วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2561

สตม.ทลายแก๊งสัญชาติเนปาลขนยาเสพติดข้ามชาติ
ตามคำสั่งการของ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
รองนายกรัฐมนตรีและ
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา
ผบ.ตร.

มีนโยบายปราบปรามลักลอบค้ายาเสพติดให้โทษ ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงกับความมั่นคงของชาติและทำลายสถาบันครอบครัว ชุมชนโครงสร้างทางสังคมจึงสั่งการใหดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
ในส่วนของสำนักตรวจคนเข้าเมืองโดยพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น
ผบช.สตม.
พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย
์รอง ผบช.สตม.
พล.ต.ต.ชูฉัตร ธาริฉัตร
ผบก.สส.สตม.
พ.ต.อ.วิญญู  อำนวยสมบัติ
รอง ผบก.สส.สตม. สั่งการให้
พ.ต.อ.ประวิทย์ ศิริธร
ผกก.2 บก.สตม
เฝ้าติดตามสถานการณ์ยาเสพติดโดยเฉพาะกลุ่มค้ายาเสพติดข้ามชาติ
ซึ่งได้ดำเนินการจับกุมคดีแก๊ง
ยาเสพติดข้ามชาติหลายรายก่อน
หน้านี้และขยายผลนำไปสู่การจับกุมอย่างต่อเนื่อง


วันที่ 6 มิถุนายน 2551
เวลาประมาณ 18.00 น.
ด่าน ตม. ทอ.เชียงใหม่เจ้าหน้าตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ปป 4 ร่วมกับปปส.ภาค 5  เจ้าหน้าที่ ดีดีเอ สสป.
กรมศุลกากร ประจำท่าอากาศยานเชียงใหม่ ,ตำรวจภูธรภาค 5,
ตรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่,เจ้าหน้าที่
ี่ศุลากร,การท่าอากาศยานเชียงใหม่ตำรวจท่องเที่ยว,เจ้าหน้าที่ทหาร
(นฝด1) และสภ.ภูพิงคราชนิเวศน์
์ได้ร่วมกันจับกุม MR.SINGHA BIR GONGBOTAMANG อายุ 50 ปีสัญชาติเนปาล พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโลอีน) ลักษณะเป็นผงสีขาว อัดแท่งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
น้ำหนักแท่งละประมาณ 380 กรัมจำนวน 40 แท่ง น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม
ประมาณ 15.5 กิโลกรัม หรือ 15,500 กรัม บรรจุอยู่ในกระเป๋าเดินทาง
จับกุมได้ที่  สนามบินเชียงใหม ่ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย  จากนั้น
พล.ต.ท.สมพงษ์ วงษ์ปิ่น
ผบช.สตม.
พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย
รอง ผบช.สตม.
พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร
ผบก.สตม. ได้สั่งการให้
พ.ต.อ.ประวิทย์ ศิริธร
ผกก.2 บก.สส.สตม.
ดำเนินการขยายผล



โดยวันที่ 7 มิ.ย.61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สส.สตม.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ทท.ได้เข้าตรวจสอบคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช)
แขวงและเขตสวนหลวงกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมจับกุมตัว
MR.GURUNG LAL อายุ 49 ปี สัญชาติอินเดีย และ MR.SUDARSHAN THAPA อายุ 50 ป ีสัญชาติเนปาลพร้อมด้วยของกลาง เฮโรอิน บรรจุซีนพลาสติกจำนวน 300 ก้อน น้ำหนักรวมประมาณ 1,450 กรัม เครื่องชั่งแบบ
ดิจิตอลยจำนวน 1 เครื่อง ถุงพลาสติกหุ้มกระดาษใขตราสิงโตคู่เหยียบโลก  ซึ่งยาเสพติดถูกบรรจุเป็นก้อนอัดเป็นแคปซูล ซึ่งไว้ใช้ในการกลืนเข้าไปในช่องท้อง เพื่อค้นยาเสพติดข้ามชาติหลบหนีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่
จึงได้จับกุมในข้อหา "ร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอิน)โดยไม่รับอนุญาติ" นำตัวส่งพนักงานสอบสวนบช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาวันที่ 8 มิ.ย.61
เวลาประมาณ 10.00 น.
เจ้าหน้าที่ กก.2.บก.สส.สตม.
ได้เข้าตรวจสอบห้องพักในอพาร์ทเม้นท์อีดแหล่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช)แขวงและเขตสวนหลวงกรุงเทพมหานคร ได้ตรวจพบอุปกรณ์การเสพยาเสพติดมีลักษณะเป็นขวดบรรจุมีหลอดและหลอดแก้วเสียบอยู่จำนวน 1 ชิ้น ซุกซ่อนบนฝ้าเพดานห้องน้ำภายในห้องพักจึงได้ควบคุมตัวคนต่างด้าว สัญชาติเนปาล จำนวน 4 ราย เพื่อเพิกถอนการอนุญาติให้อยู่ในราชอาณาจักร
 
พล.ต.ต.ชูชาติ ธารีฉัตร
ผบก.สส.สตม.
ได้กล่าวว่าจากการจับกุมขยายผล
กลุ่มแก๊งเฮโรอิน ข้ามข้ามชาติ
จำนวน 7 ราย พร้อมยาเสพติดประเภท 1 เฮโรอินจำนวนหนึ่ง
   ตามนโยบาย สตม.จากท่าน
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น
ผบก.สตม. และ
พล.ต.ต.อิทธิพล อิืทธิสารรณชัย
รอง ผบก.สตม.
ในด้านการปราบปรามยาเสพติดอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการตอบสนองการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในส่วนความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งต่อจากนี้จะได้ดำเนินคดีและขยายผลในส่่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปอีก  จึงอนุญาตประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนทั่วไป หากมีเบาะแสเกี่ยวกับคนต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด กรุณาแจ้งมายังกองบังคับการสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเลขที่ 507 ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ
เขตสาทรกรุงเทพฯ 10120
หรือหมายเลขโทรศัพท์  1178

แหลม ปุโลหิต
อ็อด อินทรีย์
ชนะ คำไทรแก้ว
แจ็ค พญามังกร
ทีมข่าวเฉพาะกิจ
น.ส.พ.เจาะเลนส์ รายงาน


นโยบายรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรม พลตำรวจโทสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๑, พลตำรวจตรีสมชาย พัชรอินโต รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๑, พลตำรวจตรีธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๑
ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจตรีสุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผู้บังคับการตำรวจการภูธรจังหวัดนนทบุรี, พันตำรวจเอกณัฐพล ศุกระศร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี, พันตำรวจเอกพงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี, พันตำรวจเอกศิริวัฒน์ โมรานนท์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้มีผลการปฏิบัติในการร่วมกันปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ดังนี้



คดีที่ 1 ได้ทำการตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย
๑. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น WAVE สี ขาว แดง หมายเลขตัวถัง MLHJA2101H5168866
๒. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น CLICK สี ขาว แดง หมายเลขตัวถัง MLHJF3503H5496002
๓. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น CLICK สี ดำ แดง หมายเลขตัวถัง MLHKF3502K5004295
๔. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น WAVE สี ดำ แดง หมายเลขตัวถัง MLHJA1401J5880158
๕. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น ZOOMER-X สี ขาว แดง หมายเลขตัวถัง MLHJF6206H5115975
๖. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ YAMAHA รุ่น AIRROCK สี ดำ เขียว หมายเลขตัวถัง MLESG471111003845
๗. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น WAVE สี ขาว หมายเลขตัวถัง MLHJA2174H5416648
๘. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น WAVE สี น้ำเงิน ดำ หมายเลขตัวถัง MLHJA1424J5583998
๙. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น CLICK สี ดำ เขียว หมายเลขตัวถัง MLHJF3506H5509700
๑๐. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น WAVE สี ขาว หมายเลขตัวถัง MLAJC6180E5160731
๑๑. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น WAVE สี ขาว ดำ หมายเลขตัวถัง MLHJA2103G5068329
๑๒. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น PCX สี ดำ แดง หมายเลขตัวถัง LHKF1288D5127858
๑๓. รถกระบะบรรทุกส่วนบุคคล TOYOTA REVO สีขาว ทะเบียน บพ 2456 เพชรบุรี
๑๔. รถกระบะบรรทุกส่วนบุคคล ISUZU D-MAX สีเทา บน 9560 กำแพงเพชร
๑๕. รถกระบะบรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ CHEVROLET CORORADO สีขาว 2ฒญ 4881 กทม.
พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอประสงค์ปิดนาม) ว่าได้มีกลุ่มบุคคลได้ร่วมกันรับซื้อรถจักรยานยนต์ ทุกชนิด ทุกประเภท โดยไม่จำเป็นต้องมีเอกสารการซื้อขายใดๆ เพื่อลักลอบส่งขายต่อให้กับพ่อค้า ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นจึงได้ทำการสืบสวนติดตามไปยังห้องพักไม่ติดเลขที่ในซอย ย่ามาลุดดีน ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และเข้าตรวจสอบบริเวณห้องพักดังกล่าวพบ รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีบรอนท์ หมายเลขทะเบียน บน-๙๕๐๖ กำแพงเพชร มีผ้าใบสีเทาเข้มคลุมอยู่ จอดอยู่หน้าห้องพัก โดยพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยดังกล่าว ประกอบด้วย นายดำ หรือบังดำ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง(สัญชาติพม่า) ,นายสัก ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง (สัญชาติพม่า) และนายออง ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง (สัญชาติพม่า) กำลังช่วยกันดึงเชือกเพื่อรัดผ้าใบของจากการตรวจสอบภายในรถกระบะคันดังกล่าว เมื่อเปิดผ้าใบที่คลุมรถออกมา พบกระสอบปุ๋ยวางทับถมกัน โดยในถุงกระสอบปุ๋ยสีขาวภายในบรรจุเศษผ้า เพื่อปิดบังพรางตาเจ้าหน้าที่ โดยปิดทับรถจักรยานยนต์ที่นำมาซุกซ่อนอยู่ จำนวน ๗ คัน และข้างๆกันยังมีรถยนต์กระบะ โตโยต้า รีโว่ สีขาว หมายเลขทะเบียน บพ-๒๔๕๖ เพชรบุรี บรรทุกรถจักรยานยนต์ อีกจำนวน ๕ คัน เพื่อเตรียมที่จะขนรถจักรยานยนต์ไปจำหน่ายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจากการสอบถามกลุ่มบุคคลต้องสงสัยดังกล่าวในเบื้องต้น ได้ให้ข้อมูลว่ารถจักรยานยนต์ทั้งหมด ได้รับซื้อมาจากบุคคลที่นำมาจำหน่าย และไม่มีหลักฐานการซื้อขายพร้อมทั้งสมุดคู่มือประจำรถแต่อย่างใด โดยกำลังจะนำรถจักรยายนต์ทั้งหมดนี้ ไปขายต่อยังประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดจึงได้นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ดังกล่าว พร้อมทั้งเชิญตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มายัง กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี เพื่อดำเนินการซักถาม เพื่อที่จะได้ทำการตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

คดีที่ 2
เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ภายใต้การอำนวยการของ พันตำรวจเอกศิริวัฒน์ โมรานนท์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้ทำการจับกุม นายนิวิษฐ อิ่มจาด อายุ 61 ปี
ข้อหา “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” , “นำรถยนต์เข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร”
โดยได้ทำการตรวจยึด รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ BENZ สีเทา ทะเบียนหมายเลข ฎฎ 930 กทม. จำนวน 1 คัน บริเวณลานจอดรถห้างคริสตัล ถ.ราชพฤกษ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี
พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 61 เวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ กองกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้ทำการออกตรวจเขตพื้นที่รับผิดชอบ ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา เมื่อมาถึงบริเวณลานจอดรถห้างคริสตัล ถ.ราชพฤกษ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ พบรถยนต์ ยี่ห้อ BENZ VAN สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียน ฎฎ 930 กทม. ซึ่งเป็นรถยนต์ต้องสงสัยว่ารถ BENZ ที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีความผิดตาม พรบ.ศุลกากร พ.ศ.2560 จึงเฝ้ารอผู้ครอบครอง/เจ้าของรถ ต่อมาพบ นายนิวิษฐ อิ่มจาด อายุ 61 ปี รับเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว จึงทำการตรวจสอบข้อมูลไปยังระบบ POLIS พบว่า เอกสารที่ติดแสดงอยู่บนตัวรถเป็นเอกสารปลอม จึงแจ้งข้อกล่าวหาปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม โดยต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 3
เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ภายใต้การอำนวยการของ พันตำรวจเอกศิริวัฒน์ โมรานนท์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้จับกุมตัว นางสาวจัญตนา ลบทอง อายุ ๔๒ ปี
ข้อหา “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม”
โดยได้ทำการตรวจยึด รถยนต์นิสสัน รุ่น Almera สีดำ ทะเบียน 3กง-7871 กทม. จำนวน 1 คัน
พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2561 เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ กองกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้ทำการตรวจยึดรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว บริเวณลานจอดรถตลาดนกฮูก ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เนื่องจากตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนของรถยนต์คันดังกล่าวแล้ว เป็นแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ที่สวมทะเบียนของคันอื่นมา ต่อมามี นางสาวจัญตนา ลบทอง ได้เดินมาเปิดประตูรถยนต์ฝั่งผู้ขับขี่ของรถยนต์คันดังกล่าว และพร้อมที่จะขับรถยนต์คันกล่าวออกไปจากลานจอดรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัว เพื่อทำการขอตรวจสอบเอกสารการครอบครองรถ ปรากฎพบว่า รถยนต์คันกล่าวใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอมโดยสวมทะเบียนของบุคคลอื่นมาจริง และติดเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีปลอม จึงแจ้งข้อกล่าวหาปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม โดยต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





โดยผลการจับกุมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้ทำการเข้มงวด ตรวจสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในเขตพื้นที่รับผิดชอบมาโดยตลอด โดยตั้งแต่ต้นปี 2561 ที่ผ่านมา ได้ทำการจับกุมและตรวจยึดรถยนต์ไปทั้งหมดรวมทั้งสิ้น 2 คัน ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จักได้ทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป  

วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2561


วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2561 
เวลา 09.00 น. ณ.ห้องวายุภักษ์ ชั้น 4 อาคารวายุภักษ ์โรงแรมเซ็นทารา
ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะกรุงเทพมหานคร

 พรรคไทยศรีวิไลย ์จัดประชุมใหญ่สามัญผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยศรีวิไลย์
กว่า 700 คน เพื่อดำเนินเตรียมการจัดตั้งพรรคไทยศิวาไลย์ ตามพรป.พรรคการเมือง พ. ศ. 2560 ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติอนุญาตให้ดำเนินงานกิจกรรมทางการเมืองได้ นั้น มีวาระที่สำคัญคือเลือก
หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคประกาศอุดมการณ์พรรค
กำหนดข้อบังคับพรรค
กำหนดนโยบายพรรค


นโยบายหลัก 3 ป. พรรคไทยศรีวิไลย์
1. ปราบปราม คือ การปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นทุกรูปแบบนำเงินธุรกิจคืนแผ่นดินทำทุกวิถีทางทำให้คนโกงกลัวจนไม่โก่ง
2. เปลี่ยนแปลง คือ ปฏิรูประบบราชการทุกภาคส่วน ให้เป็นที่พึ่งและรับใช้ประชาชนตาม ตามหน้าที่ที่กินเงินภาษีของประชาชน
3. ปกป้อง คือ ปกป้องคนจนไม่ให้คนรวยรังแกเอารัดเอาเปรียบสร้างความเป็นธรรมในสังคมให้เท่าเทียมกันและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
คณะผู้ร่วมอุดมการณ์ทั้ง คนรุ่นใหม่
่คนรุ่นกลาง คนรุ่นอาวุโส ประกอบด้วยประชาชน พ่อค้ารายย่อย
พ่อค้าขนาดกลาง ทหารบก ทหารเรือทหารอากาศ ตำรวจ ครู วิศวกร หมอ พยาบาลพนักงานเอกชน ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ ๚ล๚
เป็นผู้ร่วมอุดมการณ์พรรคไทยศรีวิไลย์แสดงเจตจำนงในการร่วมเป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยศรีวิไลเพื่อเป็นพรรคของประชาชนเพื่อประชาชนโดยแท้จริง
พรรคไทยศรีวิไลย์จะไม่รับนักการเมืองเก่าที่มีประสบการณ์ทั่วมาเป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศชาติคนที่เคยโกงชาติมาไม่ว่าจะมากหรือน้อยไม่รับเพราะคนพวกนี้ถึงอย่างไรก็ติดคุกถูกยึดทรัพย์อยู่ดีขาดคุณสมบัติโดยปริยาย จะรับเฉพาะคนที่ทำความดีโดยการปฏิบัติเห็นเป็นรูปประธรรมจับต้องได้ต้องเป็นคนดีปฏิบัติดีทำประโยชน์กับประเทศได้อย่างใช้เวลาไม่นาน
ทำสำเร็จแล้วก็เลิกไปทางอื่นปล่อยให้คนรุ่นหลังทำต่อ ไม่ยึดติดไว้ที่ตนเองส่วนพวกเล่นการเมืองเพื่อตนเองครอบครัวลูกหลานเล่นจนแก่เฒ่าไล่อย่างไรก็ไม่ไป ก็ให้ประชาชนช่วยตัดสิน


 สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ-สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ 
2 พลเอก ดร. กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐรองประธานภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ และอดีตผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ รมว.กลาโหม ( นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี )
3 นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ
มาร์ค พิทบูล ประธานชมรมคนคุณภาพ
4 พลโทอัศวิน รัฐฎานนท์
อดีต รองแม่ทัพน้อยที่ 2 และอดีตประธานกรรมการเลือกตั้งจังหวัดนครราชสีมา
5 นายวิวัฒน ์เจริญพานิชศิร ิอดีต
ผอ. องค์การต่อต้านคอร์รัปชั่น
(แห่งประเทศไทย)/อดีตเลขานุการประธานหอการค้าไทย (ดร. อาชว์ เตาลานนท์)
6 นางนัยนา ชีวานันท์
์อดีตนางเอกภาพยนตร์ไทยชื่อดัง
7 นางสาวภคอร จันทรคณา
อดีตแอร์โฮสเตส สายการบินบางกอกแอร์เวย-์นักแสดงละคร-ภาพยนตร์และผอ. สถาบันวิจัยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคม(สวส)
8 นายประพัฒน์โชต ิธนวรศาสตร
์อดีต ผอ.หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย/ผู้สังเกตการณ์องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น( แห่งประเทศไทย )
9 ดร.พีระพงศ ์กนกเลิศวงศ
์เจ้าของร้านจิวลี่-เพชร
10 นาย กฤษรชฎะชญตว์กฤต พิพัฒนโภคินักธุรกิจสื่อสารมวลชน
11 นายจำรูญศักด ิ์จันทรมัย
อดีต ผู้สมัครนายก อบจ.อุบลราชธานีพรรคเพื่อไทย/อดีตประธาน นปช. อุบลราชธานี
12 นายพิชิต คำแก้ว
อดีตแกนนำแท็กซี่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย/กรรมการสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
13 นายอธิวัฒน ์บุญชาติ
อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย/อดีตแกนนำ กกปส.
อดีตแกนนำกลุ่มอีสานกู้ชาติ
14 นาย รชต จึงแย้มปิ่น
นักธุรกิจ
15 นายศยุน ชัยปัญญา
อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาจังหวัดมหาสารคาม พรรคประชาธิปัตย์
์และนักธุรกิจ
16 นางอรวัสสา ฉัตรเพชร
นักธุรกิจ
17 นางชุติมา โชคอารีย์
นักการบัญชี

โดยที่ประชุมได้เสนอชื่อ
นายมงคลกิตต ิ์ สุขสินธารานนท์
ิ์เป็นหัวหน้าพรรค
นายณัชพล สุพัฒนะ
เป็นรองหัวหน้าพรรคคนที่ 1
พล.ท.อัศวิน รัชฎานนท์
เป็นรองหัวหน้าพรรคคนที่ 2
นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชศิริ
เป็นเลขาธิการพรรค
นายพิชิต คำแก้ว
เป็นรองเลขาธิการพรรคคนที่ 1
นายจำรูญศักดิ์ จันทรมัย
เป็นรองเลขาธิการพรรคคนที่ 2
นางชุติมา โชคอารีย์
เป็นเหรัญญิก
นางอรวัสสา ฉัตรเพชรรา
เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค
นางสาวภคอร จันทรคณา
เป็นโฆษกพรรค
นายรัชต จึงแย้มปิ่น
เป็นรองโฆษกคนที่ 1
นายอธิวัฒน ์บุญชาต
ิเป็นรองโฆษกคนที่ 2
นายศยุน ชัยปัญญา
เป็นกรรมการบริหารพรรค คนที่ 1
นายพีรพงศ์ กนกเลิศวงศ์
กรรมการบริหารพรรคที่ 2
พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ
ประธานที่ปรึกษาพรรค
นางนัยนา ชีวานันท์
เป็นที่ปรึกษาพรรคคนที่ 1
นายพัฒน์โชติ ธนวรศาสตร์
เป็นที่ปรึกษาพรรคคนที่ 2

นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรม
รับมอบพระแสงดาบ(จำลอง)
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
จากเจ้าอาวาสวัดพรานนก
อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจัดกิจกรรมทุบหม้อข้าวประกาศปราบโกงทั่วทั้งแผ่นดินด้วย

ทางด้าน
พล.อ.ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ
ประธานที่ปรึกษาพรรค ได้กล่าวว่า
ได้เห็นนโยบายและอุดมการณ์ของพรรคซึ่งดีมาก เรื่องการปราบโกง
เรื่องการกระจายรายได้ให้แก่ประชาชน ปฎิรูปวงการราชการ
เน้นนโยบาย 3 ข้อ ทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำให้บ้านเมืองเราเป็นศิวิไลย์
สมกับชื่อของพรรค ที่ชื่อพรรคศิวิไลย์
มีคนที่กล้าทำกล้าปฎิบัติไม่ใช่ดีแต่พูด
ถ้าได้เข้าร่วมรัฐบาล นโยบายแรกที่หัวหน้าพรรคได้ประกาศใว้คือการปราบโกง เพราะถ้าประเทศชาติเรายังปราบโกงไม่ได้ประเทศชาติก็ไปไม่รอด
ต้องปราบโกงให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก
พล.อ.ดร.กิตติศักดิ์ กล่าำวทิ้งท้าย

*************************
แหลม ปุโลหิต
อ็อด อินทรีย์
ชนะ คำไทรแก้ว
แจ็ค พญามังกร
ทีมงานข่าว น.ส.พ.เจาะเลนส์ รายงาน
คำกล่าวผู้การ

ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกตกลง (MOU) โครงการตำรวจนครบาล1และโรงเรียนศรีอยุธยา- ได้ร่วมอบรมฝึกสอนฟุตบอลอะคาเด ให้ความพร้อม ให้ความสำคัญบุตรหลานข้าราชการตำรวจในสังกัดบก.น.1 และนักเรียนโรงเรียนศรีอยุธยาที่มีความสนใจฟุตบอลให้มีสุขภาพดี ห่างไกลยาเสพติดมีทักษะด้านฟุดบอล มีความสามารถด้านฟุตบอล โดยจัดหาโค้ชที่มีความสามารถมาฝึกสอนให้ความรู้ด้านเทคนิคต่างๆของฟุตบอล



โดยได้รับความร่วมมือของโรงเรียนศรีอยุธยาโดยท่าน ผอ.นางตรีสุคนธ์ จิตต์สงวน ให้ใช้สนามฝึกซ้อมฟุตบอลซึ่งจะมีการเปิดป้ายศูนย์ฝึกฟุตบอลตำรวจนครบาล 1 ได้ฝึกฝน ทุกวันเสาร์ และ-อาทิตย์โดยมีการอบรมเยาวชนไปแล้วรุ่นแรกจำนวน 40 คนซึ่งจะมีการมอบประกาศนียบัตรในวันนี้นับประโยชน์อย่างยิ่งต่อเยาวชนให้เป็นคนที่มีคุณภาพไม่เป็นภาระต่อสังคมต่อได้เวลาอันสมควรแล้วผมขอเรียนเชิญท่านผู้อำนวยการโรงเรียนศรีอยุธยาร่วมทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกันต่อไปเป็นที่เรียบร้อย





พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1
พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส รอง ผบก.น.1
พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รอง ผบก.น.1
พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท
พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สน.ชนะสงคราม
พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ ผกก.ฝอ.บก.น.1
คุณพีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ประธาน กต.ตร. บก.น.1
และ คุณธัชวิน สุรเศรษฐ รอง คณะ กต.ตร. บก.น.1
นางตรีสุคนธ์ จิตต์สงวน ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีอยุธยา ในพระอุปถัมภ์ฯ

ภาพ/ข่าว
เกียรติ เด็กบาง รายงาน

วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2561

พิธีปล่อยแถวระดมพล"ปฏิบัติการคืนพื้นผิวจราจรเพื่อ
ประชาชนคนเดินทาง

วันพุธที่ 6 มิ.ย.61 เวลา 16.00 น. ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าฟอร์จูนถนนรัชดา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผบช.ตร พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น.พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบช.น.1
พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ ผบก.จร. ร่วมปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และอาสาจราจร 140 นาย เพื่ออำนวยความสะดวก และกวดขันวินัยจราจร  เส้นทางโดยรอบถนนรัชดาภิเษก 4 สน.พื้นที่  ได้แก่ สน.มักกะสัน , ดินแดง , ห้วยขวาง , ทองหล่อ ตามแนวทาง “ปฏิบัติการคืนพื้นผิวจราจรเพื่อประชาชนคนเดินทาง”
 

    โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า  กาตแก้ไขปัญหาจราจรในเขตกทม. และปริมณฑล   ได้บูรณาการร่วมกัน ทั้งส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ของห้างสรรพสินค้า  โรงเรียน ที่ตั้งอยู่ในจุดที่มีปัญหาการจราจรติดขัด  เน้นสร้างความรับรู้ให้ผู้ใช้รถตระหนักในการเคารพกฏจราจร
พร้อมทั้งจะเข้มควบคุมและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิด  คาดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่ได้
     ขณะที่พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น.(งานจราจร)  กล่าวว่า ถนนรัชดาภิเษก ติดขัดต่อเนื่องด้วยปัญหากายภาพที่บริเวณถนนอโศกมนตรี ซึ่งเบื้องต้นที่ผ่านมามีการแก้ไขโดยการเปิด รีเวิร์สซิเบิล เลนในช่วงเวลาเร่งด่วนโดยช่วงเช้าจะเปิดให้รถเดินทางเข้าเมือง 3 ช่องทางและออก 1 ช่องทาง แล้วช่วงเย็นให้ขาออกใช้ได้ 3 ช่องทางและขาเข้า 1ช่องทาง พร้อมทั้งห้ามเลี้ยวขวาตลอดแนว โดยจุดดังกล่าวการจราจรได้คลี่คลาย มากยิ่งขึ้น แต่จากการตรวจสอบยังพบว่าในแนวถนนรัชดาภิเษก จุดที่ส่งผลกระทบทำให้การจราจรติดขัดคือบริเวณทางข้ามทางรถไฟมักกะสัน และถนนกำแพงเพชร 7 ดังนั้นในจุดดังกล่าว จะจัดกำลังตำรวจจราจรประจำจุด ตัดสลับรถ



    ขณะเดียวกัน ในแนวถนนรัชดา ตั้งแต่แยกพระราม 9  ถึงแยกเทียมร่วมมิตร จะเข้มจับปรับกับ  แท็กซี่และรถยนต์ส่วนบุคคลจอดแช่ในช่วงเวลาเร่งด่วนแบบ ไม่มีข้อยกเว้นเพื่อให้การจราจรในถนนรัชดาเคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่องในชั่วโมงเร่งด่วนทั้งเช้าและเย็น.
1)กลุ่มโรงเรียนบริเวณถนนสามเสน-ถนนนครราชสีมา
และถนนราชวิถี(2)กลุ่มโรงเรียนบริเวณถนนสีลม
ถนนสาทร และถนนเจริญกรุง(3)กลุ่มโรงเรียนบริเวณ
ถนนเพชรบุรี ถนนอโศกมนตรี ถนนสุขุมวิท และถนน
เพลินจิต ซื่งบริเวณแยกพระราม 9 ถนนรัชดาภิเษกนี้
ส่งผลกระทบต่อการระบายรถและการจัดการจราจร
ของกลุ่มโรงเรียนทั้ง 3 กลุ่ม

วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561

วันที่ 5 มิ.ย.61 พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร./โฆษก ตร. ประชาสัมพันธ์ข่าวการเปิดรับสมัครบุคคลภายนอกที่มีวุฒิเนติบัณฑิตบรรจุเข้าข้าราชการตำรวจ

ตำแหน่งรองสารวัตรกลุ่มงานป้องกันปราบปราม ทำหน้าที่สอบสวน จำนวน 250 อัตรา และ ตำแหน่งรองสารวัตรกลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน ทำหน้าที่นิติกร และทำหน้าที่ตรวจสอบสำนวนอัยการและให้ความเห็นทางกฎหมาย จำนวน 35 อัตรา ตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ ทำงานด้านพิสูจน์หลักฐานตำรวจ จำนวน 100 อัตรา และตำแหน่งรองสารวัตร ทำหน้าที่ตรวจสอบภายในและนักบัญชี จำนวน 70 อัตรา รวม 455 อัตรา โดยสามารถสมัครได้ทั้งชายและหญิง ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ โดยสายงานที่ทำหน้าที่สอบสวนและนิติกรจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบประกาศนียบัตรเนติบัณฑิต จากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา (เนติบัณฑิตไทย) อีกทั้งยังต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตร์ สายงานนักวิทยาศาสตร์ต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตร์สาขาเคมี ฟิสิกส์ และจุลชีววิทยา และสายงานตรวจสอบภายในและบัญชีต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางบัญชี ซึ่งผู้ที่สนใจจะต้องได้รับอนุมัติปริญญาบัตรจากสภามหาวิทยาลัยหรือสภาสถาบันการศึกษานั้น ๆ มาแล้ว
สำหรับผู้ที่มีความสนใจ สามารถสมัครได้ทางเว็บไซต์ www.policeadmission.org ตั้งแต่วันที่ 1-22 มิถุนายน 2561 ยกเว้นวันที่ 22 มิถุนายน 2561 จะเปิดรับสมัครถึงเวลา 16.30 น. มีกำหนดการสอบข้อเขียนวันที่ 26 สิงหาคม 2561 อนึ่ง กำหนดการต่าง ๆ รวมทั้งข้อแนะนำและการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการปฏิบัติในการสอบ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองการสอบ กองบัญชาการศึกษา อาคารวิทยาลัยตำรวจ เลขที่ 100 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ หรือที่เว็บไซต์ www.rcm.edupol.org และ www.policeadmission.org 





รอง ผบ.ตร. กล่าวว่าการเปิดรับสมัครผู้มีคุณวุฒิเนติบัณฑิตบรรจุรับข้าราชการตำรวจครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในกลุ่มงานสอบสวน เนื่องจากผู้มีที่วุฒิเนติบัณฑิตเป็นผู้มีความสามารถทางกฎหมายโดยตรง โดยเฉพาะกฎหมายอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และภาษาต่างประเทศ ในส่วนของผู้ที่ทำหน้าที่นักวิทยาศาสตร์ และนักบัญชีนั้น ก็จะอยู่ในส่วนของการสนับสนุนกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสถานที่เกิดเหตุหรือเป็นผู้เชียวชาญรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอีกทั้งยังเป็นการยกระดับกระบวนการยุติธรรมและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นจะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในด้านต่าง ๆ อย่างครบถ้วนที่จะพิทักษและรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง

                    “ศูนย์รับแจ้งเหตุ 1155”
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในเสาหลักของการสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ รัฐบาลได้ส่งเสริมและให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องให้การส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวในทุกรูปแบบไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่มีภารกิจหลักในการบริการให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวก ดูแลและรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินกับนักท่องเที่ยว ซึ่งกองบัญฃาการตำรวจท่องเที่ยวได้ทำทุกวิถีทางเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวและได้รับการช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกและให้บริการอย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งศูนย์รับแจ้งเหตุฯ Call Center ๑๑๕๕ เป็นช่องทางหลักช่องทางหนึ่งที่คอยรับแจ้งเหตุและประสานการปฏิบัติระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับนักท่องเที่ยวตลอด ๒๔ ชั่วโมง ด้วยล่ามแปล ๕ ภาษา (อังกฤษ รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี) สายโทรศัพท์ ๓๐ คู่สาย 


ศรก.บก.ทท.๑ มีหน้าที่ในการรับเรื่องร้องเรียน และการรับแจ้งเหตุ เพื่อช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก ให้บริการและประสานงานหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องให้แก่นักท่องเที่ยว โดยใช้การสื่อสารผ่านระบบโทรศัพท์ หมายเลข ๑๑๕๕ เป็นหลัก แต่จากสถิติการรับแจ้งเหตุ ประมาณ ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ สาย/เดือน จะมีสายก่อกวนอยู่จำนวนไม่น้อย ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาในการรับแจ้งเหตุและการติดต่อประสานงานช่วยเหลือ หรืออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวไม่เกิดผลสัมฤทธิ์เท่าที่ควร เพื่อให้การรับแจ้งเหตุจากนักท่องเที่ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท. ,พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รอง ผบช.ทท. ,พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. และพ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รรท.ผบก.ทท.๑ จึงได้สั่งการให้ศูนย์รับแจ้งเหตุฯ ดำเนินการกับสายโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาก่อกวน หมายเลข ๑๑๕๕ ไปตามอำนาจหน้าที่



กฏหมายที่เกี่ยวข้อง
- มาตรา ๓๙๗ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคามหรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท
ศรก.บก.ทท.๑ จึงได้สืบสวน ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาก่อกวน และดำเนินการดังนี้
ลำดับ หมายเลข จำนวนครั้ง ผู้จดทะเบียน ผู้ใช้ การดำเนินการ
1 064-6908387 15 ครั้ง นายชัยหฤษฏ์ สีดา ด.ญ.เอ (นามสมมุติ)อายุ 7 ปี บันทึกตักเตือนและกำชับผู้ปกครองดูแลอย่างใกล้ชิด
2 097-2169451 55 ครั้ง นายสมควร นามมะรูม ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 6 ปี
3 064-8857496 136 ครั้ง นางบัวชุม สุขนิรันทร์ ด.ญ.ซี (นามสมมุติ) อายุ 6 ปี
4 095-4577495 45 ครั้ง นายกฤษณะ ปานนาคินทร์ นายดี (นามสมมุติ)
5 064-2741885 151 ครั้ง นายนลธวัฒ สว่างดวงมาน นายอี (นามสมมุติ)
6 082-6651576 140 ครั้ง น.ส.รอฮีหม๊ะ มาดาเร๊ะ น.ส.เอฟ (นามสมมุติ)
7 082-6768208 58 ครั้ง นายธงชัย จันทรสอน นายจี (นามสมมุติ)
8 064-7970566 44 ครั้ง นางเบญจา กุลอำภา นายทวีศักดิ์ จันทร์รังษี เปรียบเทียบปรับตามคดีที่ 60/61