่านใด มีข้อมูลหรือพบเห็น ชาวต่างชาติที่รวมตัวกัน และมีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าจะเข้ามาก่อเหตุ หรือรวมกลุ่มกันเป็นองค์กรอาชญากรรม สามารถแจ้งข้อมูลได้หมายเลขโทรศัพท์ สายด่วน 1155