วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2563

คนไทยไม่ทิ้งกันวัดสะพานเขตคลองเตยแจกจ่ายอาหารให้กับประชาชน วัดสะพาน เขตคลองเตยร่วมกับประธาน อปพร.ทีมงานอาสาสมัครกระต่ายคลองเตย จัดตั้งโรงทานแจกจ่ายข้าวสารอาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จ ให้กับประชาชนผ่านวิกฤตการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19ไปด้วยกัน


 วันที่ 29 มี.ค.63 พระพิศาลธรรมานุสิษฐ เจ้าอาวาสวัดสะพาน เขตคลองเตย จ.กทม. นายสุชัย พงษเพียรชอบ ประธาน อปพร. เขตคลองเตย พร้อมด้วยทีมงานอาสาสมัครกระต่ายคลองเตยร่วมใจกันจัดตั้งโรงทาน ต้านภัยโควิด-19 โดยให้ตระหนักและใสใจในการรักษาสุขอนามัยแจกอาหารฟรีทั้งหน่วยงานราชการและประชาชนทั่วไปในชุมชนคลองเตย และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด กินร้อนช้อนตนเอง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย


    


พระพิศาลธรรมานุสิษฐ กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้ทางอาตมาได้ร่วมกับโยมสุชัย ต้องการช่วยเหลือประชาชนชาวชุมชุนคลองเตยที่เดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้บางรายไม่สามารถประกอบอาชีพได้"ทางเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้มีโครงการให้วัดทุกวัดตั้งโรงทานขึ้นเพื่อบรรเทาความทุกข์แก่ญาติโยม ทางอาตมาพร้อมคณะกรรมการวัดและอาสาสมัครกระต่ายคลองเตย จึงได้จัดเตรียมอาหาร พร้อมทั้งข้าวสวย และขนม แจกจ่ายให้กับประชาชนซึ่งจะแจกอาหารตั้งแต่เวลา 10.00 น. ไปจนถึงเวลา 12.00 น. ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. ไปจนถึงวันที่ 24 เม.ย.นี้ ด้านนายสุชัย พงษเพียรชอบ ประธาน อปพร. เขตคลองเตย กว่าว่าการจัดตั้งโรงทาน ช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบากในสถานการณ์โรคระบาดเป็นความร่วมมือกับของประชาชนในการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในชุมชนประสานภารกิจร่วมกับทุกหน่วยงานและบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุข ซึ่งมีประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ ในการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดตั้งโรงทาน และการแจกจ่าย เสบียงอาหาร เครื่อง อุปโภคบริโภค น้ำดื่มให้เป็นไปตามหลักสุขอนามัย




โดยต้องไม่มีการจัดพิธีการ พิธีกรรม กิจกรรม หรือการบริการจัดการใดๆ ที่ต้องให้บุคคลจำนวนมากมารวมตัวกัน กับทั้งให้ปฏิบัติตามคำสั่ง มาตรการ และคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด อีกอย่างเจ้าหน้าที่ อปพร. เขตคลองเตยและทีมงานอาสาสมัครกระต่ายคลองเตย ได้ดำเนินการจัดส่งกำลังสมาชิกเข้าร่วมในการบรรจุอาหารที่ปรุงสำเร็จ และอาหารแห้งที่วัดสะพานจำนวน 250 ชุดทุกวันตั้งแต่เวลา 12.00 น.ของทุกวันดำเนินการให้สมาชิกลงพื้นที่ชุมชน ล๊อก 4-5-6 นำอาหารและถุงยังชีพไปมอบให้กับผู้ป่วยติดเตียงอีกเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และขอกราบขอบคุณ ท่านเจ้าอาวาสวัดสะพาน ที่มีความเมตตาต่อชาวชุมชนคลองเตย ตามดำริของสมเด็จพระสังฆราชนับว่าเป็นกิจกรรมที่น่าสนับสนุนครับ พี่ๆเพื่อนท่านใดมีจิตศรัทธา สามารถบริจาคข้าวสารอาหารแห้ง หรือปัจจัยได้ที่วัดสะพานครับและเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันครับ




วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2563

สถานีตำรวจภูธรคูคตเปิดอาคารสำนักงานแห่งใหม่ เพื่อการบริการทีสะดวก รวดเร็ว และดีเยี่ยมสำหรับประชาชน 


สมเด็จพระมหามงคลมุนี (ธงชัย ธฺมมธโช) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีเปิดอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของสถานีตำรวจภูธรคูคต โดยมี พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เป็นประธานเปิดป้ายอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของสถานีตำรวจภูธรคูคต


พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยณรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี และรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ได้แก่ พ.ต.อ.ชัชวาล ปี่ทอง พ.ต.อ.ประเวทย์ ตันสมบูรณ์ พ.ต.อ.ไกลเขต บุรีรักษ์ และพ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศะวิบูรณ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรธัญบุรี พ.ต.อ.ประวิทย์ บุญธรรม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต พ.ต.อ.เอกราช ช่วยศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรลำลูกกา พ.ต.อ.เศรษฐณัณช์ ทิมวัฒน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง พ.ต.อ.สายชล โพธิ์ขอม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคูบางหลวง พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี พ.ต.อ.กรณ์เสฎฐ์ วงศ์สีชิน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคลองสิบสอง พ.ต.อ.รามณรงค์ เกียรติบุญเกิด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคลองห้า พ.ต.อ.ดุรกร สิทธิสมบูรณ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสามโคก รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีจำนวนมากได้แก่ นายชัยยันต์ ยลสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปทุมธานี เขต 4 พรรคเพื่อไทย นายณรงค์ อู่ทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองคูคต นายบุญไกร บุญคุ้ม นายกเทศมนตรีเมืองลำสามแก้ว นายสุเทพ ด้วงเงิน ปลัดเทศบาลเมืองลาดสวาย นางสาววีรมณ ยืนนาน อัยการจังหวัดธัญบุรี นายสุชิต โต๊ะวิเศษกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดธัญบุรี นายสมพล โพธิ์กิ่ง ผู้พิพากษาศาลเยาวชนฯ นายณยชญ์ ศรีเจริญมงคล คณะกรรมการ กต.ตร.สภ.คูคต ฯลฯ โดยมี พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคูคต และข้าราชการตำรวจในสถานีตำรวจภูธรคูคตให้การต้อนรับ พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคูคต กล่าวว่า อาคารสถานที่ทำการสถานีตำรวจภูธรคูคตหลังใหม่นี้และอาคารที่พักอาศัยได้ก่อสร้างด้วยจำนวนเงิน 52,900,000 บาท (ห้าสิบสองล้านเก้าแสนบาท) ด้วยงบประมาณจัดสรรประจำปี 2561 ถึง 2563 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ




เพื่อทดแทนอาคารสำนักงานสถานีตำรวจภูธรคูคตเดิมที่ได้ใช้งานมานานกว่า 34 ปี จนมีสภาพชำรุดทรุดโทรม คับแคบ ไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ และบริการประชาชน สำหรับอาคารสถานที่ทำการสถานีตำรวจภูธรคูคตหลังใหม่นี้ เป็นอาคารขนาด 4 ชั้น เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนมีนาคม 2561 เสร็จสิ้นในเดือนธันวาคม 2562 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 620 วัน เป็นสถานที่ที่มีกว้างขวางเพียงพอต่อการการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ และเหมาะสมในการให้บริการแก่ประชาชนจำนวนมาก อันสืบเนื่องมาจากการขยายตัวของชุมชนเมือง ประกอบกับพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรคูคตติดต่อกับเขตรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ทำให้สถานีตำรวจภูธรคูคตมีความพร้อมและภาพลักษณ์ที่ดี ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจสะดวกขึ้น และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมุ่งมั่นเต็มที่ ด้วยบริการที่สะดวก รวดเร็ว และดีเยี่ยมสำหรับประชาชน เป็นที่พึ่งของประชาชน ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อข้าราชการตำรวจไทยมากขึ้น 





ชาวชุมชนคลองเตยเฮ!ได้รถกู้พีชคันใหม่ไว้คอยดูแลคนเจ็บป่วย 


วันที่12 มี.ค.63 นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ เลขามูลนิธิรวมน้ำใจเขตคลองเตยร่วมกับประชาชนชาวคลองเตยได้จัดซื้อรถกู้ชีพ-กู้ภัยมอบให้กับทีมงานอาสาสมัครเฉพาะกิจส่วนกลางซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูและทีมงานอาสาสมัครกระต่ายคลองเตย ในพื้นที่เขตคลองเตย ไว้บริการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการรับส่ง คนเจ็บผู้ป่วย และผู้เสียชีวิต


โดยมีผู้นำชุมชนจำนวน 39 ชุมชนในเขตคลองเตยร่วมกันรับมอบ นายสุชัย กล่าวว่าในวันนี้ผมพร้อมด้วยผู้มีจิตรศรัทราได้ช่วยกันบริจาคทรัพย์ร่วมกันจัดซื้อรถกู้ภัย-กู้ชีพคันใหม่ให้แก่อาสาสมัครกู้ภัยชุมชนคลองเตยเนื่องจากว่ารถคันเก่าใช้มานานจนต้องปลดระวาง ผมเห็นว่าการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นมีความสำคัญมากดังนั้นอาสาสมัครกู้ภัยจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นอยู่เสมอ คือเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น



อาสาสมัครกู้ภัยจะต้องพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ แต่ถ้าอุปกรณ์ไม่พร้อมทุกอย่างก็จบ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีรถกู้ชีพ-กู้ภัยคันใหม่พร้อมอุปกรณ์ในการช่วยเหลือชีวิตผู้คนในเขตคลองเตยเมื่อยามเจ็บป่วย



ด้านนายปราโมทย์ คะสุวรรณ หนึ่งในตัวแทนหัวหน้าชุมชน กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณพี่ต่าย สุชัย พงษ์เพียรชอบ และพี่น้องชาวคลองเตยทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่ได้บริจาคทรัพย์จัดซื้อรถกู้ชีพคันใหม่และอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวคลองเตยและรับร่างไร้วินญานฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นในย่านคลองเตยและละเเวกใกล้เคียงกระผมและทีมงานรู้สึกซาบซึ้งน้ำใจในครั้งนี้ กระผมและทีมงานให้สัญญาว่าจะนำรถคันดังกล่าวมาช่วยเหลือพี่น้องชาวคลองเตยอย่างเต็มกำลังและสุดความสามารถของพวกกระผมที่มี 


วันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๔ กอ.รมน. จัดพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนกลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงพิเศษประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ พร้อมร่วมมือกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ในการเตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ เกินค่ามาตรฐาน  


ในวันพุธที่ ๒๖ ก.พ. ๖๓ เวลา ๐๙:๐๐ ณ โรงแรมนนทบุรีพาเลซ อ.เมือง จว.น.บ. ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๔ กองอำนวยการรักษาความมั่นคง จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนกลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงพิเศษประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ และแนวทางในการขับเคลื่อนกลไกภาคราชการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงพิเศษ โดยเน้นด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และอาหาร เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ร่วมมือกัน ในการดำเนินการในอันที่จะนำไปสู่จุดมุ่งหมายตามแผนแม่บทฯ ที่กำหนดไว้ และเพื่อให้มีการบูรณาการประสานงานกับส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ในการมีส่วนร่วมและช่วยเหลือ กอ.รมน. ในการขับเคลื่อนกลไกการป้องกันและการแก้ไขปัญหางานด้านความมั่นคงพิเศษให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้ เพื่อที่จะได้นำ องค์ความรู้ที่ได้รับนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อองค์กร หน่วยงานที่รับผิดชอบ และประเทศชาติต่อไป ผลจากการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยหวังว่าเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ทุกท่านจะได้ใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ จนบรรลุวัตถุประสงค์ในการ ปฏิบัติงาน



 ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๔ กอ.รมน. มีหน้าที่รับผิดชอบภารกิจด้านการเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม พลังงาน อาหาร และการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีหน้าที่สำคัญประการหนึ่ง ในการเสริมสร้างให้ประชาชนตระหนักรู้ถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการป้องกันนและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศโดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกินค่ามาตรฐาน ๒.๕ ไมครอน หรือ PM ๒.๕ ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาสำคัญ และ ทวีความรุนแรงมาขึ้นของประเทศ




อีกทั้งตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ประจำปี 2563 ได้กำหนดให้หน่วยงานด้านความมั่นคง มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ดังนั้น เพื่อเป็นการร่วมบูรณาการขับเคลื่อนในมาตรการที่ 3 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร จัดการมลพิษ ตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองรัฐบาลได้มีการกำหนดการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษ ด้านฝุ่นละออง” ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๔ กอ.รมน. จึงได้ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ในการเตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ เกินค่ามาตรฐาน โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติสามารถให้การสนับสนุนสิ่งประดิษฐ์ เครื่องตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ หรือ Dustboy ซึ่งมีขีดความสามารถตรวจวัดค่าฝุ่นละออง และ รายงานข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพ อากาศตามเวลาปัจจุบัน โดยมีประสิทธิภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล ดังนั้น



ในวันนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง  รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จึงได้กำหนดให้ รศ.ดร.เศรษฐ์  สัมภัตตะกุล ได้มาบรรยายการติดตั้งและใช้งานเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศระบบเซ็นเซอร์ DustBoy และ ทำการส่งมอบให้กับศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๔ กอ.รมน. เพื่อแจกจ่ายให้กับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ๗๗ จังหวัดทั่วประเทศต่อไป

 ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก ต.เตย ทีมงานฅนลุยข่าว รายงาน

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยผู้ประสบภัยแล้ง จัดทีมสังคมเคราะห์ลงพื้นที่ มอบน้ำดื่ม พร้อมถุงยังชีพ บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยแล้งชาวนครพนม 


วันนี้ (วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 63) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ เจ้าหน้าที่แผนกสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยแล้งชาวนครพนม มอบน้ำดื่ม พร้อมถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา และน้ำมันพืช รวม 1,000 ชุด รวมงบประมาณเป็นเงิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) โดยมีสมาคมพ่อค้าจังหวัดนครพนม เป็นผู้ประสานงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการร่วมในพิธี ณ บริเวณวัดธาตุมหาชัย ต.มหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม



และในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จะลงพื้นที่มอบน้ำดื่มพร้อมถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่ผู้ประสบภัยแล้งชาวกาฬสินธุ์ และชาวมหาสารคาม รวมถึงชาวเพชรบูรณ์ เป็นลำดับต่อไป



โดยในปี 2563 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยฝ่ายสังคมสงเคราะห์ กำหนดลงพื้นที่มอบน้ำดื่มและถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพื่อบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน รวม 13 จังหวัด ได้แก่ จ.นครสวรรค์ พิจิตร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย นครราชสีมา อุดรธานี บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ นครพนม บึงกาฬ มหาสารคาม และเพชรบูรณ์ รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 6,500,000 บาท (หกล้านห้าแสนบาทถ้วน) 


ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และfacebook fanpage: facebook.com/atpohtecktung . #มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน ## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยผู้ประสบภัยแล้ง จัดทีมสังคมเคราะห์ลงพื้นที่ มอบน้ำดื่ม พร้อมถุงยังชีพ บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยแล้งชาวบึงกาฬ 


วันนี้ (วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 63) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ เจ้าหน้าที่แผนกสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยแล้งชาวอุดรธานี มอบน้ำดื่ม พร้อมถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา และน้ำมันพืช รวม 1,000 ชุด รวมงบประมาณเป็นเงิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) โดยมีมูลนิธิสว่างศรีวิไลธรรมสถาน เป็นผู้ประสานงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการร่วมในพิธี ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอศรีวิไล และองค์การบริหารส่วนตำบลพรเจริญ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ



และในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จะลงพื้นที่มอบน้ำดื่มพร้อมถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่ผู้ประสบภัยแล้งชาวนครพนม ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอปลาปาก และเดินทางมอบให้กับผู้ประสบภัยแล้วในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และมหาสารคาม เป็นลำดับต่อไป




โดยในปี 2563 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยฝ่ายสังคมสงเคราะห์ กำหนดลงพื้นที่มอบน้ำดื่มและถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพื่อบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน รวม 13 จังหวัด ได้แก่ จ.นครสวรรค์ พิจิตร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย นครราชสีมา อุดรธานี บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ นครพนม บึงกาฬ มหาสารคาม และเพชรบูรณ์ รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 6,500,000 บาท (หกล้านห้าแสนบาทถ้วน) 



ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และfacebook fanpage: facebook.com/atpohtecktung . #มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน ## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยผู้ประสบภัยแล้ง จัดทีมสังคมเคราะห์ลงพื้นที่ มอบน้ำดื่ม พร้อมถุงยังชีพ บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยแล้งชาวอุดรธานี 


วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 63 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ เจ้าหน้าที่แผนกสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยแล้งชาวอุดรธานี มอบน้ำดื่ม พร้อมถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา และน้ำมันพืช รวม 1,000 ชุด รวมงบประมาณเป็นเงิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) โดยมีมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี เป็นผู้ประสานงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการร่วมในพิธี ณ บริเวณวัดทุ่งสว่าง ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ และที่ว่าการอำเภอบ้านผือ จ.อุดรธานี 




และในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จะลงพื้นที่มอบน้ำดื่มพร้อมถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่ผู้ประสบภัยแล้งชาวบึงกาฬ ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอศรีวิไล และองค์การบริหารส่วนตำบลพรเจริญ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ และเดินทางมอบให้กับผู้ประสบภัยแล้วในพื้นที่จังหวัดนครพนม กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม เป็นลำดับต่อไป




โดยในปี 2563 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยฝ่ายสังคมสงเคราะห์ กำหนดลงพื้นที่มอบน้ำดื่มและถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพื่อบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน รวม 13 จังหวัด ได้แก่ จ.นครสวรรค์ พิจิตร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย นครราชสีมา อุดรธานี บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ นครพนม บึงกาฬ มหาสารคาม และเพชรบูรณ์ รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 6,500,000 บาท (หกล้านห้าแสนบาทถ้วน)


ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และfacebook fanpage: facebook.com/atpohtecktung . #มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน ## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน