วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2564

โอละพ่อ!!! “เอชเอ็น เมดิคอล กรุ๊ป” แจ้งความดำเนินคดีนายหน้า ชี้แจงปมถูกกล่าวหา พบบิดเบือนข้อมูล พิรุธอื้อ จากกรณี นายหน้าชาวออสเตรเลีย แจ้งความดำเนินคดีกับ “เอชเอ็น เมดิคอล กรุ๊ป” 

โอละพ่อ!!! “เอชเอ็น เมดิคอล กรุ๊ป” แจ้งความดำเนินคดีนายหน้า ชี้แจงปมถูกกล่าวหา พบบิดเบือนข้อมูล พิรุธอื้อ จากกรณี นายหน้าชาวออสเตรเลีย แจ้งความดำเนินคดีกับ “เอชเอ็น เมดิคอล กรุ๊ป” 


เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 64 กล่าวหาเชิดเงินมัดจำ 23 ล้านบาทในการสั่งซื้อถุงมือทางการแพทย์ 24 ล้านกล่องนั้น ผู้บริหาร 'เอชเอ็น เมดิคอล กรุ๊ป' ชี้แจงทางผู้ซื้อเป็นฝ่ายผิดสัญญา ยังชำระเงินมัดจำไม่ครบ และพยายามข้ามขั้นตอนการจัดซื้อตามสัญญาที่ตกลงเอาไว้ ทางบริษัทฯ แจ้งความดำเนินคดีกลับ เนื่องจากบิดเบือนความจริง ทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง และภาพลักษณ์ มีผลกระทบต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก นางสาววารินทิพย์ ทิวารี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชเอ็น เมดิคอลกรุ๊ป จำกัด (HNMG) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ น.ส.จุฬาธร เซเกอร์ พร้อมด้วยนายหน้าชาวออสเตรเลีย ได้นำเอกสารหลักฐานการโอนเงินมัดจำค่าสินค้า มาแจ้งความกับ พ.ต.ต.ปราโมทย์ ศุขศรีไพศาล สว.สอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อให้ดำเนินคดีกับ บริษัท เอชเอ็น เมดิคอล กรุ๊ป จำกัด ในข้อหาฐานฉ้อโกงสัญญาซื้อขายถุงมือยาง 24 ล้านกล่องโดยโกงเงินมัดจำ 23 ล้านบาท เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) มีรายละเอียดตามที่ปรากฎเป็นข่าว รวมถึงสื่อทางโซเชียลนั้น 


 บริษัทฯ ใคร่ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงและรายละเอียดต่างๆ ที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้ บริษัท เอชเอ็น เมดิคอล กรุ๊ป จำกัด ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการผลิตและจำหน่าย นำเข้าและส่งออก ถุงมืออนามัย ถุงมือทางการแพทย์ ถุงมือยาง และอื่นๆ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการสร้างโรงงานซึ่งเป็นฐานการผลิตตั้งอยู่เลขที่ 99/9 หมู่ที่ 16 ต.หนองเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ซึ่งอยู่ในระหว่างการติดตั้งเครื่องจักร และในระหว่างนี้ บริษัทฯ ยังคงดำเนินธุรกิจส่งออกถุงมือยางเป็นปกติ ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ทำสัญญาซื้อขายถุงมือยางไนไตร กับผู้ซื้อ คือ บริษัท พาส โกลบอล เวนเจอร์ส จำกัด ฉบับลงวันที่ 23 ธันวาคม 2563 และสัญญาฉบับแก้ไขลงวันที่ 25 ธันวาคม 2563 (แก้ไขโดยผู้ซื้อ) ซึ่งในการทำสัญญาซื้อขายดังกล่าวนั้น ทางบริษัทฯ ได้เจรจาติดต่อซื้อขายโดยผ่านตัวแทนของผู้ซื้อ คือ นางแนนซี่ เม็นโดซ่า ดิมาโน เป็นผู้มีอำนาจในการเจรจาต่อรองเรื่องการทำสัญญาซื้อขายในนามของผู้ซื้อ 


 ซึ่งการซื้อขายสินค้าถุงมือยางตามสัญญา ประกอบกับตารางการสั่งซื้อสินค้าจากตัวแทนคุณแนนซี่ สาระสำคัญคือผู้ซื้อจะต้องวางเงินมัดจำร้อยละ 50 ของสินค้าที่สั่งในแต่ละล็อต ซึ่งตามกรณีนี้ผู้ซื้อจะต้องวางมัดจำคิดเป็นจำนวน 3,325,000 USD แต่ในระหว่างรอให้ผู้ซื้อโอนเงินมัดจำอยู่นั้น ทางนางแนนซี่ ตัวแทนของผู้ซื้อก็ได้เจราจาเรื่องการโอนเงินมัดจำ กับทางบริษัทฯ อยู่หลายครั้ง จนในที่สุดทางผู้ซื้อก็ได้โอนเงินมัดจำมาให้จำนวน 785,000 USD. คิดเป็นเงินไทยหลังจากหักค่าธรรมเนียมต่างๆแล้วเป็นจำนวนเงิน 23,431,063.45 บาท และการโอนเงินได้ถูกโอนเข้ามายังบริษัทฯ จริงเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2564 และผู้ซื้อได้แจ้งว่าโอนเงินมา ให้อีกยอดหนึ่งจำนวน 715,000 USD แต่การโอนเงินตามรายการนี้ “ไม่ปรากฏว่ามีเงินโอน” เข้ามายังบัญชีของบริษัทฯ แต่ประการใด  


นางสาววารินทิพย์ กล่วต่อไปอีกว่า การกระทำนี้เหมือนผู้ซื้อเจตนาให้ทางบริษัทฯ เข้าใจว่าได้โอนเงินมัดจำมาให้อีกจำนวนหนึ่งแต่ความเป็นจริงโอนเงินมัดจำมาให้แค่ครั้งเดียวคือ จำนวนเงิน 23,431,063.45 บาท เท่านั้น ทั้งที่ความเป็นจริงตามสัญญาและตามคำสั่งซื้อนั้นจะต้องโอนเงินมัดจำมาให้ทั้งสิ้นเป็นเงินจำนวน 3,325,000 USD แล้วสัญญาจึงจะมีผลผูกพันต่อกันได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2564 ทางนายปิเตอร์ สเวเคไนอัค ซึ่งอ้างว่าเป็นตัวแทนของผู้ซื้ออีกคนหนึ่งได้เดินทางเข้าในประเทศไทย แล้วได้โทรศัพท์ติดต่อมายังบริษัทฯ ว่าจะขอรับสินค้าตามที่ได้สั่งไว้ภายใน 7 วัน แต่ทางบริษัทฯ ได้แจ้งไปว่า เนื่องจากผู้ซื้อไม่ได้โอนเงินมัดจำมาให้ครบตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ สัญญาดังกล่าว จึงไม่สามารถมีผลให้จัดส่งสินค้าได้ แต่ทางคุณปิเตอร์ยืนยันว่าเมื่อโอนเงินมัดจำมาให้แล้วจำนวนหนึ่งก็จะขอให้บริษัทฯ ส่งของให้ตามที่ตนเองต้องการ ซึ่งทางบริษัทฯ ก็ยืนยันไปว่าเมื่อโอนเงินมัดจำมาไม่ครบตามข้อตกลงสัญญาก็ไม่เกิดขึ้น และจะไม่ส่งสินค้าตามที่คุณปิเตอร์ต้องการ ทำให้ทางคุณปิเตอร์ไม่พอใจและขอยกเลิกสัญญาซื้อขายดังกล่าว พร้อมขอคืนเงินมัดจำดังกล่าวเป็นเงินบาทไทยภายใน 3 วัน แต่ทางบริษัทฯ แจ้งว่าเงินมัดจำที่โอนมาเป็นเงิน USD ซึ่งบริษัทฯ จะพิจารณาคืนเงินมัดจำให้แต่ขอตรวจสอบความถูกต้องให้รอบคอบก่อนว่าจะต้องคืนเงินมัดจำดังกล่าวให้กับบุคคลใดกันแน่ เนื่องจากคู่สัญญาที่ทำไว้ คือ บริษัท พาส โกลบอล เวนเจอร์ส จำกัด (ผู้ซื้อ) แต่ผู้ที่โอนเงินมัดจำมาให้คือ Glover Court Pty.Ltd. ทางบริษัทฯ จึงมีความจำเป็นต้องตรวจสอบและเช็คข้อมูลให้ถูกต้องรอบคอบเสียก่อน ตามที่ได้เคยมีหนังสือแจ้งยืนยันการพิจารณาคืนเงินไปแล้วครั้งหนึ่ง และเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ทางนายปิเตอร์ สเวเคไนอัค และ น.ส.จุฬาธร เซเกอร์ ได้นำเอกสารหลักฐานการโอนเงินมัดจำ จำนวน 23,431,063.45 บาท เจตนาเข้าแจ้งความและจัดแถลงข่าวที่กองปราบปรามกล่าวหาว่าทางบริษัทฯ ผิดสัญญาโกงเงินมัดจำไปเป็นจำนวนเงิน 23 ล้านบาท ซึ่งบุคคลทั้งสองมิได้นำสัญญา และคำสั่งซื้อทั้งหมดมาแถลงว่าความเป็นจริงเงินมัดจำที่จะต้องจ่ายตามสัญญา และตามคำสั่งซื้อนั้นรวมทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ และเลี่ยงที่จะกล่าวถึงสาระสำคัญของสัญญา ซึ่งมิได้ปฏิบัติตามที่ตกลงต่อบริษัทฯ โดยหยิบยกเฉพาะประเด็นว่าบริษัทฯ ฉ้อโกง ซึ่งเป็นการกล่าวหา และให้ข่าวไม่เป็นไปตามความเป็นจริงหรือข้อเท็จจริงทั้งหมด เป็นการทำลายภาพลักษณ์ทั้งในระดับสากลและชื่อเสียงของบริษัทฯ มีผลกระทบทำให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกเกลียดชัง และที่สำคัญ ทำให้ลูกค้าของบริษัทฯ ขาดความเชื่อมั่นในบริษัทฯ บริษัทฯ จึงขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำดังกล่าวจนกว่าการดำเนินคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นอันยุติและคดีถึงที่สุดเสียก่อน  


นางสาววารินทิพย์ กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ขอยืนยันว่าบริษัทจัดตั้งขึ้นโดยถูกต้องตามกฎหมายเพื่อประกอบธุรกิจการค้าอย่างสุจริต เป็นไปตามหลักการค้าขายทั่วไป ดังเห็นได้ว่าบริษัทฯ ได้รับใบรับรอง Certificate จากหน่วยงานต่างๆ เช่น SATRA bsi. FDA, FDA USA, ISO 9001: 2015, ISO 13485: 2016 และบริษัทฯ ได้สร้างโรงงานมีฐานการผลิต มีที่ตั้งอย่างชัดเจน และที่สำคัญบริษัทฯ ยังได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) จากสำนักคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เลขที่ 63-1273-1-21-1-0 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐให้การสนับสนุนในการประกอบกิจการดังกล่าว จึงเป็นที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าบริษัทฯ มีตัวตนและประกอบธุรกิจการค้าโดยสุจริต และ บริษัทฯ ก็ยังทำการค้าโดยการนำเข้าและส่งออกสินค้าถุงมือยางมาโดยตลอดจนถึงบัดนี้ “ฉะนั้น การแถลงข่าวของบุคคลทั้งสองทำให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก บริษัทฯ จึงได้ไปดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสองในข้อหาหมิ่นประมาท โดยการโฆษณาไว้แล้วที่ สน.คันนายาว เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 และบริษัทฯ จะดำเนินคดีฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป” นางสาววารินทิพย์ กล่าวสรุปในตอนท้าย

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

พิธีเปิด โครงการ รักบ้านเกิด โครงการ อันเนื่องจาก พระราชดำริ ปีงบประมาณ 2563

พิธีเปิด โครงการ รักบ้านเกิด โครงการ อันเนื่องจาก พระราชดำริ ปีงบประมาณ 2563


วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2556 พิธีเปิด โครงการ รักบ้านเกิด โครงการ อันเนื่องจาก พระราชดำริ ปีงบประมาณ 2563 โดยกองอำนวยการ รักษาความมั่นคง(ศปป.1.กอ.รมน จ.สป) หมู่ 6 ต. แหลมฟ้าผ่า อ. พระสมุทรเจดีย์ จ. สมุทรปราการ รูปแบบสินค้าพื้นบ้าน มาแปรรูปเรียนรู้ปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำหมู่บ้าน 




ประธานเปิดงาน สส ไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกผู้แทนราษฎร เขต 7 สมุทรปราการ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ นายจารุวัฒน์ วงค์จอม นายอำเภอพระสมุทรเจดีย์ กำนันบุศรินทร์ มะลิแย้ม กำนันตำบลแหลมฟ้าผ่า ผู้ใหญ่ธนเดช สู่ความดี ผู้ใหญ่หมู่ 6 ต แหลมฟ้าผ่า พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ สภ พระสมุทรเจดีย์ พันเอกสมเดช เปรมสุวรรณ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติงาน 1 โครงการ รักบ้านเกิด กอ.รมน. จว.สมุทรปราการปีงบประมาณ 2563 โดยมีพันเอก ประเทือง แก้วสมุย รองผอ.รมน.จว. สมุทรปราการผู้ให้การสนับสนุน ในโครงการ รักบ้านเกิดกรมงานแปรรูปอาหารในหมู่บ้าน ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ















 เอ.คนข่าวรายงาน

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564

นิพนธ์ เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำปีที่ 2 แจกโฉนดที่ดินชาวบางระกำ จ.พิษณุโลก ตั้งเป้า 4,284

นิพนธ์ เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำปีที่ 2 แจกโฉนดที่ดินชาวบางระกำ จ.พิษณุโลก ตั้งเป้า 4,284 แปลง เพื่อสร้างหลักประกันให้แก่พี่น้องประชาชน 


 เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 มกราคม 2564 ที่ เทศบาลตำบลบางระกำเมืองใหม่ จังหวัดพิษณุโลก นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินตามโครงการ “มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ ให้ประชาชน” โดยมีนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน นายรณชัย จิตวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ร่วมพิธีมอบเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินให้กับประชาชนเจ้าของที่ดินในพื้นที่ ตำบลคุยม่วง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 59 แปลง ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ในการรับมอบฯซึ่งเป็นไปตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019(COVID-19) 




 นายนิพนธ์ กล่าวว่า"โครงการ“มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน” ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ตาก อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และสุโขทัย ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์เดินสำรวจเดียวกัน โดยถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ต้องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งเป็นนโยบายหลักเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยการออกโฉนดที่ดินที่ได้รับจากทางราชการนั้นเป็นเอกสารสิทธิ์ที่มีความสำคัญ และสร้างหลักประกันความมั่นคงเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในครอบครัวให้ดีขึ้น โดยในปีงบประมาณ 2564 กระทรวงมหาดไทยกำหนดจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดินทั้งหมด 50 จังหวัดเพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่สำคัญนอกจากอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนถึงภูมิลำเนาแล้วยังเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในการรังวัดให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น" 





ทั้งนี้การมอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนตามโครงการฯดังกล่าว โดยทำการรังวัดที่ดินด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) นับเป็นการบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และของกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องการจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และพื้นที่ใช้ประโยชน์ให้แก่ประชาชน ทั้งผู้ที่ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิหลังมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข และรวมไปถึงผู้ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินเป็นของตนเอง ซึ่งมีจุดมุ่งหมาย เพื่อต้องการคืนความสุขให้กับประชาชน สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในการใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยมีโฉนดที่ดินที่จะทำการมอบให้แก่ประชาชนตามโครงการ "มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน" ในวันนี้รวมทั้งสิ้น จำนวน 59 แปลง รวมเนื้อที่ 20 ไร่ 3 งาน 15 ตารางวา จากทั้งหมด 4,288 ไร่ของจังหวัดพิษณุโลก"นายนิพนธ์กล่าว 

กกต.นนทบุรี เรียกชมรมสื่อธรรมาภิบาลและต้านคอรับชั่น มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สมาชิก อบจ. นนทบุรี

กกต.นนทบุรี เรียกชมรมสื่อธรรมาภิบาลและต้านคอรับชั่น มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สมาชิก อบจ. นนทบุรี


จากกรณีชาวบ้านร้องชมรมสื่อธรรมาภิบาลและต้านคอรับชั่น ให้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครสมาชิก อบจ. นนทบุรี เขตบางใหญ่ ที่ได้รับเลือกท่านหนึ่งว่าขาดคุณสมบัติในการลงสมัครเลือกตั้งสมาชิก อบจ.จังหวัดนนทบุรี และเมื่อวันก่อนทางชมรมสื่อธรรมาภิบาลและต้านคอรับชั่นได้เดินทางไปที่ กกต. จังหวัดนนทบุรี เพื่อพบกับ ร้อยตำรวจเอกหญิง วฤนธร ตั้งตฤษณกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรี เพื่อสอบถามกรณีเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวดัง หลังทาง กกต.นนทบุรี รับทราบเรื่องและดำเนินการตรวจสอบแล้ว แต่ยังขาดรายละเอียดบางส่วน จึงมีจดหมายเชิญทางชมรมสื่อธรรมาภิบาลและต้านคอรับชั่นมาให้รายละเอียดเพิ่มเติม 




โดยวันนี้ (วันที่ 20 มกราคม 2564) นายฤทธิรณ ปัญญากาบ เลขานุการชมรมสื่อ ธรรมาภิบาลและต้านคอรัปชั่น ได้เดินทางมาที่ กกต. จ.นนทบุรี เพื่อมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับ กกต. จ.นนทบุรี หลังจากได้ยื่นหนังสือให้ทาง กกต.จังหวัดนนทบุรีให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสมาชิก อบจ.จังหวัดนนทบุรี 



ซึ่งหลังจากให้ปากคำเพิ่มเติมแล้ว นายฤทธิรณ ปัญญากาบ เลขานุการชมรมฯ ได้ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในวันนี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่ทางกกต. จ.นนทบุรี ก็ต้องทำการสืบสวนสอบสวนเรื่องตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ.จังหวัดนนทบุรี เขตบางใหญ่ต่อไป และหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็จะมีหมายเชิญทางชมรมสื่อ ธรรมาภิบาลและต้านคอรัปชั่นมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีก ทางชมรมสื่อธรรมาภิบาลและต้านคอรัปชั่น ก็จะติดตามเรื่องนี้ต่อไป จนกว่าทราบผลของการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสมาชิก อบจ.จังหวัดนนทบุรี เขตบางใหญ่      

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564

จังหวัดนนทบุรี สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี ร่วมมือกับนักศึกษาหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สำหรับนักบริหารระดับสูงรุ่นที่ 24 (ปปร.24) บ้านดุสิตสถาบันพระปกเกล้า ทำคลังสินค้าเพิ่มช่องทางการตลาดออนไลน์ช่วยเหลือเกษตรกรช่วงสถานการณ์ โควิด- 19 พร้อมเพิ่มศักยภาพที่จะนำสินค้าเกษตรสู่ผู้บริโภค 

จังหวัดนนทบุรี สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี ร่วมมือกับนักศึกษาหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สำหรับนักบริหารระดับสูงรุ่นที่ 24 (ปปร.24) บ้านดุสิตสถาบันพระปกเกล้า ทำคลังสินค้าเพิ่มช่องทางการตลาดออนไลน์ช่วยเหลือเกษตรกรช่วงสถานการณ์ โควิด- 19 พร้อมเพิ่มศักยภาพที่จะนำสินค้าเกษตรสู่ผู้บริโภค 


วันนี้( 18 ม.ค.64) เวลา 09.30 น. ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี อ.เมือง จ.นนทบุรี ดร.สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ เรื่อง การเข้าถึงเทคโนโลยีและการตลาดเกษตรกรออนไลน์ (เกษตรกรดิจิทัล) โดยมี ดร.ชัยรัตน์ จำนงค์การ รองประธานนักศึกษา ปปร.รุ่นที่ 24และคณะฯ ,ประธาน กต.ตร.จว.นนทบุรี (ภาคประชาชน) นายปรีชา บำรุงศรี เกษตรจังหวัดนนทบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม สำหรับสินค้าเกษตรของจังหวัดนนทบุรี 



มีศักยภาพที่จะนำมาทำการตลาดหลายประเภท อาทิ ผัก ผลไม้ สินค้าแปรรูปต่างๆ การเข้าถึงช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ จึงช่วยทำให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าได้สะดวกและง่ายขึ้น การสร้างแบรนด์ การจดเครื่องหมายการค้า การออกแบบบรรจุภัณฑ์สินค้า 






รวมถึงการสร้างคอนเทนต์หรือสตอรี่ ล้วนแล้วแต่ส่งเสริมให้เกษตรกรจำหน่ายสินค้าได้และเป็นที่รู้จักในวงกว้าง การสร้างทักษะ มุมมอง และประสบการณ์จากองค์กรชั้นนำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราเกษตรกรจังหวัดนนทบุรี ต้องเรียนรู้และไม่หยุดที่จะพัฒนา นายปรีชา บำรุงศรี เกษตรจังหวัดนนทบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้สำนักงานเกษตรจังหวัด กำลังทำคลังข้อมูลสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้แก่เกษตรกร 



โดยเฉพาะสินค้าเกษตรจากเกษตรกรรายย่อย, smart farmer ต่างๆ,กลุ่มส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่,วิสาหกิจชุมชน,กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและกลุ่มส่งเสริมอาชีพเกษตรกร โดยจะมีสินค้าต่างๆ ไม่น้อยกว่า 20 ชนิด ได้แก่ ข้าวและธัญพืช,ผักสด,ผลไม้สด,ไม้ดอกไม้ประดับ,อาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม, สมุนไพรและเครื่องสำอาง, ผ้าและเครื่องแต่งกาย,หัตถกรรมและสิ่งประดิษฐ์อื่นๆโดยสินค้าต่างๆจะเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐาน ซึ่งผู้ซื้อสามารถเข้ามาเลือกซื้อจากหน้าเว็บไซต์สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี ได้โดยตรง โดยจะมีภาพสินค้าผู้ผลิต พร้อมรายละเอียดติดต่อไว้ให้




วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2564

ชาวบ้านร้องสื่อ ให้ส่งเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร อบจ. นนทบุรี เขตบางใหญ่ที่ได้รับเลือกท่านหนึ่ง

ชาวบ้านร้องสื่อ ให้ส่งเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร อบจ. นนทบุรี เขตบางใหญ่ที่ได้รับเลือกท่านหนึ่ง 


จากกรณีชาวบ้านร้องชมรมสื่อธรรมาภิบาลและคอรับชั่น ให้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร อบจ. นนทบุรี เขตบางใหญ่ ที่ได้รับเลือกท่านหนึ่งว่าขาดคุณสมบัติในการลงสมัครเลือกตั้งสมาชิก อบจ.จังหวัดนนทบุรี โดยผู้สมัครคนดังกล่าว เคยต้องโทษ ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการฎีกาวันนี้ 


(วันที่ 12 มกราคม 2564) เวลา 11.30 น. ทางชมรมสื่อธรรมาภิบาลและคอรับชั่น ได้นำกลุ่มผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ที่ว่าการองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง เมื่อไปถึง ที่ว่าการองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี นายณัฐสันต์​ ฟ้าประทานชัยกุล​ รองปลัดอบจ.นนทบุรี​ พร้อมด้วยนายภาสพงษ์​ ขาวกระจ่าง​ นิติกรชำนาญกรพิเศษ และนางสาวศราวดี อุ่นภิรมย์​ นิติกรชำนาญการ ได้มาต้อนรับผู้สื่อข่าวด้วยมิตรไมตรีที่ดีเยี่ยมพร้อมทั้งอธิบายดฎระเบียบและรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการรับสมัครเลือกตั้ง โดยทางนิติกร ได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้สมัครรายดังกล่าวยังมีคุณสมบัติในการลงสมัครเลือกตั้งอยู่เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด ตามกฎหมายเลือกตั้งบุคคลดังกล่าวยังสามารถลงสมัครเลือกตั้งได้ แต่หากศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ ผู้สมัครรายนี้ก็ต้องถูกตัดสิทธิ์ทันที ก็ต้องทำกาีเลือกตั้ง อบจ.กันใหม่ 


โดยทางนิติกรก็ต้องทำเรื่องร้องเรียกค่าสเสียหายในงบประมาณในการเลือกตั้งที่เสียไปกับผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิต่อไป ต่อมาเวลา 13.30 น. ทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ กกต. จังหวัดนนทบุรี เพื่อพบกับ ร้อยตำรวจเอกหญิง วฤนธร ตั้งตฤษณกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรี เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าวทาง ทาง กกต.นนทบุรี รับทราบเรื่องและดำเนินการอย่างไรบ้าง โดย ร้องตำรวจเอกหญิง วฤนธร ตั้งตฤษณกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรี ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า 



เรื่องนี้ต้องแยกออกเป็น 2 ประเด็นคือ 1. เรื่องขาดคุณสมบัติในการลงสมัครเลือกตั้ง 2. เรื่องขาดคุณสมบัติในการเป็นสมาชิก อบจ. โดยทางคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรี ได้แจ้งกับทางผู้สื่อข่าวว่า ผู้สมัครคนดังกล่าวตามข้อที่ 1 เรื่องขาดคุณสมบัติในการลงสมัครเลือกตั้งยังไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติเพราะคดียังไม่ถึงที่สุดคุณสมบัติเพราะคดียังไม่ถึงที่สุด ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกลับไปว่าหากคดีถึงที่สุดแล้วศาลฎีกาได้ยืนตามศาลอุทธรณ์ ทาง กกต. จังหวัด จะดำเนินการอย่างไรต่อ ทางคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดนนทบุรีได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า หากเป็นสมาชิก อบจ. แล้วก็ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่าสมาชิกคนดังกล่าวขาดคุณสมบัติในการเป็นสมาชิก อบจ.หรือไม่ ทางผู้สื่อข่าวจะติดตามความคืบหน้าต่อไป