คณะเทศบาลนครอุดรธานี ศึกษาดูงานตามโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ และ ทัศนศึกษาดูงาน หลักสูตรการเสริมสร้างศักยภาพและการบูรณาการเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย บริเวณปากคลองตลาด
วันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 เวลา 06.00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ "ผู้อำนวยการเขตพระนคร" มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร "ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร" พร้อมด้วย จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ จนท.ฝ่ายรักษาฯ และ จนท.ตำรวจ "สน.พระราชวัง" ร่วมให้การต้อนรับ คณะศึกษาดูงานจากเทศบาลนครอุดรธานี บริเวณลานพระบรมรูป รัชกาลที่ ๑ ปากคลองตลาด เขตพระนคร กทม.
ทั้งนี้ในวันนี้มี นายคณิต ชุมช่วย "หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ" คอยให้การบรรยายให้ความรู้ แก่ คณะที่เดินทางมาศึกษาดูงานในวันนี้..
ภาพ/เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน
วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562
วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2562
🙏🙏🙏🙏🙏#บอกบุญครับ10,20บาทก็ช่วยได้ครับคุณลุงลำบากมากๆ วอน ผู้ใจบุญช่วยเหลือคุณลุง ป่วยโรคมะเร็งในช่องปาก ครอบครัวสุดยากจน
นายทองอยู่ พุทธรักษา อายุ56ปี ป่วยโรคมะเร็งในช่องปาก ครอบครัวยากจน ไม่มีไฟฟ้าใช้ บ้านอยู่ฟรี ไม่ใช่บ้านของตัวเอง เจ้าของบ้านสงสารเห็นว่าไม่มีเงินเลยให้อยู่ อาการล่าสุด หมอผ่าเอาเนื้อที่ขามาใส่ที่ลิ้น และเจาะคอ ให้อาหารทางสายยาง พูดไม่ได้ น้ำลายไหลตลอดเวลา ตอนนี้อาศัยอยู่คนเดียว ลูกสาวต้องทำงานที่ต่างจังหวัด แต่จะลางานมาหาลุงทุกครั้งเมื่อต้องพาคุณลุงไปหาหมอตามวันนัด ระหว่าที่ลูกสาวไม่ได้มาดูและ ก็มีเพื่อนบ้านที่คอยแวะเวียนมาช่วยดู ช่วยหาน้ำ ช่วยจุดเที่ยนให้สว่าง เพราะที่บ้านคุณลุง ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟฟ้าใช้ สิ่งของที่ต้องการ นมกล่อง,กระดาษทิชชู,เทียนไข,ยากันยุง,น้ำดื่มกับชุดทำความสะอาดแผล พยาบาลสงสาร ได้ช่วยมาบ้างแล้ว แต่ไม่เพียงพอ ต้องใช้เงิน วันล่ะ 240บาท ค่าวินไปกลับ เพื่อไปล้างแผล👇👇👇👇 🙏🙏🙏เลขบัญชีธนาคาร 784-2166616 ธ.ไทยพาณิชย์ นายทองอยู่ พุทธรักษา 🙏🙏🙏 ที่อยู่ สำหรับคนที่จะบริจาคเป็นสิ่งของได้หมดค่ะ บ้านเลขที่ 55 ม.4 ต.หนองหงษ์อ.พานทอง จ.ชลบุรี20160👉0800903078👈
นายทองอยู่ พุทธรักษา อายุ56ปี ป่วยโรคมะเร็งในช่องปาก ครอบครัวยากจน ไม่มีไฟฟ้าใช้ บ้านอยู่ฟรี ไม่ใช่บ้านของตัวเอง เจ้าของบ้านสงสารเห็นว่าไม่มีเงินเลยให้อยู่ อาการล่าสุด หมอผ่าเอาเนื้อที่ขามาใส่ที่ลิ้น และเจาะคอ ให้อาหารทางสายยาง พูดไม่ได้ น้ำลายไหลตลอดเวลา ตอนนี้อาศัยอยู่คนเดียว ลูกสาวต้องทำงานที่ต่างจังหวัด แต่จะลางานมาหาลุงทุกครั้งเมื่อต้องพาคุณลุงไปหาหมอตามวันนัด ระหว่าที่ลูกสาวไม่ได้มาดูและ ก็มีเพื่อนบ้านที่คอยแวะเวียนมาช่วยดู ช่วยหาน้ำ ช่วยจุดเที่ยนให้สว่าง เพราะที่บ้านคุณลุง ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟฟ้าใช้ สิ่งของที่ต้องการ นมกล่อง,กระดาษทิชชู,เทียนไข,ยากันยุง,น้ำดื่มกับชุดทำความสะอาดแผล พยาบาลสงสาร ได้ช่วยมาบ้างแล้ว แต่ไม่เพียงพอ ต้องใช้เงิน วันล่ะ 240บาท ค่าวินไปกลับ เพื่อไปล้างแผล👇👇👇👇 🙏🙏🙏เลขบัญชีธนาคาร 784-2166616 ธ.ไทยพาณิชย์ นายทองอยู่ พุทธรักษา 🙏🙏🙏 ที่อยู่ สำหรับคนที่จะบริจาคเป็นสิ่งของได้หมดค่ะ บ้านเลขที่ 55 ม.4 ต.หนองหงษ์อ.พานทอง จ.ชลบุรี20160👉0800903078👈
วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เกษตรกรชาวไร่ทั่วประเทศ และผู้ประกอบการนำเข้ารถแทรคเตอร์มือสองจาก ตปท. เกือบ 200 คน รวมตัวกันที่ ก.พาณิชย์ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการร้องขอให้ทบทวนยกเลิกการประกาศห้ามนำเข้ารถแทรคเตอร์มือสองจากต่างประเทศ เพราะจะเพิ่มค่าใช้จ่ายอย่างมาก
16 ส.ค.2562 เกษตรกรชาวไร่หลายจังหวัดทั่วประเทศ และผู้ประกอบการนำเข้ารถแทรคเตอร์หรือรถเพื่อทางการเกษตรใช้แล้ว จาก ตปท.เกือบ 200 คน รวมตัวกันที่ ก.พาณิชย์ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการร้องขอให้ทบทวนยกเลิกการประกาศห้ามนำเข้ารถแทรคเตอร์ใช้แล้วจาก ตปท. เพราะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อเกษตรกร เหลือเวลาอีกประมาณ 4 เดือน ที่ประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ ในการกำหนดมาตรการให้ต้องขออนุญาตหรือห้ามนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วเข้ามาในประเทศ ประกาศดังกล่าวถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2562 มีกำหนดใน 180 วัน หลังประกาศ
สาระสำคัญส่วนหนึ่ง คือการห้ามนำเข้ารถยนต์ที่ผ่านการใช้งานแล้วตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทต่าง ๆ หนึ่งในนั้น คือ รถแทรคเตอร์มือสองจากต่างประเทศ ตัวแทนเกษตรกรชาวไร่อ้อย ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ต้นทุนของเกษตรกรสูงขึ้นเป็นเท่าตัว หากเทียบกำลังแรงม้าที่เท่ากัน รถแทรคเตอร์มือสองจากต่างประเทศจะมีราคาประมาณ 1 ล้านบาท ขณะที่รถแทรคเตอร์มือหนึ่งในประเทศราคาประมาณ 2 ล้านบาท โดยรถแทรคเตอร์มือสองส่วนใหญ่สามารถใช้งานได้ไม่แตกต่างกัน และยังต้องจดทะเบียนกับสำนักงานขนส่งซึ่งจำเป็นต้องผ่านการตรวจสภาพรถเป็นประจำทุกปี สอดคล้องกับข้อมูลจากผู้ประกอบการนำเข้า ที่ยืนยันว่ารถแทรคเตอร์มือสองที่นำเข้านั้น เป็นรถสภาพดีพร้อมใช้งาน ไม่ใช่เศษซากหรือขยะจากอุตสาหกรรม จึงต้องการให้กรมการค้าต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์ ทบทวนมาตรการดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรทั่วประเทศ รวมถึงผู้ประกอบการนำเข้า ก่อนหน้านี้ยื่นหนังสือต่อกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา(2562) ต่อมาวันที่ 5 สิงหาคม(2562) อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เชิญผู้ร้องเรียนมาประชุม เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของผู้ร้องเรียน
ล่าสุด วันนี้(16 ส.ค. 62) อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ มอบหมายให้รองอธิบดีประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาข้อร้องเรียนของเกษตรกร และหาแนวทางแก้ปัญหานี้ การประชุมได้ข้อสรุปคือพิจารณาเพื่อยกเว้นการนำเข้ารถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตรก่อนกฎหมายฉบับใหม่ที่จะออกมาในวันที่ 10 ธันวา 62 นี้ ทำให้ชาวเกษตรกรพอใจกับข้อสรุปจึงเดินทางกลับ
16 ส.ค.2562 เกษตรกรชาวไร่หลายจังหวัดทั่วประเทศ และผู้ประกอบการนำเข้ารถแทรคเตอร์หรือรถเพื่อทางการเกษตรใช้แล้ว จาก ตปท.เกือบ 200 คน รวมตัวกันที่ ก.พาณิชย์ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการร้องขอให้ทบทวนยกเลิกการประกาศห้ามนำเข้ารถแทรคเตอร์ใช้แล้วจาก ตปท. เพราะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อเกษตรกร เหลือเวลาอีกประมาณ 4 เดือน ที่ประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ ในการกำหนดมาตรการให้ต้องขออนุญาตหรือห้ามนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วเข้ามาในประเทศ ประกาศดังกล่าวถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2562 มีกำหนดใน 180 วัน หลังประกาศ
สาระสำคัญส่วนหนึ่ง คือการห้ามนำเข้ารถยนต์ที่ผ่านการใช้งานแล้วตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทต่าง ๆ หนึ่งในนั้น คือ รถแทรคเตอร์มือสองจากต่างประเทศ ตัวแทนเกษตรกรชาวไร่อ้อย ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ต้นทุนของเกษตรกรสูงขึ้นเป็นเท่าตัว หากเทียบกำลังแรงม้าที่เท่ากัน รถแทรคเตอร์มือสองจากต่างประเทศจะมีราคาประมาณ 1 ล้านบาท ขณะที่รถแทรคเตอร์มือหนึ่งในประเทศราคาประมาณ 2 ล้านบาท โดยรถแทรคเตอร์มือสองส่วนใหญ่สามารถใช้งานได้ไม่แตกต่างกัน และยังต้องจดทะเบียนกับสำนักงานขนส่งซึ่งจำเป็นต้องผ่านการตรวจสภาพรถเป็นประจำทุกปี สอดคล้องกับข้อมูลจากผู้ประกอบการนำเข้า ที่ยืนยันว่ารถแทรคเตอร์มือสองที่นำเข้านั้น เป็นรถสภาพดีพร้อมใช้งาน ไม่ใช่เศษซากหรือขยะจากอุตสาหกรรม จึงต้องการให้กรมการค้าต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์ ทบทวนมาตรการดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรทั่วประเทศ รวมถึงผู้ประกอบการนำเข้า ก่อนหน้านี้ยื่นหนังสือต่อกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา(2562) ต่อมาวันที่ 5 สิงหาคม(2562) อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เชิญผู้ร้องเรียนมาประชุม เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของผู้ร้องเรียน
ล่าสุด วันนี้(16 ส.ค. 62) อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ มอบหมายให้รองอธิบดีประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาข้อร้องเรียนของเกษตรกร และหาแนวทางแก้ปัญหานี้ การประชุมได้ข้อสรุปคือพิจารณาเพื่อยกเว้นการนำเข้ารถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตรก่อนกฎหมายฉบับใหม่ที่จะออกมาในวันที่ 10 ธันวา 62 นี้ ทำให้ชาวเกษตรกรพอใจกับข้อสรุปจึงเดินทางกลับ
วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2562
วันอีฎีลอัดฮาเป็นสันอีดที่สองของมุสลิมทั่วโลก
วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ 2562 ตรงกับวันที่ 10 ซูลหิจญญะฮ์ ปี 1440 หิจญเราะฮ์ศักราช อันถือเป็นวันอีฎิลอัดฮา เป็นวันอีดที่สองของมุสลิมที่มุสลิมทั่วโลกเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่แห่งเอกภาพของผู้คนที่หลากหลายภาษา เชื้อชาติ และสีผิวได้ประกอบพิธีหัจญ์ร่วมกัน
ได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย ได้เห็นถึงภาพการปฏิบัติที่แตกต่างกันโดยไม่แตกแยก ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของกันและกัน ได้มีโอกาสสานไมตรีระหว่างกัน มีโอกาสคบหาสมาคม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตจริงระหว่างกัน มีโอกาสแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้า และซึมซับความเป็นภราดรภาพ ความเป็นพี่น้อง ตลอดจนความเป็นประชาชาติเดียวกัน มีโอกาสทำความดีระหว่างกันภายใต้ร่มเงาแห่งอิสลาม ร่มเงาแห่งสันติ ปีนี้มุสลิมในประเทศไทยจำนวน 8442 คน มีโอกาสเข้าร่วมในพิธีหัจญ์ ข้าพเจ้าขอวิงวอนต่อเอกองค์อัลลอฮ์เจ้าทรงตอบรับหัจญ์ของท่านทั้งหลายด้วยการถือเป็นหัจญ์มับรู้ร หัจญ์แห่งความดีเลิศ หัจญ์แห่งการอภัยทำให้ท่านสะอาดบริสุทธิ์ ดุจทารกที่เพิ่งคลอดจากครรภ์มารดา อันจะมีค่าอนิสงค์ให้ท่านดำรงชีวิตแต่ในความดี เป็นบุคคลที่มีแต่ศิริมงคล สร้างสรรค์สังคมสงบสุข มีส่วนสร้างสังคมแห่งอารยะ สร้างชาติให้มั่นคง มั่งคั่ง ภายใต้หลักแห่งเมตตาธรรม หลักแห่งความดี และหลักแห่งการสร้างประโยชน์เพื่อส่วนรวม ที่ท่านทั้งหลายได้รับซึมซับจากการปฏิบัติหัจญ์ครั่งนี้ด้วยเถิด พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ได้กล่าว
ภาพ/ข่าว อับดุลหาดี เจ๊ะยอ จ.ยะลา
วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ 2562 ตรงกับวันที่ 10 ซูลหิจญญะฮ์ ปี 1440 หิจญเราะฮ์ศักราช อันถือเป็นวันอีฎิลอัดฮา เป็นวันอีดที่สองของมุสลิมที่มุสลิมทั่วโลกเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่แห่งเอกภาพของผู้คนที่หลากหลายภาษา เชื้อชาติ และสีผิวได้ประกอบพิธีหัจญ์ร่วมกัน
ได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย ได้เห็นถึงภาพการปฏิบัติที่แตกต่างกันโดยไม่แตกแยก ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของกันและกัน ได้มีโอกาสสานไมตรีระหว่างกัน มีโอกาสคบหาสมาคม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตจริงระหว่างกัน มีโอกาสแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้า และซึมซับความเป็นภราดรภาพ ความเป็นพี่น้อง ตลอดจนความเป็นประชาชาติเดียวกัน มีโอกาสทำความดีระหว่างกันภายใต้ร่มเงาแห่งอิสลาม ร่มเงาแห่งสันติ ปีนี้มุสลิมในประเทศไทยจำนวน 8442 คน มีโอกาสเข้าร่วมในพิธีหัจญ์ ข้าพเจ้าขอวิงวอนต่อเอกองค์อัลลอฮ์เจ้าทรงตอบรับหัจญ์ของท่านทั้งหลายด้วยการถือเป็นหัจญ์มับรู้ร หัจญ์แห่งความดีเลิศ หัจญ์แห่งการอภัยทำให้ท่านสะอาดบริสุทธิ์ ดุจทารกที่เพิ่งคลอดจากครรภ์มารดา อันจะมีค่าอนิสงค์ให้ท่านดำรงชีวิตแต่ในความดี เป็นบุคคลที่มีแต่ศิริมงคล สร้างสรรค์สังคมสงบสุข มีส่วนสร้างสังคมแห่งอารยะ สร้างชาติให้มั่นคง มั่งคั่ง ภายใต้หลักแห่งเมตตาธรรม หลักแห่งความดี และหลักแห่งการสร้างประโยชน์เพื่อส่วนรวม ที่ท่านทั้งหลายได้รับซึมซับจากการปฏิบัติหัจญ์ครั่งนี้ด้วยเถิด พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ได้กล่าว
ภาพ/ข่าว อับดุลหาดี เจ๊ะยอ จ.ยะลา
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2562 นำเครื่องอุปโภคบริโภคแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ ณ คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาโคราช จ.นครราชสีมา
(11 สิงหาคม 2562 เวลา 13.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการและเลขาธิการฯ ทำพิธีแจกข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2562 ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในตำบลใกล้เคียงรอบคลินิกการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาโคราช จำนวน 2,000 ชุด
โดยมี ว่าที่ร้อยตรี อภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะกรรมการและผู้บริหารมูลนิธิฯ ผู้แทนจากเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา และมูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน (หลักเสียงเซี่ยงตึ๊ง) ร่วมในพิธี --------- โดยในปี 2562 นี้ มูลนิธิฯ กำหนดแจกเครื่องอุปโภคบริโภครวม 3 แห่ง รวมมูลค่าการจัดงานประเพณีทิ้งกระจาดในปีนี้ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 13,950,000 บาท (สิบสามล้านเก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
#ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร📱 086-854-1418📲 สายด่วน☎ป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยชีวิต🚑รักษาชีวิต🏥💉💊สร้างชีวิต🎓👪
(11 สิงหาคม 2562 เวลา 13.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการและเลขาธิการฯ ทำพิธีแจกข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2562 ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในตำบลใกล้เคียงรอบคลินิกการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาโคราช จำนวน 2,000 ชุด
โดยมี ว่าที่ร้อยตรี อภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะกรรมการและผู้บริหารมูลนิธิฯ ผู้แทนจากเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา และมูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน (หลักเสียงเซี่ยงตึ๊ง) ร่วมในพิธี --------- โดยในปี 2562 นี้ มูลนิธิฯ กำหนดแจกเครื่องอุปโภคบริโภครวม 3 แห่ง รวมมูลค่าการจัดงานประเพณีทิ้งกระจาดในปีนี้ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 13,950,000 บาท (สิบสามล้านเก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
#ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร📱 086-854-1418📲 สายด่วน☎ป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยชีวิต🚑รักษาชีวิต🏥💉💊สร้างชีวิต🎓👪
วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2562
ขบวนรถแรลลี่ออฟโรดจากมาเลเซียกว่า 300 ชีวิต ลงพื้นที่ท่องเที่ยว ศึกษาประวัตศาสตร์ ในพื้นที่ 3 จชต. เพื่อสร้างความรักความสามัคคี ในพื้นที่พหุวัฒนธรรม
วันที่ 5 สิงหาคม 2562 เจ้าหน้าที่ศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาค4 สน. พร้อมกับชมรมสื่อมวลชนสร้างสรรค์สันติสุข ชายแดนใต้ (SPMCnews) ได้ลงพื้นที่สำรวจสะพานฆอแย บ้านโต อ.ธารโต จ.ยะลา และฝายมีชีวิต กม.38 บ้านากอ ต.อัยเยอเวง อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งการลงพื้นที่สำรวจครั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงานแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมระดับชาติ จะจัดขึ้นระหว่าง 16 - 18 สิงหาคม 2562 ที่ใกล้จะถึงนี้ และเพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับคณะแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซีย ที่จะมีการปล่อยขบวนรถออฟโรด ที่ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จำนวน 60 คัน กว่า 300 ชีวิต เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย
การจัดงานดังกล่าวนี้ จัดขึ้นเพื่อสนองนโยบายแม่ทัพภาค 4 ชุมชนปลอดเหตุคนปลอดภัย ประชาชนห่างไกลยาเสพติด ร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ร่มธงไตรรงค์ อยู่แบบกลมเกลียวสร้างสรรค์สันติสุขตลอดไป ซึ่งจุดแรกที่จะปล่อยขบวนรถแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซียนั้น จะเริ่มปล่อยจากด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ในวันที่ 16 สิงหาคม 2562 หลังจากนั้นขบวนรถแรลลี่ออฟโรดจะมุ่งหน้าไปที่วัดพรหมนิวาส ต.บางนาค อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส และไปที่กูโบร์ (สุสาน) บ้านโคกเคียน จ.นราธิวาส เพื่อไปร่วมพัฒนาปรับปรุงวัดและกูโบร์ร่วมกับจิตอาสาในพื้นที่ และได้พบปะกับเจ้าโอวาสอีกทั้งยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่ด้วย จากนั้นทางขบวนรถแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซีย จะมุ่งหน้าเข้าไปที่มัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี เพื่อศึกษาเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่ พร้อมทั้งศึกษาประเพณี พหุวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม เราอยู่ร่วมกันแบบสันติสุขมาอย่างช้านาน หลังจากทางคณะแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซียจะเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อจะไปร่วมพิธีเปิดงานแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรม ระดับชาติ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2562 ณ สะพานฆอแย บ้านโต อ.ธารโต จ.ยะลา และได้ร่วมร้องเพลงชาติอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อให้มีจิตสำนึกในการรักชาติ และเพื่อเป็นการเผยแพร่ความเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของคนไทยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงประเพณีสิ่งที่ดีงามของคนไทยอีกด้วย หลังจากเปิดพิธีงานดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางคณะแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซีย ได้เดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ อ.เบตง. จ.ยะลา เพื่อไปร่วมทำฝ่ายมีชีวิต ณ กม.38 บ้านากอ ต.อัยเยอเวง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นภายใต้แนวคิด โดยพันเอกชลัช ศรีวิเชียร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่คิดสร้างฝ่ายมีชีวิตขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำใช้ในการเกษตร นั้นเอง สำหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถร่วมต้อนรับและให้กำลังใจกับขบวนรถแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซียตลอดเส้นทางสายเอเชีย ประกอบด้วยเส้นทางหลวงหมายเลข 42 นราธิวาส – ปัตตานี, เส้นทางหลวงหมายเลข 418 ปัตตานี – ยะลา, และเส้นทางหลวงหมายเลข 410 ยะลา–เบตง
พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่และต่างพื้นที่ สามารถเข้าร่วมพิธีเปิดภายในงานแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรม ระดับชาติ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2562 ที่ใกล้จะถึงนี้ ณ สะพานฆอแย บ้านโต อ.ธารโต จ.ยะลา
ภาพ/ข่าว อับดุลหาดี เจ๊ะยอ จ ยะลา
วันที่ 5 สิงหาคม 2562 เจ้าหน้าที่ศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาค4 สน. พร้อมกับชมรมสื่อมวลชนสร้างสรรค์สันติสุข ชายแดนใต้ (SPMCnews) ได้ลงพื้นที่สำรวจสะพานฆอแย บ้านโต อ.ธารโต จ.ยะลา และฝายมีชีวิต กม.38 บ้านากอ ต.อัยเยอเวง อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งการลงพื้นที่สำรวจครั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงานแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมระดับชาติ จะจัดขึ้นระหว่าง 16 - 18 สิงหาคม 2562 ที่ใกล้จะถึงนี้ และเพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับคณะแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซีย ที่จะมีการปล่อยขบวนรถออฟโรด ที่ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จำนวน 60 คัน กว่า 300 ชีวิต เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย
การจัดงานดังกล่าวนี้ จัดขึ้นเพื่อสนองนโยบายแม่ทัพภาค 4 ชุมชนปลอดเหตุคนปลอดภัย ประชาชนห่างไกลยาเสพติด ร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ร่มธงไตรรงค์ อยู่แบบกลมเกลียวสร้างสรรค์สันติสุขตลอดไป ซึ่งจุดแรกที่จะปล่อยขบวนรถแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซียนั้น จะเริ่มปล่อยจากด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ในวันที่ 16 สิงหาคม 2562 หลังจากนั้นขบวนรถแรลลี่ออฟโรดจะมุ่งหน้าไปที่วัดพรหมนิวาส ต.บางนาค อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส และไปที่กูโบร์ (สุสาน) บ้านโคกเคียน จ.นราธิวาส เพื่อไปร่วมพัฒนาปรับปรุงวัดและกูโบร์ร่วมกับจิตอาสาในพื้นที่ และได้พบปะกับเจ้าโอวาสอีกทั้งยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่ด้วย จากนั้นทางขบวนรถแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซีย จะมุ่งหน้าเข้าไปที่มัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี เพื่อศึกษาเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่ พร้อมทั้งศึกษาประเพณี พหุวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม เราอยู่ร่วมกันแบบสันติสุขมาอย่างช้านาน หลังจากทางคณะแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซียจะเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อจะไปร่วมพิธีเปิดงานแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรม ระดับชาติ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2562 ณ สะพานฆอแย บ้านโต อ.ธารโต จ.ยะลา และได้ร่วมร้องเพลงชาติอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อให้มีจิตสำนึกในการรักชาติ และเพื่อเป็นการเผยแพร่ความเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของคนไทยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงประเพณีสิ่งที่ดีงามของคนไทยอีกด้วย หลังจากเปิดพิธีงานดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางคณะแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซีย ได้เดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ อ.เบตง. จ.ยะลา เพื่อไปร่วมทำฝ่ายมีชีวิต ณ กม.38 บ้านากอ ต.อัยเยอเวง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นภายใต้แนวคิด โดยพันเอกชลัช ศรีวิเชียร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่คิดสร้างฝ่ายมีชีวิตขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำใช้ในการเกษตร นั้นเอง สำหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถร่วมต้อนรับและให้กำลังใจกับขบวนรถแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซียตลอดเส้นทางสายเอเชีย ประกอบด้วยเส้นทางหลวงหมายเลข 42 นราธิวาส – ปัตตานี, เส้นทางหลวงหมายเลข 418 ปัตตานี – ยะลา, และเส้นทางหลวงหมายเลข 410 ยะลา–เบตง
พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่และต่างพื้นที่ สามารถเข้าร่วมพิธีเปิดภายในงานแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรม ระดับชาติ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2562 ที่ใกล้จะถึงนี้ ณ สะพานฆอแย บ้านโต อ.ธารโต จ.ยะลา
ภาพ/ข่าว อับดุลหาดี เจ๊ะยอ จ ยะลา
(4 ส.ค.62) ที่ โรงแรมรอยัลทวินส์ พาเลช ถนนพัทยาสาย 2
ดร.สันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายอำนาจ เจริญศรี นายอำเภอบางละมุง, นางจิดาภา สุวัตถาภรณ์ อดีตรองประธานสภาเมืองพัทยา, ท่านอัยการ, นักการเมืองท้องถิ่น, นักธุรกิจ, ญาติพี่น้อง และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมมอบกระเช้าอวยพรแสดงความยินดี กับ ท่านเกรียงชัย พานิชภักดี ประธานกรรมการบริหารในเครือโรงแรม รอยัลทวินส์ พาเลซ เนื่องในโอกาสทำบุญวันคล้ายวันเกิด ครบรอบ 82 ปี โดยมี นายรุ่งเรือง ศิริปรีชาพงษ์ ประธานกรรมการเวลคัมเวิล์ด บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา พร้อมครอบครัวพานิชภักดี ให้การต้อนรับ........
ดร.สันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายอำนาจ เจริญศรี นายอำเภอบางละมุง, นางจิดาภา สุวัตถาภรณ์ อดีตรองประธานสภาเมืองพัทยา, ท่านอัยการ, นักการเมืองท้องถิ่น, นักธุรกิจ, ญาติพี่น้อง และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมมอบกระเช้าอวยพรแสดงความยินดี กับ ท่านเกรียงชัย พานิชภักดี ประธานกรรมการบริหารในเครือโรงแรม รอยัลทวินส์ พาเลซ เนื่องในโอกาสทำบุญวันคล้ายวันเกิด ครบรอบ 82 ปี โดยมี นายรุ่งเรือง ศิริปรีชาพงษ์ ประธานกรรมการเวลคัมเวิล์ด บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา พร้อมครอบครัวพานิชภักดี ให้การต้อนรับ........
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)























































