วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

วันนี้(28พ.ย.61)มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยแผนกสังคมสงเคราะห์ ร่วมกับ มูลนิธิลำปางสงเคราะห์ จ.ลำปาง ในโครงการ"แจกผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภค เพื่อสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว ในถิ่นทุรกันดาร ประจำปี2561"

วันนี้(28พ.ย.61)มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยแผนกสังคมสงเคราะห์
ร่วมกับ มูลนิธิลำปางสงเคราะห์ จ.ลำปาง
ในโครงการ"แจกผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภค เพื่อสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว ในถิ่นทุรกันดาร ประจำปี2561" 



นำโดยคุณวุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย ผจก.มูลนิธิฯ
และ คุณศิริพร กระจ่างหล้า  ผช.หน.ผ.สังคมฯ 
ร่วมทำพิธีมอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภค จำนวน 1,000 ชุด ใน 2 อำเภอ  อ.เมืองปาน และ อ.แจ้ห่ม
ได้มีผู้ประสบภัยมารับการสงเคราะห์
คิดเป็นมูลค่าในการแจกจ่ายครั้งนี้(600,000บาท)หกแสนบาทถ้วน)

โดยมี ฯพณฯไพโรจน์ โล่ห์สุนทร
 ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิฯ 
พร้อมคณะกรรมการฯ
และหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องส่วนต่างๆ ร่วมในพิธีครั้งนี้.
(เสร็จสิ้นเดินทางไปแจกที่ จ.ลำพูนในวันพรุ่งนี้)




"ร่วมเบิร์ดเดย์ ครบรอบ 74 ปี !!"พี่ตุ๋ย"นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย!!

"ร่วมเบิร์ดเดย์ ครบรอบ 74 ปี !!"พี่ตุ๋ย"นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย!!



เมื่อคืนวันที่ 28 พ.ย.2651 ณ 13 เหรียญรีสอร์ท งามวงค์วาน นนทบุรี ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษาบริษัทในเครือ จีจีไอ กรุ๊ป ,ประธานที่ปรึกษา"มูลนิธิพระราหู โครงการ ใจถึงใจ"ร่วมอวยพรและแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันเกิด คุณศิวดล ชวลิตปรีชา (พี่ตุ๋ย)นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ครบรอบ 74 ปี 


โดยมี พล.อ.สิทธิ์ สิทธิมงคล นายกสมาคมศิษย์เก่าสวนสุนันทา ในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์การบริหารงานส่งกำลังบำรุง(พสอ.8),พร้อมด้วยร้อยเอก ดร.เมตตา เต็มชำนาญ (ตู่ เมตตา)ประธานกลุ่มเมตตาธรรมและชมรมรวมพลคนโอเอร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานฉลองวันเกิดครั้งนี้ภายใต้ชื่องาน"เหลือเวลาอีก 25 ปี" 

นอกจากนี้ยังมี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม,คุณฤทธิ์ ลือชา ดารานักแสดงอาวุโส,พี่ขิงไทยรัฐ รวมทั้ง เพื่อน พี่ๆน้องๆ และสื่อมวลชนและคนในวงการกีฬา มาร่วมอวยพรและแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขของพี่ๆน้องๆที่มาร่วมงานเบิร์ดเดย์ครั้งนี้!!






ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ แก้ไขปัญหาจราจรแบบบูรณาการ พัฒนาเทคโนโลยีให้นำสมัย

 ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ

แก้ไขปัญหาจราจรแบบบูรณาการ

พัฒนาเทคโนโลยีให้นำสมัย 



ด้วยปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมากได้ร้องเรียน ผ่านเพจ facebook นิธิธร จินตกานนท์ กรณีรถจักรยานยนต์ขับขี่บนทางเท้าและขับขี่ย้อนศร  สืบเนื่องจากกรณีที่มีจักรยานยนต์วิ่งบนฟุตบาททางเท้าชนคนจนได้รับบาดเจ็บ กองบังคับการตำรวจจราจร จึงได้บูรณาการกำลังร่วมกับกรุงเทพมหานคร , สำนักเทศกิจและกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันจับกุมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า และขับขี่ย้อนศร บริเวณห้างสรรพสินค้าฟอร์จูนพระราม 9 ถนนรัชดาภิเษก เพื่อมาดำเนินการตามกฎหมายโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยประชาชนได้รับความสะดวกสบายและเกิดความปลอดภัย อีกทั้งเป็นการยืดอายุการใช้ทางเท้า สำหรับประชาชนและผู้พิการ

กล่าวคือเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 เวลาประมาณ 16.00 น.ถึง 18:00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม., พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.มม., พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1, พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร., พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. , พล.ต.อ.กัมพล  รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง ร่วมกับ นาย จิรวัฒน์ แพงมา ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ, นาย โกศล สิงหนาท ผู้อำนวยการกองนิติการและบังคับคดี , นาย วัตรฤทธิ์ ทองธัญวีรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนตรวจและบังคับการ 2 , นาย เสฐียร ถึงนาค หัวหน้ากลุ่มงานปฏิบัติการ ส่วนตรวจและบังคับการ 2 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.จร. บก.ทท.และ สน. ห้วยขวาง ร่วมกันจับกุมผู้ขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้าบริเวณห้างสรรพสินค้าฟอร์จูนพระราม 9 ถนนรัชดาภิเษก ได้ระดมจับกุม บริเวณหน้าห้างฟอจูน ในเขตพื้นที่ สน.ห้วยขวาง 
ผลการจับกุมดังนี้
- รถจอดเขตห้าม 15 ราย ปรับ 3 ราย
- ย้อนทาง       3 ราย ปรับ 1 ราย
- บนทางเท้า    7 ราย ปรับ - ราย
- ไม่สวมหมวก 3 ราย ปรับ 3 ราย 
- จอดบนทางเท้า 1 ราย ปรับ1ราย
รวมจับกุม 29 ราย ปรับ 8 ราย

โดยผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าที่ถูกจับกุมจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองพ.ศ 2535 มาตรา 17 , 56 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ 2522 มาตรา 43 (7) , 157 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 400 บาทถึง 1,000 บาท ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศร อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ 2522 มาตรา 41,148 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท






พิธีมอบคืนโฉนดที่ดินและทรัพย์สิน คืนความสุขให้ประชาชนลดความเหลื่อมล้ำของสังคม


ณ.ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ ตำรวจภูธรภาค 1 ครั้งที่ 4 วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน 2561 เวลา 10:00 น.
ตามนโยบายของรัฐบาลและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน




โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ให้ประชาชนกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดและทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบยึดที่ดินของประชาชนทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากและพล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีคำสั่ง ตร. ที่ 466/2561 ลงวันที่ 10 ส.ค. 2561 จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  (ศปฉช.ตร.) เพื่อควบคุม สั่งการ เร่งรัด ตรวจสอบติดตามการดำเนินคดีเกี่ยวกับการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน และคดีอาญาอื่นที่เป็นนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. , พล.ต.อ. เฉลิมเกรียติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. , พล.ต.อ. ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท. มนู เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และตำรวจภูธรภาค 1 โดย พล.ต.ท. อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1/ผอ.ศปฉช.ภ.1 , พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1/รอง ผอ.ศปฉช.ภ.1 , พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบช.ภ.1 ควบคุมกำกับชุดปฏิบัติการ สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 9 จังหวัด และกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 ปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมกลุ่มนายทุนปล่อยดอกเบี้ยโหดและยึดที่ดินชาวบ้าน จากการปฏิบัติงานได้ช่วยเหลือผู้เสียหายจากการถูกเอารัดเอาเปรียบเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดและถูกยึดโฉนดที่ดินและทรัพย์สินอื่นๆนำเข้าสู่มาตรการเจรจาไกล่เกลี่ย สามารถนำโฉนดที่ดินและทรัพย์สินอื่นคืนให้กับประชาชน





รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้น 197,364,629 บาท รวมโฉนดที่ดินที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบทั้งสิ้น 2,178 ฉบับ ในการปฏิบัติการครั้งนี้ตำรวจภูธรภาค 1 ได้บูรณาการกำลังร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครองภาคเอกชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือจากประชาชนและตำรวจภูธรภาค 1 จะได้ดำเนินการ ตรวจสอบ ตรวจค้น จับกุม อย่างต่อเนื่อง ต่อไป เพื่อให้นโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บรรลุวัตถุประสงค์สูงสุด

// พีรณัฐ นสพ.เจาะเลนส์ // รายงาน

วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

โรงพยาบาลพญาไท 3 มอบกระเป๋าอุปกรณ์ยาและเวชภัณฑ์ให้แก่ชุดปฏิบัติการพิเศษจราจรในโครงการพระราชดำริ


วันนี้วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน 2561 เวลา 13:30 น.
ณ.ลานอเนกประสงค์กองบัญชาการตำรวจนครบาล โรงพยาบาลพญาไท 3 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและความเสียสละของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในโครงการพระราชดำร ิที่ได้ปฏิบัติหน้าที่บริการประชาชนอำนวยความสะดวกด้านการจราจร 




โดยเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 คุณศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารตลาดกลุ่ม PMC และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโรงพยาบาลพญาไท 3 เป็นตัวแทนส่งมอบกระเป๋าอุปกรณ์ยาและเวชภัณฑ์ประกอบด้วยกระเป๋ายาเวชภัณฑ์ใบใหญ่จำนวน 25 ใบ และกระเป๋าขนาดเล็กจำนวน 200 ใบโดยมี พล.ต.ท. สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เป็นประธานในการรับมอบ ร่วมด้วย พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก พล.ต.ต. ธีรศักดิ์ สุริวงค์ พล.ต.ต. นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. และชุดปฏิบัติการจราจรในโครงการพระราชดำริ ร่วมในการรับมอบครั้งนี้ โรงพยาบาลพญาไท 3 ยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน และดูแลเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการทุกท่าน เพื่อให้ท่านได้นำกระเป๋าอุปกรณ์ยาและเวชภัณฑ์ไปใช้ในภารกิจในการช่วยเหลือประชาชนต่อไป


// พีรณัฐ เจาะเลนส์ //รายงาน
วันนี้(26พ.ย.61)มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยแผนกสังคมสงเคราะห์ ร่วมกับ แม่สอดมูลนิธิสามัคคีการกุศล จ.ตาก ในโครงการ"แจกผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภค เพื่อสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว ในถิ่นทุรกันดาร ประจำปี2561" 


นำโดยคุณวุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย ผจก.มูลนิธิฯ
และ คุณศิริพร กระจ่างหล้า  ผช.หน.ผ.สังคมฯ
ร่วมทำพิธีมอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภค จำนวน 1,500 ชุด ใน 3อำเภอ อ.แม่สอด อ.พบพระ และ อ.อุ้มผาง
ได้มีผู้ประสบภัยมารับการสงเคราะห์  คิดเป็นมูลค่าในการแจกจ่ายในครั้งนี้(900,000บาท)เก้าแสนบาทถ้วน)






โดยมี คุณสามารถ  ลอยฟ้า  อดีตผู้ว่าฯ จ.ตาก
 คุณชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ อดีต สส. จ.ตาก
คุณสุชาติ ตรีรัตน์วัฒนา ประธานมูลนิธิฯ
พร้อมคณะกรรมการฯ
และหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องส่วนต่างๆ ร่วมในพิธีครั้งนี้.

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

จับกุมเครือข่ายแก๊งค์สกิมเมอร์และนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมมารูดกับเครื่องอนุมัติเงินอัตโนมัติและส่งเงินไปยังต่างประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 23 ล้านบาท


ด้วยเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน กก.1 บก.ทท.1 ได้รับการประสานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทย ว่ามีบุคคลนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมมารูดกับเครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ (EDC) บริเวณคอนโดแห่งหนึ่ง ย่าน ถ.รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมมหานคร จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ 
ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2561 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. , พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. , พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร , พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง รอง ผบช.ทท. ,     พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1 , พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. , พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 , พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นในธรรม ผบก.สส.สตม. , พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว , เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ และ เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. ได้ร่วมกันจับกุม


1.น.ส.สุรางคนา บุญเรียบ อายุ 36 ปี โดยกล่าวหาว่า “มีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ” และ
2.น.ส.รัชนีวรรณ โถนะวัลย์ อายุ 41 ปี “มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”
จับกุมได้ที่ ห้องพักรัชดาออร์คิดทาวเวอร์ ถ.รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
พร้อมของกลาง เครื่องบันทึกข้อมูลลงในแถบแม่เหล็ก จำนวน 1 เครื่อง , บัตรอิเล็กทรอนิกส์เปล่า     (บัตรขาว) จำนวน 11 ใบ , คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค , ไอแพด ,โทรศัพท์มือถือ , บัญชีธนาคารของผู้อื่น จำนวน       64 เล่ม , บัตรเอทีเอ็มของผู้อื่น จำนวน 47 ใบ , เครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ (EDC)/เครื่องรูดบัตร จำนวน        15 เครื่อง และ สลิปสรุปยอดการใช้บัตรรูดจากเครื่องอนุมัติเงินสดอัตโนมัติ จำนวน 125 ใบ โดย น.ส.สุรางคนาฯ และ น.ส.รัชนีวรรณฯ ยอมรับว่าเป็นคนทำหน้าที่ในการจัดหา เครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ (EDC) พร้อมกับบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มที่ผูกกับเครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ (EDC) นำมาให้กับชายชาวจีนเพื่อใช้รูด เมื่อรูดเงินแล้วชายชาวจีนดังกล่าวจะส่ง  สลิปยอดรูดเงินมาให้ เพื่อให้ไปกดเงินแล้วนำมาเงินมาให้กับชายชาวจีน โดย    น.ส.สุราคนาฯ และ น.ส.รัชนีวรรณฯ จะได้ส่วนแบ่งเป็นเงินร้อยละ 1 ของยอดเงินสดที่กดมาได้
ต่อมาวันที่ 25 พ.ย. 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลจับกุมชายชาวจีนเพิ่มเติมอีก 2 คน ประกอบด้วย
​1.MR.SUN ZHIDENG (ซุน เด็ง) อายุ 32 ปี สัญชาติจีน และ
​2.MR.YU PENG (ยู เป็ง) อายุ 36 ปี สัญชาติจีน
​โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์โดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้นโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน , ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และ ร่วมกันมีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์”
 



 
จับกุมได้ที่ บางกอกรัชดาเซเว่นทีนคอนโด ซ.อินทามระ 47 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
​พร้อมของกลาง บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม จำนวน 150 ใบ , บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นจำวน 20 ใบ , เครื่องบันทึกข้อมูลลงแถบแม่เหล็ก ,คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค, สมุดบัญชีธนาคาร , สลิปใบเสร็จจากเครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ จำนวน 4 ใบ , และของกลางอื่นๆอีกหลายรายการ
​จากการตรวจสอบพบว่าเครือข่ายดังกล่าวนี้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 ตรวจสอบจากสลิปใบเสร็จจากเครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ พบว่าเบื้องต้นมีการรูดเงินไปมูลค่าความเสียหายกว่า 23 ล้านบาท โดย MR.SUN ZHIDENG (ซุน เด็ง) และ MR.YU PENG (ยู เป็ง) เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยวและแอบแฝงเข้ามากระทำความผิดในประเทศไทย และ MR.SUN ZHIDENG (ซุน เด็ง) และ MR.YU PENG (ยู เป็ง) ยอมรับว่าเป็นคนจัดหาข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เสียหายซึ่งส่วนมากเป็นคนจีนมาแล้วทำการบันทึกลงในบัตรอิเล็กทรอนิกส์เปล่า(บัตรขาว) หลังจากนั้นได้ว่าจ้างคนไทยให้ไปจัดหาเครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ (EDC) มาให้แล้วนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมมารูด เมื่อเงินเข้าบัญชีของเจ้าของเครื่องรูดแล้วก็จะให้คนไทยไปกดเงินแล้วแบ่งกันตามสัดส่วนที่ได้ตกลงกันไว้ หลังจากนั้นจะนำเงินที่ได้ส่งกลับประเทศผ่านร้านรับแลกเงินแห่งหนึ่งในเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสืบสวนจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

//ขอขอบคุณ ภาพ/ ข่าว จาก
พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.