ถึงเวลาปั้นนักการเมืองรุ่นใหม่น้ำดี!!
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 ดร.ธเนษฐ เศรษฐาวาณิช ในฐานะตัวแทนนักการเมืองไทยรุ่นใหม่ เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจาก Konrad Adenauer Stiftung ประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับการประเมินว่าดีที่สุดในเรื่องของการเป็นศูนย์กลางในความร่วมมือและมีเครือข่ายจากพรรคการเมืองทั่วโลก (Best Think Tank Network Center and Political Party Affiliation Center of Excellence จาก TTCSP Global go to Think Tank Index Report 2019)
ที่รวบรวมนักการเมืองรุ่นใหม่จากทั่วโลกที่เป็นประชาธิปไตยในหลักสูตร Young Political Leader ปี 2020-2021 โดยทาง ดร.ธเนษฐ เศรษฐาวาณิชและคณะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมเข้าร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฮุน มานี (H.E.Hun Many) ลูกชายของสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ณ รัฐสภา และ H.E. Sous Yara โฆษกพรรคประชาชนกัมพูชา (Cambodian People’s Party) ในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม ความร่วมมือระหว่างประเทศ และ ด้านการเมือง โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยดีและมีความคิดเห็นแลกเปลี่ยนที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และพร้อมที่จะร่วมมือทุกด้านต่อเนื่องในอนาคต ทั้งนี้ ดร.ธเนษฐ ได้แสดงทรรศนะว่า ประเทศไทยควรจัดตั้งองค์กรในการพัฒนานักการเมืองรุ่นใหม่ที่เป็นเรื่องเป็นราว และทุกคนเข้าถึงได้ มิใช่แค่ลูกหลานนักการเมืองหรือผู้นำทางด้านธุรกิจเท่านั้นแต่ต้องเป็นคนที่มีใจและรักในการทำงานด้านการเมือง
ซึ่งถือได้ว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะนักการเมืองรุ่นใหม่ให้มีพลังในทางความคิดทางการเมืองที่ถูกต้องและสามารถสานความสัมพันธ์กับนานาชาติได้เป็นอย่างดี ในแต่ละประเทศมีองค์กรที่รวบรวมศูนย์กลางด้านความรู้และโรงเรียนการเมืองที่คอยบ่มเพาะผู้ที่จะเป็นนักการเมืองอาชีพจริง ๆ สอนให้มีความเป็นผู้นำทางประชาธิปไตย การแก้ไขปัญหาในสังคมโดยศึกษาจากสถานการณ์จากหลาย ๆ ประเทศ แบ่งปันความคิดเห็น เสริมสร้างความสามารถในการทำงานด้านการเมืองทุกมิติ และมีเวทีดีเบตที่มิใช่มีแค่เฉพาะในช่วงเวลาเลือกตั้งเท่านี้น
วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
“ป่อเต็กตึ๊ง” แล้งนี้ไม่แล้งน้ำใจ สู้ภัยแล้ง ภาคเหนือและภาคอีสาน
จัดทีมสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่มอบน้ำดื่ม พร้อมถุงยังชีพ บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย จ.พิษณุโลก และ สุโขทัย
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยแล้งแก่ชาวพิษณุโลก และ ชาวสุโขทัย โดยมอบน้ำดื่ม พร้อมถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา น้ำมันพืช รวม 2,000 ชุด
รวมงบประมาณเป็นเงิน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) โดยมี นายไมตรี ไตรติรานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะกรรมการของมูลนิธิประสาทบุญสถาน จ.พิษณุโลก และ มูลนิธิร่วมมิตรสุโขทัย เป็นผู้ประสานงานการช่วยเหลือ และร่วมในพิธี ในช่วงเช้า แจกจ่ายณ อบต.วังพิกุล อ.วังทอง และ อบต.ชุมแสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จำนวน 1,000 ชุด และในช่วงบ่าย ณ บริเวณวัดเชิงคีรี อ.คีรีมาส อบต.บ้านวังน้ำขาว อ.บ้านด่านลานหอยและ อบต.ลานหอย จ.สุโขทัย จำนวน 1,000 ชุด
โดยในปี 2563 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยฝ่ายสังคมสงเคราะห์ กำหนดลงพื้นที่มอบน้ำดื่มและถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพื่อบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน รวม 13 จังหวัด ได้แก่ จ.นครสวรรค์ พิจิตร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย นครราชสีมา อุดรธานี บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ นครพนม บึงกาฬ มหาสารคาม และเพชรบูรณ์ รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 6,500,000 บาท (หกล้านห้าแสนบาทถ้วน)
## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 110 ปี ความดีที่ยั่งยืน ## ## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยแล้งแก่ชาวพิษณุโลก และ ชาวสุโขทัย โดยมอบน้ำดื่ม พร้อมถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา น้ำมันพืช รวม 2,000 ชุด
รวมงบประมาณเป็นเงิน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) โดยมี นายไมตรี ไตรติรานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะกรรมการของมูลนิธิประสาทบุญสถาน จ.พิษณุโลก และ มูลนิธิร่วมมิตรสุโขทัย เป็นผู้ประสานงานการช่วยเหลือ และร่วมในพิธี ในช่วงเช้า แจกจ่ายณ อบต.วังพิกุล อ.วังทอง และ อบต.ชุมแสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จำนวน 1,000 ชุด และในช่วงบ่าย ณ บริเวณวัดเชิงคีรี อ.คีรีมาส อบต.บ้านวังน้ำขาว อ.บ้านด่านลานหอยและ อบต.ลานหอย จ.สุโขทัย จำนวน 1,000 ชุด
โดยในปี 2563 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยฝ่ายสังคมสงเคราะห์ กำหนดลงพื้นที่มอบน้ำดื่มและถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพื่อบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน รวม 13 จังหวัด ได้แก่ จ.นครสวรรค์ พิจิตร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย นครราชสีมา อุดรธานี บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ นครพนม บึงกาฬ มหาสารคาม และเพชรบูรณ์ รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 6,500,000 บาท (หกล้านห้าแสนบาทถ้วน)
## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 110 ปี ความดีที่ยั่งยืน ## ## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน
วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
พล จตุพล นักธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูปพันล้านรับรางวัลดัง!!!!!
หลายคนอาจคุ้นชื่อนายประมงจากรายการอายุน้อยร้อยล้านหรือชื่อจริง คุณพล จตุพล เก็งวินิจกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเอ็นเอส อันดามัน จำกัดเจ้าของแบรนด์อาหารแปรรูปชื่อดัง" นายประมง" ได้เข้ารับรางวัล นักธุรกิจยอดเยี่ยมในยุคดิจิทัล แห่งปีในงาน “ Thailand Digital Awards 2020 ” ครั้งที่ 3
จากชมรมพัฒนาธุรกิจและทรัพยากรมนุษย์ ได้จัดงานเสวนา “เยาวชนสร้างชาติสู่นักธุรกิจพันล้านในยุคดิจิทัล”และพิธีมอบรางวัล “Thailand Kids Awards 2020และรางวัลThailand Digital Awards 2020 ” ครั้งที่ 3 เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและภาคประชาชนสามารถพัฒนาตนเองเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จและยกระดับศักยภาพของคนไทยและกิจการต่างๆของคนไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ทั้งในเรื่องรูปแบบการดำเนินชีวิตและรูปแบบการดำเนินธุรกิจรวมทั้งรูปแบบการทำงานเพื่อสังคมซึ่งให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) โดยงานรับรางวัล “ Thailand Digital Awards 2020 ” ครั้งที่ 3 ชมรมพัฒนาธุรกิจและทรัพยากรมนุษย์ จัดขึ้น ณ โรงแรม อมารี ดอนเมืองแอร์พอร์ตกรุงเทพฯ
ได้มีการคัดเลือกผู้สร้างคุณประโยชน์สาขาต่างๆทั้งทางด้านวงการบันเทิง การเมือง สังคมและภาคธุรกิจ ซึ่งไม่เฉพาะบุคคลซึ่งมีชื่อเสียงในประเทศไทยเท่านั้นแต่ยังมีบุคคลที่เป็นสตาร์ทอัพด้านธุรกิจจากประเทศในแถบอาเซียนเข้ารับรางวัลด้วย เช่น กัมพูชา สปป.ลาว เป็นต้น เช่นคุณมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คุณกันติพจน์ สิริภักดิสกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คุณพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ว่าที่ผู้สมัครส.ก.เขตบางกะปิพรรคเพื่อไทย คุณสุมณี คุณะเกษม , ดร.วโรดม ศิริสุข ผู้บริหารสถานีโทรทัศนดาวเทียมipm ,ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี คุณอรรคพันธ์ นะมาตร์ คุณโตนนท์ วงศ์บุญ คุณภูษณุ วงศาวณิชชากร เป็นต้น
หลายคนอาจคุ้นชื่อนายประมงจากรายการอายุน้อยร้อยล้านหรือชื่อจริง คุณพล จตุพล เก็งวินิจกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเอ็นเอส อันดามัน จำกัดเจ้าของแบรนด์อาหารแปรรูปชื่อดัง" นายประมง" ได้เข้ารับรางวัล นักธุรกิจยอดเยี่ยมในยุคดิจิทัล แห่งปีในงาน “ Thailand Digital Awards 2020 ” ครั้งที่ 3
จากชมรมพัฒนาธุรกิจและทรัพยากรมนุษย์ ได้จัดงานเสวนา “เยาวชนสร้างชาติสู่นักธุรกิจพันล้านในยุคดิจิทัล”และพิธีมอบรางวัล “Thailand Kids Awards 2020และรางวัลThailand Digital Awards 2020 ” ครั้งที่ 3 เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและภาคประชาชนสามารถพัฒนาตนเองเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จและยกระดับศักยภาพของคนไทยและกิจการต่างๆของคนไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ทั้งในเรื่องรูปแบบการดำเนินชีวิตและรูปแบบการดำเนินธุรกิจรวมทั้งรูปแบบการทำงานเพื่อสังคมซึ่งให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) โดยงานรับรางวัล “ Thailand Digital Awards 2020 ” ครั้งที่ 3 ชมรมพัฒนาธุรกิจและทรัพยากรมนุษย์ จัดขึ้น ณ โรงแรม อมารี ดอนเมืองแอร์พอร์ตกรุงเทพฯ
ได้มีการคัดเลือกผู้สร้างคุณประโยชน์สาขาต่างๆทั้งทางด้านวงการบันเทิง การเมือง สังคมและภาคธุรกิจ ซึ่งไม่เฉพาะบุคคลซึ่งมีชื่อเสียงในประเทศไทยเท่านั้นแต่ยังมีบุคคลที่เป็นสตาร์ทอัพด้านธุรกิจจากประเทศในแถบอาเซียนเข้ารับรางวัลด้วย เช่น กัมพูชา สปป.ลาว เป็นต้น เช่นคุณมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คุณกันติพจน์ สิริภักดิสกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คุณพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ว่าที่ผู้สมัครส.ก.เขตบางกะปิพรรคเพื่อไทย คุณสุมณี คุณะเกษม , ดร.วโรดม ศิริสุข ผู้บริหารสถานีโทรทัศนดาวเทียมipm ,ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี คุณอรรคพันธ์ นะมาตร์ คุณโตนนท์ วงศ์บุญ คุณภูษณุ วงศาวณิชชากร เป็นต้น
วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
มูลนิธิจิตเป็นผู้ให้ใจเป็นนิพพาน โดยมี พอ.นพ.พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา ผู้อำนวยการสร้าง จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ The Message เล่า ฤา สื่อ IV
ภาพยนตร์ที่มีคอนเซ็ปท์เรื่องราว ภัยพิบัติ เกิดจากธรรมชาติจริงหรือ? คำถามที่เถียงกันไม่จบ บ้างว่าเกิดจากธรรมชาติ บ้างว่าเกิดจากน้ำมือมนุษย์ แต่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด เราต้อง…หยุดยั้งมัน!!! บทภาพยนตร์โดย เพ็ญจันทร์ วงศ์สมเพ็ชร ควบตำแหน่งผู้กำกับการแสดง พร้อมผู้กำกับฯ ร่วม ณัฎฐพล อมรทัต ส่วนโปรดิวเซอร์ตกเป็นหน้าที่ของ พิศิษฐ์ กิตติธเนษฐาพาณิช
บรรยากาศภายในงานเริ่มจากการพูดคุยของผู้อำนวยการสร้าง ถึงที่มาที่ไปในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่ง พอ.นพ.พงศ์ศักดิ์ กล่าวว่า “ฟ้าสั่งให้สร้าง เพื่อเตือนเรื่องภัยพิบัติให้มนุษย์ เรื่องนี้เราพยายามจะหาผู้สร้าง มีโครงเรื่อง มีเรื่องราว ว่าฟ้ารู้แล้วว่า มนุษย์ตอนนี้ดำเนินชีวิตอย่างไร ก็ส่งสัญญาณเตือนมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด น้ำท่วม โรคระบาด สิ่งเหล่านี้ฟ้าส่งสัญญาณเตือนมนุษย์โลกมาแล้ว แต่แปลกที่ มนุษย์เรายังไม่เข้าใจ ก็ยังดำเนินชีวิตธรรมดา เพราะฉะนั้นฟ้าเลยกำหนดมาว่าในปี 2020 นี่แหละ เราไม่เคยเห็นไฟป่าหนักขนาดนี้ เราไม่เคยเห็นโรคระบาดที่เกิดขึ้น คนก็แตกตื่นกันทั่วโลก เป็นการเตือนที่หนักมากอย่างชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนบนโลกนี้ นี่คือสัญญาณเตือนของฟ้า ในหนังเรื่องนี้ก็จะส่งมนุษย์ 4 คนที่พลังมาบอกกล่าวให้มนุษย์ทำความดี ผ่านข้อความ หรือ message ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกได้เลยว่า สนุก มันส์ ตื่นเต้น รักหวานฉ่ำ เร้าใจ ดูได้ทุกวัย ทั้งเด็ก วัยรุ่นและคนแก่ ตั้งแต่นายกฯ จนถึงแม่ค้า ดูแล้วสบายใจ ดูแล้วอยากดูใหม่ ต้องดูสัก 3 รอบครับ” ด้านผู้เขียนบทและผู้กำกับฯ อย่าง ครูมิ้งค์-เพ็ญจันทร์ ก็กล่าวสมทบถึงหนังเรื่องนี้ว่า “ครั้งแรกที่เราได้รับการติดต่อ คำถามแรกผู้อำนวยการสร้าง ถามเราว่า เชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวไหม เราคิดในใจเลยว่ามันใช่เลย เราเชื่อว่าในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ คงไม่ใช่ดาวโลกที่มีมนุษย์อยู่อาศัย ยิ่งเราได้รู้ปณิธานของผู้สร้างว่าจะทำหนังเตือนภัยพิบัติให้คนหันมาทำความดี เราจึงรับปากกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ทันที ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ มีทุกรส ทุกอรรถรส ทั้งรักโรแมนติกแบบวัยรุ่น แนว sci-fi เพราะมีการเตือนภัยจากสิ่งมีชีวิตนอกโลก การเกิดภัยพิบัติ ทั้งแนวตลก เหมาะกับชาวบ้าน และแนวคำสอน เรียกว่า ครบรสจริงๆ ค่ะ”
ส่วนผู้กำกับฯ ร่วมอย่าง ฎฐพล อมรทัต กล่าวเสริมในหนังเรื่องนี้ว่า “การสร้างหนังเรื่องนี้ต้องการให้ตระหนักถึงภัยธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัว จนบางครั้งภัยธรรมชาติได้สร้างหายนะ จนมนุษย์ไม่สามารถตั้งตัวได้ทันเป็นเสมือนคำเตือนให้เรามีสติ ให้เราเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทในแต่ละวัน” ในงานนี้ยังมีเหล่านักแสดงมาร่วมพูดคุยด้วยอย่าง ธนภณ เอี่ยมกำชัย (จาก Superboy), จารุพงศ์ กล้วยไม้งาม (แจ็ค แบล็คแจ็ค), ซาร่า คาซิงกินี, ฟิฟิล์ม-สิริอมร อ่อนคูณ, จ็อบ-ไตรรงค์ ชัยนรานนท์, นึกคิด บุญทอง, แจ็ค เชิญยิ้ม, จ๊อบ แมนจู, บูม-ชญาภา พงศ์สุภาชาคริต และ นรภัทร ปภากรบุญญานนท์ ณ โรงภาพยนตร์ 14 เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน พบกับ The Message เล่า ฤา สื่อ IV ในวันที่ 20/02/2020 พร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์
ภาพยนตร์ที่มีคอนเซ็ปท์เรื่องราว ภัยพิบัติ เกิดจากธรรมชาติจริงหรือ? คำถามที่เถียงกันไม่จบ บ้างว่าเกิดจากธรรมชาติ บ้างว่าเกิดจากน้ำมือมนุษย์ แต่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด เราต้อง…หยุดยั้งมัน!!! บทภาพยนตร์โดย เพ็ญจันทร์ วงศ์สมเพ็ชร ควบตำแหน่งผู้กำกับการแสดง พร้อมผู้กำกับฯ ร่วม ณัฎฐพล อมรทัต ส่วนโปรดิวเซอร์ตกเป็นหน้าที่ของ พิศิษฐ์ กิตติธเนษฐาพาณิช
บรรยากาศภายในงานเริ่มจากการพูดคุยของผู้อำนวยการสร้าง ถึงที่มาที่ไปในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่ง พอ.นพ.พงศ์ศักดิ์ กล่าวว่า “ฟ้าสั่งให้สร้าง เพื่อเตือนเรื่องภัยพิบัติให้มนุษย์ เรื่องนี้เราพยายามจะหาผู้สร้าง มีโครงเรื่อง มีเรื่องราว ว่าฟ้ารู้แล้วว่า มนุษย์ตอนนี้ดำเนินชีวิตอย่างไร ก็ส่งสัญญาณเตือนมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด น้ำท่วม โรคระบาด สิ่งเหล่านี้ฟ้าส่งสัญญาณเตือนมนุษย์โลกมาแล้ว แต่แปลกที่ มนุษย์เรายังไม่เข้าใจ ก็ยังดำเนินชีวิตธรรมดา เพราะฉะนั้นฟ้าเลยกำหนดมาว่าในปี 2020 นี่แหละ เราไม่เคยเห็นไฟป่าหนักขนาดนี้ เราไม่เคยเห็นโรคระบาดที่เกิดขึ้น คนก็แตกตื่นกันทั่วโลก เป็นการเตือนที่หนักมากอย่างชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนบนโลกนี้ นี่คือสัญญาณเตือนของฟ้า ในหนังเรื่องนี้ก็จะส่งมนุษย์ 4 คนที่พลังมาบอกกล่าวให้มนุษย์ทำความดี ผ่านข้อความ หรือ message ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกได้เลยว่า สนุก มันส์ ตื่นเต้น รักหวานฉ่ำ เร้าใจ ดูได้ทุกวัย ทั้งเด็ก วัยรุ่นและคนแก่ ตั้งแต่นายกฯ จนถึงแม่ค้า ดูแล้วสบายใจ ดูแล้วอยากดูใหม่ ต้องดูสัก 3 รอบครับ” ด้านผู้เขียนบทและผู้กำกับฯ อย่าง ครูมิ้งค์-เพ็ญจันทร์ ก็กล่าวสมทบถึงหนังเรื่องนี้ว่า “ครั้งแรกที่เราได้รับการติดต่อ คำถามแรกผู้อำนวยการสร้าง ถามเราว่า เชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวไหม เราคิดในใจเลยว่ามันใช่เลย เราเชื่อว่าในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ คงไม่ใช่ดาวโลกที่มีมนุษย์อยู่อาศัย ยิ่งเราได้รู้ปณิธานของผู้สร้างว่าจะทำหนังเตือนภัยพิบัติให้คนหันมาทำความดี เราจึงรับปากกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ทันที ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ มีทุกรส ทุกอรรถรส ทั้งรักโรแมนติกแบบวัยรุ่น แนว sci-fi เพราะมีการเตือนภัยจากสิ่งมีชีวิตนอกโลก การเกิดภัยพิบัติ ทั้งแนวตลก เหมาะกับชาวบ้าน และแนวคำสอน เรียกว่า ครบรสจริงๆ ค่ะ”
ส่วนผู้กำกับฯ ร่วมอย่าง ฎฐพล อมรทัต กล่าวเสริมในหนังเรื่องนี้ว่า “การสร้างหนังเรื่องนี้ต้องการให้ตระหนักถึงภัยธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัว จนบางครั้งภัยธรรมชาติได้สร้างหายนะ จนมนุษย์ไม่สามารถตั้งตัวได้ทันเป็นเสมือนคำเตือนให้เรามีสติ ให้เราเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทในแต่ละวัน” ในงานนี้ยังมีเหล่านักแสดงมาร่วมพูดคุยด้วยอย่าง ธนภณ เอี่ยมกำชัย (จาก Superboy), จารุพงศ์ กล้วยไม้งาม (แจ็ค แบล็คแจ็ค), ซาร่า คาซิงกินี, ฟิฟิล์ม-สิริอมร อ่อนคูณ, จ็อบ-ไตรรงค์ ชัยนรานนท์, นึกคิด บุญทอง, แจ็ค เชิญยิ้ม, จ๊อบ แมนจู, บูม-ชญาภา พงศ์สุภาชาคริต และ นรภัทร ปภากรบุญญานนท์ ณ โรงภาพยนตร์ 14 เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน พบกับ The Message เล่า ฤา สื่อ IV ในวันที่ 20/02/2020 พร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์
วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
#มิสแกรนด์สุรินทร์ 2020 และมิสแกรนด์ยโสธร2020 เปิดตัวคัดสาวงาม..
#บริษัท Ambassador World จำกัด และ Mestyle Thailand คว้าลิขสิทธิ์จัดประกวดมิสแกรนด์สุรินทร์ 2020 และ มิสแกรนด์ยโสธร 2020 พร้อมเปิดรับสมัคร สาวงามเมืองพญาคชสาร และเมืองพญานาคาบั้งไฟพญานาค ก้าวสู่เวที มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2020 เวทีอันดับ1 สู่เวทีระดับโลก International เปิดเวทีรับสมัครสาวงาม อายุ 17-27 ปี เมืองพญาคชสาร จ.สุรินทร์ และเมืองพญานาคาบั้งไฟพญานาค จ.ยโสธร ชิงตำแหน่ง "มิสแกรนด์สุรินทร์ 2020"
และมิสแกรนด์ยโสธร 2020 บริษัท แอมบาสเดอร์ เวิลด์ จำกัด และ มีสไตล์ไทยแลนด์ ขึ้นแท่นผู้อำนวยการกองประกวด คว้าสิทธิ์จัดงานคัดเลือกสาวงามระดับจังหวัด เข้าสู่เวทีมิสแกรนด์ ไทยแลนด์ โดย คุณอมลวรรณ เรืองอรรถวัฒน์ ประธานผู้บริหารและ CEO Ambassadorworld Magazine , นายศักดิ์ปรินทร์ เกษมธนพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมบาสเดอร์ เวิลด์ จำกัด และคุณธัญญลักษณ์ นันต๊ะรัตน์ CEOแบรนด์มีสไตล์ ไทยแลนด์ ตอกย้ำในฐานะผู้ถือลิขสิทธิ์ และผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์สุรินทร์ 2020 และมิสแกรนด์ยโสธร 2020 ว่าเวทีนี้จะช่วย โปรโมทแหล่งท่องเที่ยว UNSEEN ควบวัฒนธรรมหลากหลายสร้างรายได้สู่ท้องถิ่นมากขึ้น ในการเป็นผู้ดำเนินการจัดประกวด “มิสแกรนด์สุรินทร์ 2020 และ มิสแกรนด์ยโสธร2020”เพื่อคัดเลือกสาวงาม ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมทั้งด้านกิริยามารยาท ความสวยงาม บุคลิกภาพ ความรู้ ความสามารถ ไหวพริบ ปฏิภาณ ความประพฤติ และเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม เพื่อเป็นตัวแทนของจังหวัดสุรินทร์ และ จังหวัดยโสธร เข้าประกวดในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ตลอดจนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของเวทีประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ ในการเป็น "ผู้นำอันอับ 1 ในการยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรมนางงามไทย" เข้าสู่เวทีระดับนานาชาติของมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล การประกวดมิสแกรนด์ สุรินทร์ 2020 และมิสแกรนด์ยโสธร2020 ครั้งนี้จะมีการคัดเลือกสาวงามจากผู้สมัครของจังหวัดสุรินทร์ เพื่อคัดเหลือทั้งหมด 17 ท่านจากตัวแทนแต่ละอำเภอ เพื่อเข้าสู่รอบแรกของการประกวด และ จังหวัดยโสธร 9 ท่านตัวแทนจากอำเภอ ทั้งนี้จะมีการเปิดรับสมัครในเดือน กุมภาพันธ์ และหมดเขตรับสมัคร ในวันที่ 20 มีนาคม 2563
สำหรับสาวงามที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องมารายงานตัว และรับการชี้แจงรายละเอียดในการร่วมทำกิจกรรมรูปแบบต่างๆและเก็บตัวเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน โดยการประกวดรอบตัดสิน มิสเเกรนด์ยโสธร 2020 ในวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2563 และประกวดรอบตัดสิน มิสแกรนด์สุรินทร์ 2020 ในวันที่ 29-30 พ.ค.2563 การได้สิทธิ์จัดงานครั้งนี้ ทางบริษัทฯ มีความตั้งใจ และมีความภูมิใจ ที่มีโอกาสได้ร่วมพัฒนามีส่วนร่วมสนับสนุน เผยแพร่ภาพเมืองแห่งพญาคชสาร และเมืองแห่งพญานาคาบั้งไฟพญานาค เปิดแหล่งท่องเที่ยว UNSEEN ผสานวัฒนธรรมที่หลากหลาย ของจังหวัดไปสู่สายตาคนไทยและทั่วโลกผ่านงานประกวดในครั้งนี้ และมั่นใจว่ามิสแกรนด์ สุรินทร์2020 และมิสแกรนด์ยโสธร2020 จะไม่แพ้สาวงามจังหวัดอื่นๆอย่างแน่นอน และเวทีนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้สาวงามที่มีความมั่นใจทั้งความรู้ ความสามารถได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ส่งเสริมให้เยาวชนในจังหวัดสุรินทร์ และยโสธร ได้แสดงออกในสิ่งที่ถูกต้องและมีโอกาสบำเพ็ญประโยชน์ให้กับภูมิลำเนา รวมถึงการช่วยเหลือสังคมให้กับหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆของจังหวัด รวมทั้งนำเสนอความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดได้อีกทางหนึ่งด้วย" สำหรับสาวงามที่สนใจเข้าร่วมประกวด จะต้องมีคุณสมบัติที่โดดเด่น เบื้องต้นตามข้อกำหนดของเวทีมิสแกรนด์ ไทยแลนด์ ดังนี้
1) ต้องมีสัญชาติไทย โดยเกิดในประเทศไทย หรือได้รับการเปลี่ยนสัญชาติเป็นสัญชาติไทยแล้ว 2) เพศหญิงโดยกำเนิด 3) ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 165 เซนติเมตร 4) อายุระหว่าง 17 - 27 ปี (หรือเป็นผู้ที่เกิดระหว่าง ปี พ.ศ. 2536 – 2546) 5) บุคลิกดี กิริยาท่าทางดี เฉลียวฉลาด มีความรอบรู้ มีมนุษย์สัมพันธ์ มีรูปร่างหน้าตางดงาม 6) เป็นโสดไม่เคยผ่านการสมรส ตามกฎหมาย หรือขนบธรรมเนียมประเพณี หรือพิธีกรรมทางศาสนา หรือพิธีการใดๆ ทั้งใน และ ต่างประเทศ และไม่เคยมีบุตร หรือตั้งครรภ์มาก่อนจนถึง และในระหว่างการประกวด Miss Grand Thailand รวมทั้งในระหว่างการดำรงตำแหน่งใดๆ ในการประกวด Miss Grand Thailand (กรณีได้รับตำแหน่ง) และไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม หรือประกอบอาชีพผิดกฎหมาย หรือมีความประพฤติ หรือประวัติความประพฤติอันเป็นที่รังเกียจของสังคม เช่น การถ่ายภาพนิ่ง วีดีโอ หรือการโชว์เรือนร่างในลักษณะอื่นใด อันจะนำความเสื่อมเสียมาสู่ตำแหน่งแหน่งใดๆ ในการประกวด Miss Grand Thailand 7) กำลังศึกษา หรือสำเร็จการศึกษา ไม่ต่ำกว่าระดับมัธยมปลาย หรือเทียบเท่า 8) สุขภาพดี ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคที่สังคมรังเกียจ และหรือเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับความงาม 9) มีความสามารถพิเศษ ที่โดดเด่น หรือ เห็นได้ชัด และ/หรือ มีทักษะในการสื่อสารทั้งภาษาไทย หรือ ภาษาต่างๆ ได้ดี 10) มีคุณธรรม และจิรยธรรม รวมถึงพฤติกรรม ที่เหมาะสมกับการเป็นตัวอย่างให้แก่เยาวชนที่ดีในสังคม มีที่พักอาศัยในประเทศไทย ไม่มีสัญญา หรือ พันธะผูกพัน เป็นลายลักษณ์อักษรกับบุคคล หรือหน่วยงานใด ทั้งนี้สำหรับสาวงามที่ได้รับตำแหน่งจะได้รับรางวัลดังนี้ มิสแกรนด์ สุรินทร์ 2020 และมิสแกรนด์ ยโสธร2020 จะได้รับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมมงกุฎ สายสะพาย และ ถ้วยรางวัล รองอันดับที่ 1 เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมมงกุฎ สายสะพาย และ ถ้วยรางวัล รองอันดับที่ 2 เงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมมงกุฎ สายสะพาย และถ้วยรางวัล รองอันดับที่ 3 เงินรางวัล 3,000 บาท พร้อม สายสะพาย และถ้วยรางวัล รองอันดับที่ 4 เงินรางวัล 2,000 บาท พร้อม สายสะพาย และถ้วยรางวัล รางวัลพิเศษตำแหน่ง มิสมีสไตล์ เป็นรางวัลพิเศษจากผู้สนับสนุนการประกวดที่ดูจากการเป็นผู้มีเอกลักษณ์โดดเด่น มีความมั่นใจ กล้าแสดงออก มีสไตล์เป็นของตัวเอง ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมมงกุฎ สะพาย และถ้วยรางวัล รางวัลพิเศษตำแหน่ง ขวัญใจสื่อมวลชน รางวัลพิเศษจากผู้สนับสนุนการประกวด จากการคัดเลือกของสื่อมวลชนในจังหวัดนั้นๆ ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมมงกุฎ สะพาย และถ้วยรางวัล รางวัลพิเศษตำแหน่ง มิสป๊อปปูล่า (ขวัญใจประชาชน) รางวัลพิเศษจากผู้สนับสนุนการประกวด จากการโหวตของประชาชน ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมมงกุฎ สะพาย และถ้วยรางวัล โดยผู้ชนะการประกวดและรองทั้ง 3 ท่าน จะต้องทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้กับกองประกวดมิสแกรนด์สุรินทร์ 2020 และ มิสแกรนด์ยโสธร 2020 ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมงกุฎและสายสะพายถือเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกองประกวด มิสแกรนด์สุรินทร์ 2020 และมิสแกรนด์ ยโสธร 2020 ทางกองประกวดจะยกกรรมสิทธิ์ให้เมื่อดำรงตำแหน่งครบวาระ 1 ปี สำหรับสาวงามที่สนใจสามารถติดต่อขอรับรายละเอียดได้ที่กองประกวด โหลดใบสมัครและระเบียบการได้ที่ Page Facebook // เพจ มิสแกรนด์ สุรินทร์ และ เพจ มิสแกรนด์ยโยธร ติดต่อสอบถามได้ที่กองประกวด มิสแกรนด์สุรินทร์ 2020 และมิสแกรนด์ ยโสธร 2020 พร้อมส่งหลักฐานการสมัครได้ที่ อีเมล์ ambassadorworld88@gmail.com โดย บริษัท แอมบาสเดอร์ เวิลด์ จำกัด โทร 094-9619229 และ มีสไตล์ ไทยแลนด์ โทร. 094-8859997
#บริษัท Ambassador World จำกัด และ Mestyle Thailand คว้าลิขสิทธิ์จัดประกวดมิสแกรนด์สุรินทร์ 2020 และ มิสแกรนด์ยโสธร 2020 พร้อมเปิดรับสมัคร สาวงามเมืองพญาคชสาร และเมืองพญานาคาบั้งไฟพญานาค ก้าวสู่เวที มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2020 เวทีอันดับ1 สู่เวทีระดับโลก International เปิดเวทีรับสมัครสาวงาม อายุ 17-27 ปี เมืองพญาคชสาร จ.สุรินทร์ และเมืองพญานาคาบั้งไฟพญานาค จ.ยโสธร ชิงตำแหน่ง "มิสแกรนด์สุรินทร์ 2020"
และมิสแกรนด์ยโสธร 2020 บริษัท แอมบาสเดอร์ เวิลด์ จำกัด และ มีสไตล์ไทยแลนด์ ขึ้นแท่นผู้อำนวยการกองประกวด คว้าสิทธิ์จัดงานคัดเลือกสาวงามระดับจังหวัด เข้าสู่เวทีมิสแกรนด์ ไทยแลนด์ โดย คุณอมลวรรณ เรืองอรรถวัฒน์ ประธานผู้บริหารและ CEO Ambassadorworld Magazine , นายศักดิ์ปรินทร์ เกษมธนพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมบาสเดอร์ เวิลด์ จำกัด และคุณธัญญลักษณ์ นันต๊ะรัตน์ CEOแบรนด์มีสไตล์ ไทยแลนด์ ตอกย้ำในฐานะผู้ถือลิขสิทธิ์ และผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์สุรินทร์ 2020 และมิสแกรนด์ยโสธร 2020 ว่าเวทีนี้จะช่วย โปรโมทแหล่งท่องเที่ยว UNSEEN ควบวัฒนธรรมหลากหลายสร้างรายได้สู่ท้องถิ่นมากขึ้น ในการเป็นผู้ดำเนินการจัดประกวด “มิสแกรนด์สุรินทร์ 2020 และ มิสแกรนด์ยโสธร2020”เพื่อคัดเลือกสาวงาม ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมทั้งด้านกิริยามารยาท ความสวยงาม บุคลิกภาพ ความรู้ ความสามารถ ไหวพริบ ปฏิภาณ ความประพฤติ และเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม เพื่อเป็นตัวแทนของจังหวัดสุรินทร์ และ จังหวัดยโสธร เข้าประกวดในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ตลอดจนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของเวทีประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ ในการเป็น "ผู้นำอันอับ 1 ในการยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรมนางงามไทย" เข้าสู่เวทีระดับนานาชาติของมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล การประกวดมิสแกรนด์ สุรินทร์ 2020 และมิสแกรนด์ยโสธร2020 ครั้งนี้จะมีการคัดเลือกสาวงามจากผู้สมัครของจังหวัดสุรินทร์ เพื่อคัดเหลือทั้งหมด 17 ท่านจากตัวแทนแต่ละอำเภอ เพื่อเข้าสู่รอบแรกของการประกวด และ จังหวัดยโสธร 9 ท่านตัวแทนจากอำเภอ ทั้งนี้จะมีการเปิดรับสมัครในเดือน กุมภาพันธ์ และหมดเขตรับสมัคร ในวันที่ 20 มีนาคม 2563
สำหรับสาวงามที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องมารายงานตัว และรับการชี้แจงรายละเอียดในการร่วมทำกิจกรรมรูปแบบต่างๆและเก็บตัวเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน โดยการประกวดรอบตัดสิน มิสเเกรนด์ยโสธร 2020 ในวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2563 และประกวดรอบตัดสิน มิสแกรนด์สุรินทร์ 2020 ในวันที่ 29-30 พ.ค.2563 การได้สิทธิ์จัดงานครั้งนี้ ทางบริษัทฯ มีความตั้งใจ และมีความภูมิใจ ที่มีโอกาสได้ร่วมพัฒนามีส่วนร่วมสนับสนุน เผยแพร่ภาพเมืองแห่งพญาคชสาร และเมืองแห่งพญานาคาบั้งไฟพญานาค เปิดแหล่งท่องเที่ยว UNSEEN ผสานวัฒนธรรมที่หลากหลาย ของจังหวัดไปสู่สายตาคนไทยและทั่วโลกผ่านงานประกวดในครั้งนี้ และมั่นใจว่ามิสแกรนด์ สุรินทร์2020 และมิสแกรนด์ยโสธร2020 จะไม่แพ้สาวงามจังหวัดอื่นๆอย่างแน่นอน และเวทีนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้สาวงามที่มีความมั่นใจทั้งความรู้ ความสามารถได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ส่งเสริมให้เยาวชนในจังหวัดสุรินทร์ และยโสธร ได้แสดงออกในสิ่งที่ถูกต้องและมีโอกาสบำเพ็ญประโยชน์ให้กับภูมิลำเนา รวมถึงการช่วยเหลือสังคมให้กับหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆของจังหวัด รวมทั้งนำเสนอความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดได้อีกทางหนึ่งด้วย" สำหรับสาวงามที่สนใจเข้าร่วมประกวด จะต้องมีคุณสมบัติที่โดดเด่น เบื้องต้นตามข้อกำหนดของเวทีมิสแกรนด์ ไทยแลนด์ ดังนี้
1) ต้องมีสัญชาติไทย โดยเกิดในประเทศไทย หรือได้รับการเปลี่ยนสัญชาติเป็นสัญชาติไทยแล้ว 2) เพศหญิงโดยกำเนิด 3) ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 165 เซนติเมตร 4) อายุระหว่าง 17 - 27 ปี (หรือเป็นผู้ที่เกิดระหว่าง ปี พ.ศ. 2536 – 2546) 5) บุคลิกดี กิริยาท่าทางดี เฉลียวฉลาด มีความรอบรู้ มีมนุษย์สัมพันธ์ มีรูปร่างหน้าตางดงาม 6) เป็นโสดไม่เคยผ่านการสมรส ตามกฎหมาย หรือขนบธรรมเนียมประเพณี หรือพิธีกรรมทางศาสนา หรือพิธีการใดๆ ทั้งใน และ ต่างประเทศ และไม่เคยมีบุตร หรือตั้งครรภ์มาก่อนจนถึง และในระหว่างการประกวด Miss Grand Thailand รวมทั้งในระหว่างการดำรงตำแหน่งใดๆ ในการประกวด Miss Grand Thailand (กรณีได้รับตำแหน่ง) และไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม หรือประกอบอาชีพผิดกฎหมาย หรือมีความประพฤติ หรือประวัติความประพฤติอันเป็นที่รังเกียจของสังคม เช่น การถ่ายภาพนิ่ง วีดีโอ หรือการโชว์เรือนร่างในลักษณะอื่นใด อันจะนำความเสื่อมเสียมาสู่ตำแหน่งแหน่งใดๆ ในการประกวด Miss Grand Thailand 7) กำลังศึกษา หรือสำเร็จการศึกษา ไม่ต่ำกว่าระดับมัธยมปลาย หรือเทียบเท่า 8) สุขภาพดี ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคที่สังคมรังเกียจ และหรือเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับความงาม 9) มีความสามารถพิเศษ ที่โดดเด่น หรือ เห็นได้ชัด และ/หรือ มีทักษะในการสื่อสารทั้งภาษาไทย หรือ ภาษาต่างๆ ได้ดี 10) มีคุณธรรม และจิรยธรรม รวมถึงพฤติกรรม ที่เหมาะสมกับการเป็นตัวอย่างให้แก่เยาวชนที่ดีในสังคม มีที่พักอาศัยในประเทศไทย ไม่มีสัญญา หรือ พันธะผูกพัน เป็นลายลักษณ์อักษรกับบุคคล หรือหน่วยงานใด ทั้งนี้สำหรับสาวงามที่ได้รับตำแหน่งจะได้รับรางวัลดังนี้ มิสแกรนด์ สุรินทร์ 2020 และมิสแกรนด์ ยโสธร2020 จะได้รับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมมงกุฎ สายสะพาย และ ถ้วยรางวัล รองอันดับที่ 1 เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมมงกุฎ สายสะพาย และ ถ้วยรางวัล รองอันดับที่ 2 เงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมมงกุฎ สายสะพาย และถ้วยรางวัล รองอันดับที่ 3 เงินรางวัล 3,000 บาท พร้อม สายสะพาย และถ้วยรางวัล รองอันดับที่ 4 เงินรางวัล 2,000 บาท พร้อม สายสะพาย และถ้วยรางวัล รางวัลพิเศษตำแหน่ง มิสมีสไตล์ เป็นรางวัลพิเศษจากผู้สนับสนุนการประกวดที่ดูจากการเป็นผู้มีเอกลักษณ์โดดเด่น มีความมั่นใจ กล้าแสดงออก มีสไตล์เป็นของตัวเอง ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมมงกุฎ สะพาย และถ้วยรางวัล รางวัลพิเศษตำแหน่ง ขวัญใจสื่อมวลชน รางวัลพิเศษจากผู้สนับสนุนการประกวด จากการคัดเลือกของสื่อมวลชนในจังหวัดนั้นๆ ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมมงกุฎ สะพาย และถ้วยรางวัล รางวัลพิเศษตำแหน่ง มิสป๊อปปูล่า (ขวัญใจประชาชน) รางวัลพิเศษจากผู้สนับสนุนการประกวด จากการโหวตของประชาชน ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมมงกุฎ สะพาย และถ้วยรางวัล โดยผู้ชนะการประกวดและรองทั้ง 3 ท่าน จะต้องทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้กับกองประกวดมิสแกรนด์สุรินทร์ 2020 และ มิสแกรนด์ยโสธร 2020 ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมงกุฎและสายสะพายถือเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกองประกวด มิสแกรนด์สุรินทร์ 2020 และมิสแกรนด์ ยโสธร 2020 ทางกองประกวดจะยกกรรมสิทธิ์ให้เมื่อดำรงตำแหน่งครบวาระ 1 ปี สำหรับสาวงามที่สนใจสามารถติดต่อขอรับรายละเอียดได้ที่กองประกวด โหลดใบสมัครและระเบียบการได้ที่ Page Facebook // เพจ มิสแกรนด์ สุรินทร์ และ เพจ มิสแกรนด์ยโยธร ติดต่อสอบถามได้ที่กองประกวด มิสแกรนด์สุรินทร์ 2020 และมิสแกรนด์ ยโสธร 2020 พร้อมส่งหลักฐานการสมัครได้ที่ อีเมล์ ambassadorworld88@gmail.com โดย บริษัท แอมบาสเดอร์ เวิลด์ จำกัด โทร 094-9619229 และ มีสไตล์ ไทยแลนด์ โทร. 094-8859997
วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลุยสกัดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ทั้งไทย – จีน เชิงรุก
มอบเงิน 5 ล้านบาทผ่านอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย สนับสนุนการป้องกันไวรัสในจีน
พร้อมออกนโยบายเชิงรุกรองรับการช่วยเหลือ และป้องกันการแพร่ระบาดในไทย
เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ เข้าพบ นายหยาง ซิน อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย มอบเงินจำนวน 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาท) สนับสนุนการป้องกัน และช่วยเหลือผู้ประสบภัยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (Novel Coronavirus 2019 Pneumonia) ในประเทศจีน ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ออกนโยบายเชิงรุก รองรับการช่วยเหลือฉุกเฉิน และป้องกันการแพร่ระบาดในไทย ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติภารกิจทีมปฏิบัติการในสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรนาระบาด เพื่อให้การช่วยเหลือฉุกเฉินด้านบรรเทาสาธารณภัยเป็นไปอย่างปลอดภัย และทันท่วงที พร้อมทั้งจัดทีมหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ออกตรวจรักษา แจกจ่ายยา พร้อมแจกหน้ากากอนามัยแก่ประชาชน รณรงค์ให้สวมเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสที่แพร่ระบาด โดยเริ่มจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และชลบุรี
ทั้งนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังคงติดตาม และประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมปรับแผนเพื่อการให้ความช่วยเหลือตามภารกิจของมูลนิธิฯ เป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพในทุกด้าน ทั้งด้านงานบรรเทาสาธารณภัย สังคมสงเคราะห์ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน
## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## #ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418📱 #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน
เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ เข้าพบ นายหยาง ซิน อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย มอบเงินจำนวน 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาท) สนับสนุนการป้องกัน และช่วยเหลือผู้ประสบภัยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (Novel Coronavirus 2019 Pneumonia) ในประเทศจีน ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ออกนโยบายเชิงรุก รองรับการช่วยเหลือฉุกเฉิน และป้องกันการแพร่ระบาดในไทย ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติภารกิจทีมปฏิบัติการในสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรนาระบาด เพื่อให้การช่วยเหลือฉุกเฉินด้านบรรเทาสาธารณภัยเป็นไปอย่างปลอดภัย และทันท่วงที พร้อมทั้งจัดทีมหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ออกตรวจรักษา แจกจ่ายยา พร้อมแจกหน้ากากอนามัยแก่ประชาชน รณรงค์ให้สวมเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสที่แพร่ระบาด โดยเริ่มจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และชลบุรี
ทั้งนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังคงติดตาม และประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมปรับแผนเพื่อการให้ความช่วยเหลือตามภารกิจของมูลนิธิฯ เป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพในทุกด้าน ทั้งด้านงานบรรเทาสาธารณภัย สังคมสงเคราะห์ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน
## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## #ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418📱 #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน
วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2563
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครร่วมกับภาคเอกชนเปิดพื้นที่เมืองอัจฉริยะศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรม วิจัยกัญชาทางการแพทย์
วันที่ 25 ม.ค.63 ผู้สื่อข่ารายงานว่า รองศาสตราจารย์ สุภัทรา โกไศยกานนท์ รักษาราชการแทนอธิบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) นายชาญ ตุลยาพิศิษฐ์ชัย ประธานกรรมการ บริษัท สวนลุม ไนท์บาซาร์ รัชดาภิเษก จำกัด พร้อมด้วย ดร.ไพศาล การถาง คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.พระนคร และนายบวรรัตน์ กาญจนรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไบโอเมดิคอล ไลฟ์ จำกัด นักวิจัย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ MOU และข้อตกลง MOA รองศาสตราจารย์ สุภัทรากล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล กำลังขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเข้าสู่มหาวิทยาลัยอัจฉริยะ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
พัฒนากำลังคนตามแนวนโยบายของกระทรวง อว.ในการปฏิรูประบบมหาวิทยาลัย ด้านสถาปัตยกรรมเชิงระบบ และพัฒนาให้เกิดนวัตกรรมใหม่ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และการเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ เพื่อดำเนินโครงการจัดตั้งพื้นที่เขตนวัตกรรมพระนคร ระหว่าง มภร.พระนคร บริษัทสวนลุมไนท์ฯ โดยให้คณะวิทยาศาสตร์ และศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรม ขับเคลื่อนพัฒนาเมืองนวัตกรรมอัจฉริยะ และตั้งศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรมเพื่อสนับสนุน ด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เชิงสุขภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียวและสนับสนุนโครงการวิจัยด้านการสร้างระบบนิเวศกัญชาทางการแพทย์เชิงท่องเที่ยวครบวงจร ในพื้นที่โครงการ สวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดาภิเษก สำหรับโครงการวิจัยและสร้างระบบนิเวศกัญชาทางการแพทย์ เป็นงานวิจัยทางการศึกษาได้รับการพัฒนาต่อยอดจากทางคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยราชมงคลพระนคร ใช้เป็นฐานด้านงานวิจัยพัฒนาให้เข้าไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งในมิติทางการแพทย์ มิติทางเศรษฐกิจชุมชน
ซึ่งที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการยาเสพติด และ องค์การอาหารและยา (อย.) ออกใบอนุญาตให้แล้วจำนวน 4 License คือ ใบครอบครองเมล็ดพันธุ์ ใบอนุญาตปลูก 2 พื้นที่ และใบอนุญาตการแปรรูปสกัด-กลั่น พร้อมเตรียมเดินหน้าขยายผลไปสู่การส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ อาทิ หลักสูตรการฝึกอบรมสร้างบุคลากรกลุ่มวิชาชีพทางการแพทย์ และสร้างพื้นที่ต้นแบบตั้งแต่การปลูก การเก็บข้อมูลของสายพันธุ์กัญชา การแปรรูปและการนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์อื่น ซึ่งการผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ทางการแพทย์ จะทำให้ประชาชนเข้าถึงสมุนไพรกัญชง เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และกัญชาทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย ถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งจะมีการเริ่มใช้พื้นที่ของโครงการสวนลุมไนท์ฯ เป็นสถานที่ประสานงานดำเนินโครงการอย่างครบวงจร ร่วมกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของกลุ่มบริษัทเอกชน คณะวิทยาศาสตร์ และศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรม ของมหาวิทยาลัยฯ เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป
วันที่ 25 ม.ค.63 ผู้สื่อข่ารายงานว่า รองศาสตราจารย์ สุภัทรา โกไศยกานนท์ รักษาราชการแทนอธิบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) นายชาญ ตุลยาพิศิษฐ์ชัย ประธานกรรมการ บริษัท สวนลุม ไนท์บาซาร์ รัชดาภิเษก จำกัด พร้อมด้วย ดร.ไพศาล การถาง คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.พระนคร และนายบวรรัตน์ กาญจนรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไบโอเมดิคอล ไลฟ์ จำกัด นักวิจัย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ MOU และข้อตกลง MOA รองศาสตราจารย์ สุภัทรากล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล กำลังขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเข้าสู่มหาวิทยาลัยอัจฉริยะ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
พัฒนากำลังคนตามแนวนโยบายของกระทรวง อว.ในการปฏิรูประบบมหาวิทยาลัย ด้านสถาปัตยกรรมเชิงระบบ และพัฒนาให้เกิดนวัตกรรมใหม่ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และการเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ เพื่อดำเนินโครงการจัดตั้งพื้นที่เขตนวัตกรรมพระนคร ระหว่าง มภร.พระนคร บริษัทสวนลุมไนท์ฯ โดยให้คณะวิทยาศาสตร์ และศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรม ขับเคลื่อนพัฒนาเมืองนวัตกรรมอัจฉริยะ และตั้งศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรมเพื่อสนับสนุน ด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เชิงสุขภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียวและสนับสนุนโครงการวิจัยด้านการสร้างระบบนิเวศกัญชาทางการแพทย์เชิงท่องเที่ยวครบวงจร ในพื้นที่โครงการ สวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดาภิเษก สำหรับโครงการวิจัยและสร้างระบบนิเวศกัญชาทางการแพทย์ เป็นงานวิจัยทางการศึกษาได้รับการพัฒนาต่อยอดจากทางคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยราชมงคลพระนคร ใช้เป็นฐานด้านงานวิจัยพัฒนาให้เข้าไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งในมิติทางการแพทย์ มิติทางเศรษฐกิจชุมชน
ซึ่งที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการยาเสพติด และ องค์การอาหารและยา (อย.) ออกใบอนุญาตให้แล้วจำนวน 4 License คือ ใบครอบครองเมล็ดพันธุ์ ใบอนุญาตปลูก 2 พื้นที่ และใบอนุญาตการแปรรูปสกัด-กลั่น พร้อมเตรียมเดินหน้าขยายผลไปสู่การส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ อาทิ หลักสูตรการฝึกอบรมสร้างบุคลากรกลุ่มวิชาชีพทางการแพทย์ และสร้างพื้นที่ต้นแบบตั้งแต่การปลูก การเก็บข้อมูลของสายพันธุ์กัญชา การแปรรูปและการนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์อื่น ซึ่งการผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ทางการแพทย์ จะทำให้ประชาชนเข้าถึงสมุนไพรกัญชง เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และกัญชาทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย ถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งจะมีการเริ่มใช้พื้นที่ของโครงการสวนลุมไนท์ฯ เป็นสถานที่ประสานงานดำเนินโครงการอย่างครบวงจร ร่วมกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของกลุ่มบริษัทเอกชน คณะวิทยาศาสตร์ และศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรม ของมหาวิทยาลัยฯ เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








































