วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2564
วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2564
เปิดร้านไก่ทอดใหม่ร้าน CHiCKEN DUDE
เปิดร้านไก่ทอดใหม่ร้าน CHiCKEN DUDE
วันที่ 1 เมษายน 2564 เปิดร้านไก่ทอดใหม่ร้าน CHiCKEN DUDE วันนี้คุณ หงสรัชต์ ภูริสิทธิสีห์ ได้เปิดร้านไก่ทอด ราคาจับต้องได้ และวันนี้ ได้แจกไก่ทอดให้กินฟรี 1 วัน และได้มีเพื่อนสนิทมาร่วมอวยพรในงานเปิดร้านไก่ทอดวันนี้ พ.อ.ธานินทร์ เสนะวัต และนาย ดอกรัก ทองเจือ นายมาโนช สุดขยัน และแขกผู้ใหญ่อีกหลายท่าน มาร่วมแสดงยินดีในครั้งนี้ ร้านไก่นี้ ขายอยู่ในปั๊มน้ำมันคาร์เทค ถนนรังสิต นครนายก ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี สนใจติดต่อหรือสอบถามเส้นทาง เบอร์โทรตามนี้ครับ 090-642-4698 คุณ หงสรัชต์
เอ คนข่าวรายงาน
วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2564
กอ.รมน. ผนึก วช. มุ่งสร้างตำบลต้นแบบ 15 จังหวัด ผ่านปราชญ์เพื่อความมั่นคง และเครือข่ายภาคประ ชาชน ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
กอ.รมน. ผนึก วช. มุ่งสร้างตำบลต้นแบบ 15 จังหวัด ผ่านปราชญ์เพื่อความมั่นคง และเครือข่ายภาคประ ชาชน ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
(กอ.รมน.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งกลุ่มมวลชน ปราชญ์เพื่อความมั่นคงและภาคประชาชน โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างอาชีพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม อันสอดคล้องตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
วันนี้ (30 มีนาคม 2564) เวลา 09.00 น. ที่ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท จังหวัดนครนายก พลเอกวรเกียรติ รัตนานนท์ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และ ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดกิจกรรมเสริมสร้างปราชญ์เพื่อความมั่นคงและเครือข่ายภาคจังหวัดเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมเยี่ยมชมผลงานผลิตภัณฑ์การเกษตร จากเครือข่ายภาคประชาชนในหลายจังหวัด กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคความมั่นคง และภาคการวิจัย ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ปราชญ์เพื่อความมั่นคง และเครือข่ายภาคจังหวัด ซึ่งเป็นฐานสำคัญของประเทศในการร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงการเสริมสร้างความรู้ด้านความมั่นคงของชาติ การพัฒนาปราชญ์ พัฒนาชุมชนต้นแบบ นำสู่ตำบลมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม – 1 เมษายน 2564 สำหรับการดำเนินงาน ศปป.1 กอ.รมน. ได้คัดกรององค์ความรู้ที่พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาในพื้นที่ 61 ชุมชน ใน 21 จังหวัด และ วช. ได้คัดกรององค์ความรู้ที่พร้อมถ่ายทอดขยายผลและสอดคล้องกับบริบทความต้องการของพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 11 องค์ความรู้/เทคโนโลยี ซึ่งในระยะที่ 1 ปีงบประมาณ 2562 วช. ได้สนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมในการเพิ่มศักยภาพชุมชนให้มีความเข้มแข็งตามโจทย์ความต้องการของพื้นที่ชุมชน ซึ่งเป้าหมายของ กอ.รมน. จำนวน 231 ชุมชน ซึ่งชุมชนได้กำหนดความต้องการไว้ 5 เทคโนโลยี ปีงบประมาณ 2563 เป็นการดำเนินงานระยะที่ 2 ระยะนี้ได้เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน จนสามารถพึ่งพาตนเองได้ และตั้งเป้าให้เป็นชุมชนต้นแบบนำวิจัยและนวัตกรรมมาปรับวิถีชีวิตเป็นชุมชนเข้มแข็ง ในปีงบประมาณ 2564 นี้ วช. และ ศปป.1 กอ.รมน. ได้มีเป้าหมายสร้างตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ต้นแบบ ใน 15 จังหวัด โดยดำเนินการตามนโยบายบูรณาการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของทั้งสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (สยย.) กอ.รมน. ร่วมด้วย ศปป.1 กอ.รมน. และ ศปป. 4 กอ.รมน
ซึ่งได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายระดับตำบล ให้สอดคล้องกับการนำงานวิจัยและนวัตกรรม ไปช่วยในการยกระดับศักยภาพความเข้มแข็งของชุมชนและตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ตลอดจนสามารถประเมินผลสัมฤทธิ์ได้ โดยการส่งมอบงานวิจัยและนวัตกรรม ผ่านศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 (ศปป.4) ในการขยายผลเทคโนโลยี เรื่อง “เครื่องวัดข้อมูลฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศด้วยระบบเซ็นเซอร์เชื่อมต่อข้อมูลด้วยระบบสถาปัตยกรรมเน็ตเวิร์คอัจฉริยะ” ในพื้นที่ทำงานของ กอ.รมน. จังหวัด ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 4 ภาค
ในปี 2563 และในปี 2564 มีแผนขยายผลนวัตกรรมเรื่อง “ถังหมักประสิทธิภาพสูงเพื่อการจัดการขยะอินทรีย์ในระดับชุมชน” โดยขยายผลเทคโนโลยีในพื้นที่ดูแลของ ศปป.4 กอ.รมน. ให้ครอบคลุมทั้ง 4 ภาค ใน 22 พื้นที่ 14 จังหวัด และศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 (ศปป.5) กอ.รมน. ในการขยายผลการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม เรื่อง เสื้อเกราะกันกระสุนน้ำหนักเบาที่ผ่านมาตรฐานสากลระดับ NIJ III (NIJ 3) ในพื้นที่การดูแลของ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า (3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) และกองทัพภาคที่ 4
วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2564
อว. ดันเศรษฐกิจฐานรากภาคเหนือตอนบน หวังเพิ่มมูลค่าหัตถกรรมชุมชนในยุค New Normal
อว. ดันเศรษฐกิจฐานรากภาคเหนือตอนบน หวังเพิ่มมูลค่าหัตถกรรมชุมชนในยุค New Normal
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนการอบรมโครงการ การพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์หัตถกรรมชุมชนในภาคเหนือตอนบนด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์ และทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่นสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่มูลค่าของผลิตภัณฑ์ มุ่งพัฒนาทักษะองค์ความรู้ ศักยภาพบุคลากรและผู้ประกอบการหัตถกรรมพื้นเมืองที่มีความแตกต่างและโดนเด่นตามความต้องการของตลาดในยุค New Normal
(วันนี้ 28 มีนาคม 2564) เวลา 13.30 น. ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการอบรมเพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านการออกแบบสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการหัตถกรรมพื้นเมือง สำหรับตลาดในยุค New Normal Creative Design Competency Enhancement of Local Craft Entrepreneurs for New Normal Market Workshop” หรือ Koyori Project 2021 พร้อมเยี่ยมชมผลงานวิจัยเด่น ด้านศิลปและวัฒนธรรม ณ ห้องประชุมโพธิพุทธ ชั้น 4 อาคารเรียนรวมและศูนย์พัฒนาเทคโนโลยี เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาล้านนา คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (เจ็ดยอด) ตำบลช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่ โดย วช. ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จัดการอบรมมีผู้ร่วมโครงการอบรมในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ และจังหวัดน่าน
เพื่อพัฒนาทักษะ องค์ความรู้ และเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรและผู้ประกอบการหัตถกรรมพื้นเมืองในเขตภาคเหนือตอนบน ให้มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถพัฒนาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์หัตถกรรมพื้นเมืองให้มีความโดดเด่นตรงตามความต้องการของตลาดในยุค New Normal โดยเน้นใช้นวัตกรรมและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ และศึกษาความต้องการทางการตลาดของสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง และช่องทางการตลาดที่เหมาะสม ให้ผู้ประกอบการหัตถกรรมในเขตภาคเหนือเพื่อสร้างรายได้และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างยั่งยืน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า วช. มุ่งเน้นการดำเนินงาน เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง พร้อมขับเคลื่อนนโยบายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการชุมชนทั่วไป ให้สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน สนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่ม สร้างการเรียนรู้ ฝึกอาชีพ การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ เหมาะสมมาประยุกต์ โดย วช. ได้จัดสรรงบประมาณในการดำเนินกิจกรรมโครงการ เรื่อง “การยกระดับผลิตภัณฑ์หัตถกรรมชุมชนในภาคเหนือตอนบนด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์ และทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่นสู่ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่มูลค่าของผลิตภัณฑ์” แก่ ดร. สุรพล ใจวงศ์ษา แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ ด้าน ดร. สุรพล ใจวงศ์ษา เปิดเผยว่า คณะนักวิจัย ได้ร่วมกับสมาคมวัฒนหัตถศิลป์ล้านนา, สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง ลำพูน พะเยา น่าน แพร่ เชียงราย และ แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่การอบรมเพิ่มทักษะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ภายใต้โครงการ Koyori โดยดึงเอาจุดเด่นของวัฒนธรรมในแต่ละผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ผสมผสานกับแนวคิด การออกแบบแฟชั่นดีไซน์จากผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบจากไทยและต่างชาติ พัฒนาเอกลักษณ์และการเสริมคุณค่า หัตถกรรมพื้นบ้านในเขตภาคเหนือตอนบน โดยมุ่งเน้นในการพัฒนา 4 ด้าน
ได้แก่ 1) ด้านผลิตภัณฑ์และผู้ประกอบการ เน้นการพัฒนาทักษะ องค์ความรู้ และเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรและผู้ประกอบการ ให้มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถพัฒนาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์หัตถกรรมที่มีความแตกต่างและโดดเด่นที่ตรงกับความต้องการของตลาดโดยใช้นวัตกรรมและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ตลอดห่วงโซ่ 2) ด้านการตลาด เน้นการพัฒนาตลาดอนาคตสำหรับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ หัตถกรรมในเขตภาคเหนือตอนบนที่เหมาะสมและเพิ่มมูลค่าด้วยการใช้ digital marketing platform และการเชื่อมโยงกับการตลาดยุคใหม่ยุค new normal 3) ด้านการสร้างแบรนด์ เน้นการเสริมสร้างเอกลักษณ์และเพิ่มคุณค่าของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์หัตถกรรมด้วยทุนทางวัฒนธรรม การออกแบบสร้างสรรค์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น และการประชาสัมพันธ์สู่ภายนอก และ 4) ด้านการสร้างเครือข่าย เน้นในการเชื่อมโยงระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่การผลิต ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมเพื่อการพัฒนาและเพิ่มคุณค่าของสินค้าโดยเฉพาะการทำงานร่วมกันระหว่างนักออกแบบรุ่นใหม่และผู้ประกอบการ และการศึกษาและประเมินถึงผลกระทบจากโครงการ โดยโครงการคำนึงถึงมิติการพัฒนา 4 ด้าน
คือด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล เพื่อการยกระดับผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจากรากฐานทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ในเขตภาคเหนือตอนบนมุ่งเน้นที่จังหวัดรอง ได้แก่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ น่าน เชียงราย เชียงใหม่ - ให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมท้องถิ่น ที่สามารถถ่ายทอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมได้อย่างร่วมสมัย และเกิดพลังขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นในภูมิภาคต่อไป ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 88 คน ที่ประกอบด้วยอาจารย์ผู้บรรยายและที่ปรึกษาจากต่างประเทศ นักออกแบบรุ่นใหม่ ครูช่างผู้ประกอบการหัตถกรรม OTOP และกลุ่มหัตถกรรมในพื้นที่มูลนิธิโครงการหลวง
วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2564
ชุดสืบสวนสภ. บางปะกงรวบชายอ้างเป็นตำรวจเข้าตรวจค้นรถผู้เสียหายภายในปั๊มน้ำมันก่อนจะฉวยโอกาสชิงทรัพย์แล้วหลบหนี
วันที่ 27 มี.ค. 64 เวลา 02.30 น. ได้มีเหตุคนร้ายเพศชายอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอทำการตรวจค้นรถของชาวบ้านที่จอดอยู่ในบริเวณภายในปั้มน้ำมันเชลล์ ริมถนนบางนา-ตราด ขาเข้า กรุงเทพมหานคร กม.39 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จากนั้นได้ลักเอาทรัพย์สินไป นั้น
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ นายพรชัย หล่าเพีย อายุ 23 ปี แสดงตัวเป็นผู้เสียหาย จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายได้ขับขี่รถยนต์กระบะ โตโยต้า ทะเบียน บม-5587 จันทบุรี เข้ามานอนพักภายในปั้มน้ำมัน ต่อมาได้มีคนร้ายเพศชาย นำไฟฉายมาส่อง,เคาะกระจกเรียก แล้วอ้างว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอทำการตรวจค้นรถของผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ และให้ตรวจค้น คนร้ายได้ลักเอาโทรศัพท์ของผู้เสียหายแล้วขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.บางปะกง จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายได้หลบหนีอยู่ที่โรงแรมบีบีกลาสเฮ้าส์ ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพมหานคร จึงได้เดินทางไปตรวจสอบโดยได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน เข้าร่วมตรวจสอบด้วย จากการตรวจสอบพบ นายพันธการณ์ นาคสมบูรณ์ ผู้ก่อเหตุอยู่ที่โรงแรมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.บางปะกง และ เจ้าหน้าที่ตำรวจงานป้องปันปราบปราม สน.คลองตัน จึงได้ทำการจับกุมตัวนายพันธการณ์ นาคสมบูรณ์ ผู้ต้องหา พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ และโทรศัพท์ของกลางที่ได้ลักเอาไป จากการตรวจสอบทรัพย์สินที่ผู้ต้องหาครอบครองอยู่พบของมีค่าหลายรายการ
ได้แก่ 1.แว่นตากันแดดสีดำยี่ห้อ Ray Ban พร้อมกล่องแว่น จำนวน 2 อัน 2.นาฬิกายี่ห้อ SEIKO สเตนเลสตัวเรือนและสายสีเงิน 3.สร้อยคอโลหะสีทอง จำนวน 1 เส้น พร้อมพระเครื่องพิมพ์พระสมเด็จเนื้อผง จำนวน 1 องค์ 4.กระเป๋าคาดเอว ยี่ห้อ จอแดน สีแดง จำนวน 1 ใบ 5.เหรียญพยาครุฑ จำนวน 1 องค์ 6.สร้อยคอโลหะสีทอง จำนวน 1 เส้น พร้อมพระเครื่องลอยองหลวงปู่ชัยเลี่ยมกรอบสีทองจำนวน 1 องค์ 7.สร้อยคอโลหะสีทอง จำนวน 1 เส้น พร้อมล็อกเก็ตเลี่ยมโลหะสีทอง จำนวน 1 องค์ 8.แหวนโลหะสีทอง จำนวน 2 วง สถานีตำรวจภูธรบางปะกง จึงขอประชาสัมพันธ์หาเจ้าของทรัพย์ หากท่านใดเคยตกเป็นผู้เสียหายหรือเคยถูกคนร้ายที่มีลักษณะดังกล่าวแสดงตนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอตรวจค้นรถแล้วลักเอาทรัพย์สินไป ให้ติดต่อมาขอรับทรัพย์สินได้ที่ ร.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ กันจิน๊ะ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง หมายเลขโทรศัพท์ 0993535544


















































