กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับ "มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ"ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จากน้ำป่าไหลหลาก!!
วันนี้ ( 7 ตุลาคม 2561 )เวลา 14:00 น.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โดย พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน.จังหวัด ป.ข. มอบหมายให้ จ.ส.อ.นิติเทพ จิตประสงค์ เจ้าหน้าที่ส่วนประสานงาน กกล.รส.จว.ป.ข.พื้นที่ อ.หัวหิน มว.รส.ที่ 2 พท.หัวหิน นำโดย จ.ส.อ.สมพร หงษ์ทอง ร่วมกับ นายวัชระ กำพร ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และเข้าเยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก
และนำถุงยังชีพ พร้อม น้ำดื่ม ซึ่ง กอ.รมน.จังหวัด ป.ข.ได้รับการบริจาคจาก ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษา"ชมรม FC สัญญาใจ..คนไทยไม่ทิ้งกัน"และประธาน"มูลนิธิ พระราหูใจถึงใจ"มอบให้ ผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 2 ครอบครัว ดังนี้
1.นางรัชนีวรรณ์ ยอมิน ม.5 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีอาชีพทำงานโรงงาน สามีมีอาชีพเกษตรกร มีบุตร 3 คน ซึ่งตัวบ้านบางส่วน และข้าวของเครื่องใช้ ถูกน้ำป่าสร้างความเสียหาย
2.นายฉลาด คงแก้ว บ้านพัง ปัจจุบันไม่มีที่พักอาศัย ถนนขาด และมีกระแสน้ำที่เชี่ยว ไม่สามารถข้ามไปรับด้วยตัวเอง โดยมีเพื่อนบ้านรับไว้ให้พร้อมนำส่งต่อไป!!
วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2561
วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2561
กอ.รมน.กทม. สั่งกวาดล้างร้านจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ฯ ห้างแพลตตินั่ม ประตูน้ำ
วันที่ 4 ต.ค. 61 กอ.รมน.กทม.(ท) โดย พล.ต.มนัส จันดี รอง ผอ.รมน.กทม.(ท) มอบหมายให้ พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง , พ.อ.ศรุติ รัตโนทัย และ พ.ท.สุรพัฒน์ นากสุวรรณ สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจ สน.พญาไท นำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุม ร้านค้าที่จำหน่ายสิ้นค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ในห้างสรรพสินค้าแพทตินั่ม หลังได้รับการร้องเรียนจากเครือข่ายข่าวภาคประชาชน ย่านประตูน้ำ ว่ายังมีร้านค้าจำนวนหนึ่งยังขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ฯ
ผลการเข้าตรวจค้นจับกุมดังกล่าว พบร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น จำนวน 4 ร้านค้า ผู้ต้องหา 4 คน มีจำนวนสินค้าที่ผิดกฎหมาย หลายยี่ห้อ จำนวนมากกว่า 5,000 ชิ้น เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกัน ทำการตรวจยึดสินค้าทั้งหมด ส่งตำรวจ สน.พญาไท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
วันที่ 4 ต.ค. 61 กอ.รมน.กทม.(ท) โดย พล.ต.มนัส จันดี รอง ผอ.รมน.กทม.(ท) มอบหมายให้ พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง , พ.อ.ศรุติ รัตโนทัย และ พ.ท.สุรพัฒน์ นากสุวรรณ สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจ สน.พญาไท นำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุม ร้านค้าที่จำหน่ายสิ้นค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ในห้างสรรพสินค้าแพทตินั่ม หลังได้รับการร้องเรียนจากเครือข่ายข่าวภาคประชาชน ย่านประตูน้ำ ว่ายังมีร้านค้าจำนวนหนึ่งยังขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ฯ
ผลการเข้าตรวจค้นจับกุมดังกล่าว พบร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น จำนวน 4 ร้านค้า ผู้ต้องหา 4 คน มีจำนวนสินค้าที่ผิดกฎหมาย หลายยี่ห้อ จำนวนมากกว่า 5,000 ชิ้น เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกัน ทำการตรวจยึดสินค้าทั้งหมด ส่งตำรวจ สน.พญาไท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2561
ตาแตก! ระเบิดแซ่บแรง รอบชุดว่ายน้ำ มิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ 2018
แรงขึ้นเรื่อยๆ ฮอตฉ่าโลกต้องสะพรึง ตะลึงทั่วทั้งแผ่นดินไทย กับเวทีประกวดนางงามระดับโลก มิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ 2018 Miss International Thailand 2018 เดินทางมาถึงรอบเผ็ดเด็ดจริง รอบชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่เร้าใจเกินบรรยายได้หมด สาวงามทั้ง 23 คนอวดสรีระร้าวรานใจให้คณะกรรมการพิจารณา นำทีมโดย นุ อนุสรณ์ จารุวัฒนานุกูล ผู้อำนวยการกองประกวด และนางงามตัวแม่ ส้ม ชนากานต์ ชัยศรี หรือเชฟนางงาม ผู้บริหารจากบ้านส้มขนมสวย
รอบอวดอึ๋มกระจาย จัดประกวดตะลึงตาแตกไปแล้วที่ สถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา Tria Medical Wellness Center แถวพระราม 9 โดยสาวงามสวยใส่ชุดว่ายน้ำสุดแจ่มของ แบรนด์ปริ้นเซสลองเจอเร Princess Lingerie โดยคุณณิชชรีย์ อธิพงศ์ภัสสร ผู้บริหารปริ้นเซสลองเจอเร Princess Lingerie
1. รางวัลชุดว่ายน้ำแฟชั่น
-No.18 น.ส.เจียรนัย สังห์ห้อง (ออย) อายุ 26 ปี
นน. 52 สูง 172 สัดส่วน 31-25-36 มหาวิทยาลัยรามคำแหง ความสามารถพิเศษ รำมโนราห์/อ่านบทร้อยกรอง/เต้น
-รับกิฟวอยเชอร์ จาก สโรชา คลินิก 50,000 บาท
2.รางวัลชุดว่ายน้ำ
-No.1 น.ส.สุกัญญา คำเปรม (เบียร์) อายุ 25 ปี
นน. 49 สูง 170 สัดส่วน 32-23-35 มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ความสามารถพิเศษ รำ/เต้น/เดินแบบ
-รับเงินรางวัล 10,000 บาท จาก Princess Lingerie (Logo Princess Lingerie)พร้อมโล่ห์และสายสะพาย และ กิฟวอยเชอร์ จาก สโรชา คลินิก 50,000 บาท
3.รางวัล ชุด ครีเอทีฟ ดีไซน์
-No.11 น.ส.กีรติกา จารุรัตน์จามร (สายเอี๊ยม) อายุ 23 ปีนน. 49 สูง 172 สัดส่วน 32-24-36 มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ความสามารถพิเศษ รำไทย/เดินแบบ/เต้น
-รับเงินรางวัล 10,000 บาท จากกองประกวด พร้อมโล่ห์รางวัลและสายสะพาย และ กิฟวอยเชอร์ จาก สโรชา คลินิก 50,000 บาท
รอบตัดสินรออีกนิดระเบิดใจแน่ เสาร์ที่ 6 ตุลาคมนี้แล้ว จะถ่ายทอดทางช่องนาว NOW 26 ลุ้นๆ ต่อกับเวที มิสอินเตอร์เนชั่นแนล Miss International 2018 ครั้งที่ 58 ที่โตเกียวโดมซิตี้ฮอลล์ กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น ในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ต้องติดตาม มิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ Miss International Thailand 2018 ทางแฟนเพจ FB : Miss International Thailand หรือคลิกด่วนไอจี IG : Miss International Thailand1
แรงขึ้นเรื่อยๆ ฮอตฉ่าโลกต้องสะพรึง ตะลึงทั่วทั้งแผ่นดินไทย กับเวทีประกวดนางงามระดับโลก มิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ 2018 Miss International Thailand 2018 เดินทางมาถึงรอบเผ็ดเด็ดจริง รอบชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่เร้าใจเกินบรรยายได้หมด สาวงามทั้ง 23 คนอวดสรีระร้าวรานใจให้คณะกรรมการพิจารณา นำทีมโดย นุ อนุสรณ์ จารุวัฒนานุกูล ผู้อำนวยการกองประกวด และนางงามตัวแม่ ส้ม ชนากานต์ ชัยศรี หรือเชฟนางงาม ผู้บริหารจากบ้านส้มขนมสวย
รอบอวดอึ๋มกระจาย จัดประกวดตะลึงตาแตกไปแล้วที่ สถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา Tria Medical Wellness Center แถวพระราม 9 โดยสาวงามสวยใส่ชุดว่ายน้ำสุดแจ่มของ แบรนด์ปริ้นเซสลองเจอเร Princess Lingerie โดยคุณณิชชรีย์ อธิพงศ์ภัสสร ผู้บริหารปริ้นเซสลองเจอเร Princess Lingerie
1. รางวัลชุดว่ายน้ำแฟชั่น
-No.18 น.ส.เจียรนัย สังห์ห้อง (ออย) อายุ 26 ปี
นน. 52 สูง 172 สัดส่วน 31-25-36 มหาวิทยาลัยรามคำแหง ความสามารถพิเศษ รำมโนราห์/อ่านบทร้อยกรอง/เต้น
-รับกิฟวอยเชอร์ จาก สโรชา คลินิก 50,000 บาท
2.รางวัลชุดว่ายน้ำ
-No.1 น.ส.สุกัญญา คำเปรม (เบียร์) อายุ 25 ปี
นน. 49 สูง 170 สัดส่วน 32-23-35 มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ความสามารถพิเศษ รำ/เต้น/เดินแบบ
-รับเงินรางวัล 10,000 บาท จาก Princess Lingerie (Logo Princess Lingerie)พร้อมโล่ห์และสายสะพาย และ กิฟวอยเชอร์ จาก สโรชา คลินิก 50,000 บาท
3.รางวัล ชุด ครีเอทีฟ ดีไซน์
-No.11 น.ส.กีรติกา จารุรัตน์จามร (สายเอี๊ยม) อายุ 23 ปีนน. 49 สูง 172 สัดส่วน 32-24-36 มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ความสามารถพิเศษ รำไทย/เดินแบบ/เต้น
-รับเงินรางวัล 10,000 บาท จากกองประกวด พร้อมโล่ห์รางวัลและสายสะพาย และ กิฟวอยเชอร์ จาก สโรชา คลินิก 50,000 บาท
รอบตัดสินรออีกนิดระเบิดใจแน่ เสาร์ที่ 6 ตุลาคมนี้แล้ว จะถ่ายทอดทางช่องนาว NOW 26 ลุ้นๆ ต่อกับเวที มิสอินเตอร์เนชั่นแนล Miss International 2018 ครั้งที่ 58 ที่โตเกียวโดมซิตี้ฮอลล์ กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น ในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ต้องติดตาม มิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ Miss International Thailand 2018 ทางแฟนเพจ FB : Miss International Thailand หรือคลิกด่วนไอจี IG : Miss International Thailand1
วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561
“สตม. ระดมกวาดล้างคนต่างด้าวผิดกฎหมาย ”
วันนี้ (4 ตุลาคม 2561) เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.รรท.ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สกบ.รรท.รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม.(ปป), พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 บช.ทท.รรท.ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.สมชาย เดชแพ ผกก.1 บก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ประวิทย์ ศิริธร ผกก.2 บก.สส.สตม.
ร่วมแถลงข่าวการกวาดล้างจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย สืบเนื่องจากที่รัฐบาลได้กำชับระดมกวาดล้างจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2561) และชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจที่หลีกเลี่ยงกฎหมายโดยใช้ “นอมินี”หรือ “ตัวแทนอำพราง”
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 บก.สส.สตม. ร่วมกับ บก.ตม.1 ดำเนินการกวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ในเขตพื้นที่ห้วยขวาง ซอยนานา และถนนข้าวสาร ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวที่เข้ามากระทำความผิด รวมจำนวน 59 คน ประกอบด้วยสัญชาติ จีน เมียนมา เนปาล ปากีสถาน บังคลาเทศ อียิปต์ ปาเลสไตน์ ซีเรีย ไนจีเรีย บุคคลซึ่งไม่มีสถานะทางทะเบียน ในความผิดข้อหา
-ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน 7 ราย(จีน3,ไร้สัญชาติ1,เมียนมา2,ไนจีเรีย1)
-ทำงานนอกเหนือจากสิทธิ 22 ราย(เมียนมา22)
-เข้ามาในราชอาณาจักรและทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 7ราย(เมียนมา7 )
-ไม่แจ้งที่พัก 90 วัน 3 ราย(ซีเรีย 1,เมียนมา2)
-เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงาน 3 ราย(ไทย2,บังคลาเทศ1)
-เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต 9 ราย
(เมียนมา2,ไร้สัญชาติ1, อียิปต์1,ปาเลสไตน์1,บังคลาเทศ3,ปากีสถาน1)
-ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานออกนอกเขตพื้นที่ 2 ราย(จีน1,ไร้สัญชาติ1)
-ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานออกนอกเขตพื้นที่และทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 3 ราย(ไร้สัญชาติ3)
-ไม่แจ้งที่พัก 90 วัน,ทำงานนอกเหนือสิทธิ และ ไม่แจ้งนายทะเบียนเกี่ยวกับการทำงาน ภายใน 15 วัน นับแต่วันทำงาน 1 ราย(จีน 1)
-ให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือสิทธิและไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงาน 2 ราย(ไทย2)
สำหรับคนต่างด้าวที่กระผิดดังกล่าวจะได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรต่อไป ส่วนในกรณีที่สงสัยว่าการประกอบธุรกิจที่คนไทยขออนุญาตประกอบธุรกิจซึ่งอาจจะเป็นนอมินี หรือ “ตัวแทนอำพราง” พนักงานสอบสวน จะได้ทำการสอบสวนขยายผลต่อไป
จากกรณีดังกล่าว พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ทั่วประเทศดำเนินการสืบสวนปราบปรามจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจ ที่หลีกเลี่ยงกฎหมายโดยใช้ “นอมินี”หรือ“ตัวแทนอำพราง” อย่างจริงจังและต่อเนื่อง
ขอขอบคุณ ภาพ/ ข่าว จาก
พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.
วันนี้ (4 ตุลาคม 2561) เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.รรท.ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สกบ.รรท.รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม.(ปป), พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 บช.ทท.รรท.ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.สมชาย เดชแพ ผกก.1 บก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ประวิทย์ ศิริธร ผกก.2 บก.สส.สตม.
ร่วมแถลงข่าวการกวาดล้างจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย สืบเนื่องจากที่รัฐบาลได้กำชับระดมกวาดล้างจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2561) และชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจที่หลีกเลี่ยงกฎหมายโดยใช้ “นอมินี”หรือ “ตัวแทนอำพราง”
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 บก.สส.สตม. ร่วมกับ บก.ตม.1 ดำเนินการกวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ในเขตพื้นที่ห้วยขวาง ซอยนานา และถนนข้าวสาร ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวที่เข้ามากระทำความผิด รวมจำนวน 59 คน ประกอบด้วยสัญชาติ จีน เมียนมา เนปาล ปากีสถาน บังคลาเทศ อียิปต์ ปาเลสไตน์ ซีเรีย ไนจีเรีย บุคคลซึ่งไม่มีสถานะทางทะเบียน ในความผิดข้อหา
-ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน 7 ราย(จีน3,ไร้สัญชาติ1,เมียนมา2,ไนจีเรีย1)
-ทำงานนอกเหนือจากสิทธิ 22 ราย(เมียนมา22)
-เข้ามาในราชอาณาจักรและทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 7ราย(เมียนมา7 )
-ไม่แจ้งที่พัก 90 วัน 3 ราย(ซีเรีย 1,เมียนมา2)
-เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงาน 3 ราย(ไทย2,บังคลาเทศ1)
-เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต 9 ราย
(เมียนมา2,ไร้สัญชาติ1, อียิปต์1,ปาเลสไตน์1,บังคลาเทศ3,ปากีสถาน1)
-ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานออกนอกเขตพื้นที่ 2 ราย(จีน1,ไร้สัญชาติ1)
-ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานออกนอกเขตพื้นที่และทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 3 ราย(ไร้สัญชาติ3)
-ไม่แจ้งที่พัก 90 วัน,ทำงานนอกเหนือสิทธิ และ ไม่แจ้งนายทะเบียนเกี่ยวกับการทำงาน ภายใน 15 วัน นับแต่วันทำงาน 1 ราย(จีน 1)
-ให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือสิทธิและไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงาน 2 ราย(ไทย2)
สำหรับคนต่างด้าวที่กระผิดดังกล่าวจะได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรต่อไป ส่วนในกรณีที่สงสัยว่าการประกอบธุรกิจที่คนไทยขออนุญาตประกอบธุรกิจซึ่งอาจจะเป็นนอมินี หรือ “ตัวแทนอำพราง” พนักงานสอบสวน จะได้ทำการสอบสวนขยายผลต่อไป
จากกรณีดังกล่าว พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ทั่วประเทศดำเนินการสืบสวนปราบปรามจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจ ที่หลีกเลี่ยงกฎหมายโดยใช้ “นอมินี”หรือ“ตัวแทนอำพราง” อย่างจริงจังและต่อเนื่อง
ขอขอบคุณ ภาพ/ ข่าว จาก
พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.
วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2561
"จุดใต้ตำตอ กอ.รมน.กทม.!!จับกลุ่มบุคคลแอบอ้างชื่อหน่วยงาน แลกรับผลประโยชน์ย่านประตูน้ำ!!
สืบเนื่องจาก วันที่ 2 ตุลาคม 2561 พล.ต.มนัส จันดี รอง ผอ.รมน.กทม.(ท) มอบหมายให้ พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง , พ.อ.ศรุติ รัตโนทัย และ พ.ท.สุรพัฒน์ นากสุวรรณ นำกำลังเจ้าหน้าที่ ลงจับกุมร้านค้าขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ย่านประตูน้ำ ขณะทำการตรวจสอบ จับกุมร้านค้า พบมีผู้ค้าหลายรายเข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.กทม. ว่ามีกลุ่มบุคคลแอบอ้างชื่อหน่วยงาน กอ.รมน.กทม. มาเรียกรับผลประโยชน์เป็นรายเดือนตามร้านค้าต่างๆ เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุมกรณีขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ พร้อมแสดงหลักฐานการโอนเงินให้กับกลุ่มบุคคลดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จึงรับเรื่องหลังตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมา พล.ต.มนัส จันดี จึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวลงพื้นที่ เพื่อหาตัวกลุ่มบุคคลแอบอ้างดังกล่าว ซึ่งต่อมาภายหลังสามารถควบคุมตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้จำนวน 1 ราย ทราบชื่อภายหลังว่า นาย สม มูลวัน เป็นชาว จ.สุรินทร์ ภายหลังจากการสอบสวน รับสารภาพว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มบุคคลที่ถูกร้องเรียนจริง และได้เรียกรับผลประโยชน์จากผู้ค้าย่านประตูน้ำ โดยแอบอ้างชื่อ กอ.รมน.กทม. เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และสอบสวนหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป
ด้าน พล.ต.มนัส จันดี กล่าวว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำให้ กอ.รมน.กทม. เสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก โดยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา กอ.รมน.กทม. มีการปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์อย่างเข้มงวด จึงอาจเป็นช่องทางให้กลุ่มบุคคลดังกล่าว แอบอ้างชื่อหน่วยงานเพื่อรับผลประโยชน์ จึงขอเตือนกลุ่มบุคคลดังกล่าวให้หยุดการกระทำเพราะถือเป็นความผิดร้ายแรง พร้อมทั้งอยากบอกกับผู้บริโภค ช่วยกันอย่าใช้สินค้าลอกเลียนแบบ และละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียในด้านเศรษฐกิจของประเทศชาติ
ในด้าน พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง
ยังกล่าวอีกว่า การแอบอ้างเพื่อเรียก รับเงิน การกระทำดังกล่าวนั้น สร้างความเสื่อมเสียให้กับตัวบุคคลและองค์กร โดยทาง กอ.รมน.กทม. นั้นได้รับข้อมูลบางส่วนแล้ว และจะเร่งจัดการกับกลุ่มบุคคลที่มี พฤติกรรมดังกล่าวต่อไป.!!
สืบเนื่องจาก วันที่ 2 ตุลาคม 2561 พล.ต.มนัส จันดี รอง ผอ.รมน.กทม.(ท) มอบหมายให้ พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง , พ.อ.ศรุติ รัตโนทัย และ พ.ท.สุรพัฒน์ นากสุวรรณ นำกำลังเจ้าหน้าที่ ลงจับกุมร้านค้าขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ย่านประตูน้ำ ขณะทำการตรวจสอบ จับกุมร้านค้า พบมีผู้ค้าหลายรายเข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.กทม. ว่ามีกลุ่มบุคคลแอบอ้างชื่อหน่วยงาน กอ.รมน.กทม. มาเรียกรับผลประโยชน์เป็นรายเดือนตามร้านค้าต่างๆ เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุมกรณีขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ พร้อมแสดงหลักฐานการโอนเงินให้กับกลุ่มบุคคลดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จึงรับเรื่องหลังตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมา พล.ต.มนัส จันดี จึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวลงพื้นที่ เพื่อหาตัวกลุ่มบุคคลแอบอ้างดังกล่าว ซึ่งต่อมาภายหลังสามารถควบคุมตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้จำนวน 1 ราย ทราบชื่อภายหลังว่า นาย สม มูลวัน เป็นชาว จ.สุรินทร์ ภายหลังจากการสอบสวน รับสารภาพว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มบุคคลที่ถูกร้องเรียนจริง และได้เรียกรับผลประโยชน์จากผู้ค้าย่านประตูน้ำ โดยแอบอ้างชื่อ กอ.รมน.กทม. เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และสอบสวนหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป
ด้าน พล.ต.มนัส จันดี กล่าวว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำให้ กอ.รมน.กทม. เสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก โดยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา กอ.รมน.กทม. มีการปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์อย่างเข้มงวด จึงอาจเป็นช่องทางให้กลุ่มบุคคลดังกล่าว แอบอ้างชื่อหน่วยงานเพื่อรับผลประโยชน์ จึงขอเตือนกลุ่มบุคคลดังกล่าวให้หยุดการกระทำเพราะถือเป็นความผิดร้ายแรง พร้อมทั้งอยากบอกกับผู้บริโภค ช่วยกันอย่าใช้สินค้าลอกเลียนแบบ และละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียในด้านเศรษฐกิจของประเทศชาติ
ในด้าน พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง
ยังกล่าวอีกว่า การแอบอ้างเพื่อเรียก รับเงิน การกระทำดังกล่าวนั้น สร้างความเสื่อมเสียให้กับตัวบุคคลและองค์กร โดยทาง กอ.รมน.กทม. นั้นได้รับข้อมูลบางส่วนแล้ว และจะเร่งจัดการกับกลุ่มบุคคลที่มี พฤติกรรมดังกล่าวต่อไป.!!
“กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์! พร้อมด้วยหน่วยงานในพื้นที่ ร่วมกับ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ”นำสิ่งของบริจาคเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ป่วยติดเตียง!!
วันนี้ 2 ตุลาคม 2561 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย พ.อ. กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ท.) มอบหมายให้ พ.ท. ฉลอง สมานพันธ์ หน.ฝ่ายการข่าว กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พยาบาลชำนาญการ รพ.ทับสะแก อ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบถุงยังชีพซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก”มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ”
โดย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ เพื่อเป็นการช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 2 ท่าน คือ นางบังอร คลำผิน อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 54 /4 ม.2 ต.เขาล้าน อ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ นางจำรัส พันทอง อายุ 89 ปี บ้านเลขที่ 55/5 ม.10 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทั้ง 2 ท่านเป็นผู้ป่วยติดเตียงมานาน ดังนั้น กอ.รมน.จังหวัดประจวบจึงได้ร่วมกันกับหน่วยงานในพื้นที่ นำสิ่งของต่างๆมามอบให้ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน รวมทั้งยังแบ่งเบาภาระให้กับครอบครัวของผู้ป่วยติดเตียงอีกด้วย!!
วันนี้ 2 ตุลาคม 2561 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย พ.อ. กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ท.) มอบหมายให้ พ.ท. ฉลอง สมานพันธ์ หน.ฝ่ายการข่าว กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พยาบาลชำนาญการ รพ.ทับสะแก อ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบถุงยังชีพซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก”มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ”
โดย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ เพื่อเป็นการช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 2 ท่าน คือ นางบังอร คลำผิน อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 54 /4 ม.2 ต.เขาล้าน อ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ นางจำรัส พันทอง อายุ 89 ปี บ้านเลขที่ 55/5 ม.10 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทั้ง 2 ท่านเป็นผู้ป่วยติดเตียงมานาน ดังนั้น กอ.รมน.จังหวัดประจวบจึงได้ร่วมกันกับหน่วยงานในพื้นที่ นำสิ่งของต่างๆมามอบให้ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน รวมทั้งยังแบ่งเบาภาระให้กับครอบครัวของผู้ป่วยติดเตียงอีกด้วย!!
วันที่29/09/61เวลา01.55น
รวบหนุ่มรปภ.วัย 25 ปี ! ตรวจเจอยาบ้าและยาไอซ์ ขณะเข้าเวรยาม
ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สน.เพชรเกษม จับกุมหนุ่มรปภ. หลังมีพิรุทแสดงอาการหน้าสงสัยขณะออกจากป้อม มาร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะรวบตัวไว้ได้ตรวจค้นเจอยาเสพติด ประเภทยาบ้าและยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ เบื้องต้นรับสารภาพมีไว้เพื่อเสพ
พันตำรวจโท วิษณุ วงษ์เนตร สารวัตรปราบปรามสถานีตำรวจนครบาลเพชรเกษม พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปราม ร่วมกันจับกุม นายวราพล บุตร สะอาด 25 ปี ชาวจังหวัดสระแก้ว พร้อมของกลางยาเสพติดประเภทที่ 1 ยาบ้าและ ยาไอซ์ ได้ที่หน้าเซเว่นอีเลฟเว่น สำเพ็ง 2 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ
ซึ่งก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันปราบปรามปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณสำเพ็ง 2 ได้มีผู้ชายขับขี่รถจักยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีดำ ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ ขับขี่ท่าทางพิรุธมีเหตุอันควรสงสัย มาซื้อของในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ก่อนจะเรียกตรวจค้นและพบของผิดกฏหมาย
บรรจุอยู่ในห่อหมากฝรั่งยี่ห้อLOTTO สีม่วง ในกระเป๋าเสื้อ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งพาตัวไปตรวจสารเสพติดในร่างกาย ที่รพ. พบว่ามีปัสสาวะเป็นสีม่วง เบื้องต้นนายวราพล รับสารภาพเป็นผู้เสพและเคยถูกจับเกี่ยวกับคดียาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง
//เครดิต .ประชาสัมพันธ์ สน.เพชรเกษม
รวบหนุ่มรปภ.วัย 25 ปี ! ตรวจเจอยาบ้าและยาไอซ์ ขณะเข้าเวรยาม
ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สน.เพชรเกษม จับกุมหนุ่มรปภ. หลังมีพิรุทแสดงอาการหน้าสงสัยขณะออกจากป้อม มาร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะรวบตัวไว้ได้ตรวจค้นเจอยาเสพติด ประเภทยาบ้าและยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ เบื้องต้นรับสารภาพมีไว้เพื่อเสพ
พันตำรวจโท วิษณุ วงษ์เนตร สารวัตรปราบปรามสถานีตำรวจนครบาลเพชรเกษม พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปราม ร่วมกันจับกุม นายวราพล บุตร สะอาด 25 ปี ชาวจังหวัดสระแก้ว พร้อมของกลางยาเสพติดประเภทที่ 1 ยาบ้าและ ยาไอซ์ ได้ที่หน้าเซเว่นอีเลฟเว่น สำเพ็ง 2 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ
ซึ่งก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันปราบปรามปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณสำเพ็ง 2 ได้มีผู้ชายขับขี่รถจักยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีดำ ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ ขับขี่ท่าทางพิรุธมีเหตุอันควรสงสัย มาซื้อของในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ก่อนจะเรียกตรวจค้นและพบของผิดกฏหมาย
บรรจุอยู่ในห่อหมากฝรั่งยี่ห้อLOTTO สีม่วง ในกระเป๋าเสื้อ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งพาตัวไปตรวจสารเสพติดในร่างกาย ที่รพ. พบว่ามีปัสสาวะเป็นสีม่วง เบื้องต้นนายวราพล รับสารภาพเป็นผู้เสพและเคยถูกจับเกี่ยวกับคดียาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง
//เครดิต .ประชาสัมพันธ์ สน.เพชรเกษม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










































