วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์

​พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นประธานเปิดโครงการ “กิจกรรมให้ความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง  พ.ศ.2522” ในวันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2561 ณ ห้องบุณยะจินดา สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต บางเขน กรุงเทพฯ เวลา 09.00-12.00 น.
​การจัดกิจกรรมให้ความรู้ตามโครงการดังกล่าว เป็นการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวตาม ม.38 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เพื่อประชาสัมพันธ์แก่เจ้าบ้าน เจ้าของหรือ   ผู้ครอบครองเคหสถาน ผู้จัดการโรงแรม และผู้ประกอบการที่พักอาศัย ตลอดจนประชาชนทั่วไป พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ให้มีความรู้ ความเข้าใจในระเบียบกฎหมาย และแนวทางปฏิบัติให้ถูกต้อง ครบถ้วน กรณีหากรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย จะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ที่บ้าน เคหสถาน หรือโรงแรมนั้นตั้งอยู่ ภายใน 24 ชั่วโมง และหากผู้ใด  ไม่ดำเนินการจะมีความผิดตามมาตรา 77 แห่งกฎหมายเดียวกัน โดยระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท แต่ถ้าผู้นั้นเป็นผู้จัดการโรงแรมต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท
​การจัดกิจกรรมให้ความรู้ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมประกอบด้วยสมาคมโรงแรมไทย สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ผู้ประกอบการที่พักอาศัย ประชาชนทั่วไป และข้าราชการตำรวจสังกัด บช.น. รวมจำนวนทั้งสิ้น 250 คน
​การแถลงข่าวครั้งนี้เพื่อประโยชน์แห่งสาธารณชน โดยความร่วมมือของเจ้าบ้าน เจ้าของหรือ          ผู้ครอบครองเคหสถาน ผู้จัดการโรงแรม และผู้ประกอบการที่พักอาศัย ตลอดจนประชาชนทั่วไป พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บช.น. และสื่อมวลชน ในการแจ้งเบาะแสคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์กระทำผิดกฎหมาย รวมทั้งก่ออาชญากรรมข้ามชาติ หากพบสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ Call Center 1178



เชื่อมต่อประชาชาติภายใต้ยุทธศาสตร์แห่งความมั่นคง






วันพฤหัส ที่ 27 ธันวาคม 2561 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยว และชุด ศปอส.ตร. แถลงข่าว

วันพฤหัส ที่ 27 ธันวาคม 2561 เวลา 10.00 น.

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยว และชุด ศปอส.ตร. แถลงข่าว

1.จับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นเน็ตไอดอลหน้าตาดี จำนวน 2 ราย หลอกลวงผ่าน facebook ให้ลงทุนเล่นแชร์ในลักษณะแชร์ลูกโซ่ โดยระบุว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงในระยะเวลาอันสั้น ต่อมากลุ่มผู้ต้องหาเริ่มไม่จ่ายเงิน และเชิดเงินหลบหนี มีผู้เสียหาย 300 ราย ความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท
2.จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย เปิด facebook รับสมัครคนไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย โดยสร้างโปรไฟล์ตนเองให้ดูหน้าเชื่อถือว่าสามารถพาคนไปได้ เมื่อได้เงินแล้วก็อ้างว่าวีซ่าที่ไปยื่นขอ ไม่ผ่านการอนุมัติ แล้วเชิดเงินหลบหนี มีผู้เสียหาย 20ราย ความเสียหายกว่า 1.7 ล้านบาท
3.จับกุมแก๊งขอทานชาวจีน จำนวน 6 ราย โดยแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามายังประเทศไทย แล้วแยกย้ายกันไปขอทานตามห้างสรรพสินค้า สะพานลอยใจกลางกรุงเทพ
4.แถลงข่าวนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้น 12 จังหวัด 18 จุดทั่วประเทศ ตามบ้านพักที่ได้รับแจ้งว่ามีการครอบครองสื่อลามกเด็กเพื่อประโยชน์ทางเพศ สามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 8 ราย (คนไทย 4ราย ชาวต่างชาติ 4 ราย) พร้อมคลิปของกลางเป็นจำนวนมาก 

ณ ห้องประชุมศรียานนท์ โซนซี(ติดห้องกระจก) ชั้น 2 อาคาร 1 ตร.



วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2561

"ทหารไม่ทิ้งประชาชน !!กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับ อบต.ทับใต้ นำบัตรคนพิการมอบให้สาวผู้พิการ ยากไร้!!

"ทหารไม่ทิ้งประชาชน !!กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับ อบต.ทับใต้ นำบัตรคนพิการมอบให้สาวผู้พิการ ยากไร้!!

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.61 เวลา 10:00 น.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจว.ประจวบคีรีขันธ์ โดย ร.อ.ธัชพงศ์ ภู่เต็ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวส่วนประสานงาน กกล.รส.จว.ป.ข. พร้อมด้วย มว.รส.ที่ 2 พท.หัวหิน ร่วมกับ นาย ธัญเทพ ศิริเพ็งไพฑูรย์ ปลัด อบต.ทับใต้,นาง อรนุช ขุนประเสริฐ นักพัฒนาชุมชนชำนาญการ อบต.ทับใต้ เข้ามอบบัตรประจำตัวคนพิการ ให้กับ น.ส.วาสนา รบแคล้ว ซึ่งป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงตั้งแต่กำเนิด ณ บ้านเลขที่ 306 ม.5 ต.ทับใต้ อ.หัวหิน โดยได้สิทธิ์รับเบี้ยความพิการเดือนละ 800 บาท 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่ผ่านมาเดือนที่ผ่านมา กอ.รมน.จว.ประจวบ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและนำสิ่งของอุปโภค บริโภคมามอบให้น.ส.วาสนา รบแคล้ว ซึ่งป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงตั้งแต่กำเนิด ทราบว่าบัตรผู้การของน.ส.วาสนา ได้หมดอายุ และได้ทำการต่อบัตรไปแล้วแต่ล่าช้า ดังนั้นกอ.รมน.จว.ประจวบคีรีขันธ์ จึงได้ประสานงานกับทางอบต.ทับใต้ เร่งตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ซึ่งอบต.ทับใต้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจนสามารถต่อบัตรผู้พิการได้จนสำเร็จลุล่วงด้วยดี และนำมามอบให้น.ส.วาสนาเพื่อใช้สิทธิ์รับเบี้ยคนพิการในแต่ละเดือนเป็นลำดับต่อไป!!

#ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จว.ประจวบคีรีขันธ์!!

พิธีมอบคืนโฉนดที่ดิน “คืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม” ครั้งที่ 6


พิธีมอบคืนโฉนดที่ดิน “คืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม” ครั้งที่ 6

    ​รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้ “ปัญหาหนี้นอกระบบ” เป็นปัญหาสำคัญของประเทศและเป็นวาระแห่งชาติ ที่จะต้องเร่งรัดดำเนินการแก้ไข โดยเน้นย้ำให้มีการบริหารจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ มีความต่อเนื่อง และต้องดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย ซึ่งต่อมา พลเอก ประวิตร    วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการร่วมกันในการขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาลอย่างจริงจัง
ต่อมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” (ศปฉช.ตร.) ขึ้นเพื่อให้การปฏิบัติปรากฏผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วตามนโยบายของรัฐบาล โดยมอบหมายให้ พลตำรวจเอก รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ และพลตำรวจโท สุรเชษฐ์     หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์และหัวหน้าชุดปฏิบัติการ โดยได้ประสานการปฏิบัติกับ ตำรวจภูธรภาคต่างๆ ในการดำเนินการภายใต้ยุทธการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” รวมจำนวนทั้งสิ้น 22 ครั้ง ซึ่งได้ปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปิดล้อมตรวจค้นและจับกุมกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน ดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังจากนั้นได้จัดให้มีการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งกับเจ้าหนี้และลูกหนี้ ซึ่งผลการดำเนินการสามารถสรุปได้ดังนี้

1) สรุปผลการมอบคืนโฉนดที่ดิน ของตำรวจภูธรภาค 9 (ครั้งที่ 6)
- ไกล่เกลี่ยได้ 683 ราย รวมโฉนด 817 ฉบับ
- รวมเนื้อที่ 831 ไร่ 99 ตารางวา
- รวมราคาซื้อขายที่ดิน 1,780 ล้านบาท
2) สรุปผลการมอบคืนโฉนดที่ดิน ของทั้งประเทศ (ครั้งที่ 6)
- เกลี่ยได้ 2,258 ราย  คืนโฉนด จำนวน 1,981 ฉบับ
- รวมเนื้อที่ 4,142 ไร่  40.55 ตารางวา
- รวมราคาซื้อขายที่ดิน 2,503,622,626 บาท
3) สรุปผลการมอบคืนโฉนดที่ดิน ของทั้งประเทศ (รวมครั้งที่ 1-6)
- ไกล่เกลี่ยได้  14,975 ราย คืนโฉนด จำนวน 11,805 ฉบับ
- รวมเนื้อที่ 36,990 ไร่ 3 งาน 97 ตารางวา
- รวมราคาซื้อขายที่ดิน 16,354,291,138 บาท
ซึ่งในวันนี้ (26 ธ.ค.61) ได้จัดให้มีพิธีมอบคืนโฉนดที่ดินและทรัพย์สิน “คืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม” พร้อมกันทั่วประเทศ เป็นครั้งที่ 6 ซึ่งในส่วนของตำรวจภูธรภาค 9 ได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจาก พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาเป็นประธานในพิธี






วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561

"ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ นำครอบครัว ทำบุญถวายพระเพลเพื่อเป็นศิริมงคล เนื่องในวันคล้ายวันเกิด !!งง


"ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ นำครอบครัว  ทำบุญถวายพระเพลเพื่อเป็นศิริมงคล เนื่องในวันคล้ายวันเกิด !!


วันที่ 25 ธันวาคม 2561 เวลา 10:30 น. ณ สถานปฏิบัติธรรมหิรัณย์พัฒน์ หลวงพ่อแหลม(จำลอง)และ พระราหู ตำบล บัวลอย อำเภอ หนองแค สระบุรี ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษาบริษัท รักษาความปลอดภัย จีจีไอ.กรุ๊ป จำกัด และ ประธานที่ปรึกษา"มูลนิธิพระราหู"พร้อมครอบครัว ได้จัดพิธีทำบุญถวายพระเพลจำนวน 9 รูป รวมทั้งร่วมกันปลูกต้นโพธ์ซึ่งนำมาจาก เมืองพุทธคยาประเทศอินเดีย จำนวน 2 ต้น และจัดพิธีบวงสรวง หลวงพ่อบ้านแหลม(จำลอง) และ จัดพิธีบวงสรวงองค์พระราหู เพื่อเป็นศิริมงคลเนื่องในวันคล้ายวันเกิดในปีนี้ ซึ่งมี เจ้าคุณอุดมวัฒนมงคล เจ้าอาวาสวัดถ้ำวัฒนมงคล เมตตามาเป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ 

โดยมี พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบก.ทว.และเพื่อนๆนตท.25 ตลอดจน พี่ๆน้องๆ กลุ่มหิมาลัย กรุ๊ป และญาติรักมิตรสหาย มาร่วมอวยพรและแสดงความยินดีกันอย่างเนืองแน่น ซึ่งวันเกิดในปีนี้ ดร.หิมาลัย ยังได้บริจาคเครื่องตัด-ถ่าง จำนวน 2 ชุด เครื่องดับเพลิงหาบหาม 1 ตัว เครื่อง AED ช่วยชีวิต จำนวน 2 ตัว ให้แก่ สมาคมกู้ชีพกู้ภัยชนแดนสงเคราะห์ เพชรบูรณ์ และ สมาคมกกไทร เพชรบูรณ์ เพื่อให้ในการช่วยเหลื่อผู้ประสบภัยต่างๆ ซึ่งมี "เล็ก"ฝันเด่น จรรยาธนากร  กลุ่มกลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชน"ใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน"นำทีมกู้ภัยเข้ารับมอบ นอกจากนี้ ดร.หิมาลัย ยังได้บริจาคสมุดเขียนหนังสือ 18 โหล/ปากกา 100 ด้าม/ดินสอ 220 บาท/ชุดเครื่องเขียน/ดินสอสี 20 ชุด/ผ้าห่มนอน 27 ผืน/ฟุตบอล 2 ลูก บริจาคให้กับนักเรียนในจังหวัดน่านโดยมีตัวแทนจะนำไปมอบให้กับนักเรียนในพื้นที่ วันที่ 29 ธันวาคมนี้ 

สำหรับมูลนิธิพระราหูแห่งนี้ เป็นการริเริ่มมาจากดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ด้วยตัวของท่านที่ความเลื่อมใสต่อพระพุทธศาสนาและความศรัทธาต่อองค์พระราหู ดังนั้นดร.หิมาลัย ผิวพรรณ จึงได้เล็งเห็นความสำคัญ ในเรื่องของความศรัทธาต่อองค์พระราหูของเหล่าพุทธศาสนิกชนประชาชนทั่วไปที่ต้องการที่พึ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ  จึงได้มีการดำเนินงานในการจัดสร้างสำนักงานมูลนิธิพระราหูขึ้นในพื้นที่จำนวน 2ไร่

ซึ่งในปัจจุบันสำนักงานมูลนิธิพระราหูได้ทำการจัดสร้างสำนักปฏิบัติธรรมพูนพัฒน์ในพื้นที่ติดกันอีก 50ไร่ให้เป็นที่ปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนเพื่อบำเพ็ญตนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงเป็นลำดับต่อไป โดยจะมีสิ่งปลูกสร้างต่างๆเป็นลำดับต่อไป!!







จับกุมผู้ร้ายข้ามแดนชาวตุรกี ข้อหา “มียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย”


จับกุมผู้ร้ายข้ามแดนชาวตุรกี ข้อหา
“มียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย”

​วันนี้ ( ๒๕ ธันวาคม 2561 ) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ศปชก.ตร. ) ได้ทำการรอรับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับระหว่างพิจารณา ของศาลอาญา ที่ 985/2561 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 เพื่อนำตัวส่ง พนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ตามนโยบายรัฐบาลและการปฏิบัติการโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  และ พล.อ.ประวิตร                      วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สอดคล้องกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจ เนื่องจากพรมแดนของประเทศมีการเปิดเสรีมากขึ้น และยังเป็นศูนย์กลางของเส้นทางการเดินทางไปยังประเทศอื่นๆหลายประเทศ ส่งผลให้ในปัจจุบันมีคนร้ายหรืออาชญากรแฝงตัวมาในรูปแบบนักท่องเที่ยว และใช้ประเทศไทยเป็นที่กบดาน หรือเป็นทางผ่าน ซึ่งลักษณะดังกล่าวเป็นภัยต่อประเทศ จึงได้มีการจัดตั้ง ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ศปชก.ตร. ) ขึ้นมาทำหน้าที่สืบสวนและปราบปรามอย่างจริงจัง
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้จัดตั้ง ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย                  (ศปชก.ตร..) โดยมี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สะอาดพรรค ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ มอบหมายให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ ซึ่งได้ทำการสืบสวนปราบปรามจับกุมมาอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง
ต่อมา ศปชก.ตร. ได้มีการสืบสวนปราบปรามจับกุมกวาดล้างอาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อประชาชนและความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรชาวต่างชาติ ที่แฝงตัวเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ก่ออาชญากรรมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความมั่นคงของประเทศ และให้ดำเนินการกวดขันจับกุมขบวนการบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เข้ามากระทำผิดเป็นภัยต่อสังคมไทย และมีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ ตามมาตรา ๑๒ (๗) และเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ได้มีหนังสือจาก สำนักงานอัยการสูงสุด ประสานมายัง ผบ.ตร. แจ้งว่า ทางการสาธารณรัฐตุรกีขอให้ทางการไทยส่งตัว นายมุสตาฟา ยึลมาช (Mr.Mustafa YilmazX) อายุ 46 ปี สัญชาติตุรกี หนังสือเดินทางตุรกีเลขที่ U03331944 ผู้ต้องหาในฐานความผิด มียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ผบ.ตร.จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ศปชก.ตร. ดำเนินการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวมาดำเนินคดีให้ได้
จนเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ๒๕๖๑ เวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าหน้าที่ ศปชก.ตร. ชุดที่ 4 ร่วมกับ ตม.จว.ตราด                ได้ทำการสืบสวน จนสามารถจับกุมตัว นายมุสตาฟา ยึลมาช (Mr.Mustafa YilmazX) อายุ 46 ปี สัญชาติตุรกี หนังสือเดินทางตุรกีเลขที่ U03331944 ผู้ต้องหาตามหมายจับระหว่างพิจารณา ของศาลอาญาที่  ๙๘๕/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑  โดยพนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด ในความผิดฐาน “ขอออกหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน”   ( ฐานมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ) ได้ที่บริเวณกลางซอยโรงแรมสวนสุภานัน หมู่ 4 ตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด และจะได้นำตัวส่งพนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


​​​​​

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2561

สาวแสบแอบอ้างนามสกุล อดีต ผบ.ตร.ตั้งเพจ หลอกลวงระดมทุมหุ้นปันผล เสียหายร่วมหลายล้านบาท!!

"ผู้เสียหาย !! ร้องขอความเป็นธรรม "บิ๊กโจ็ก"ถูกสาวแสบแอบอ้างนามสกุล อดีต ผบ.ตร.ตั้งเพจ หลอกลวงระดมทุมหุ้นปันผล เสียหายร่วมหลายล้านบาท!!

ตัวแทนผู้เสียหายกว่า 20 ราย จากการถูกหลอกลวงระดมทุนหุ้นปันผลเสียหายร่วมหลายล้านบาทเดินทาง เข้าพบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผอ.ศปอส.ตร./ผบช.สตม. หลังถูกนางสาวอันธิกา แก้วศรีสุข อายุ 28 ปี ฉ้อโกงทรัพย์ โดยแสดงตนเป็นผู้อื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งนำข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยใช้ Facebook รายชื่อ ฟาริดา เฮงเฮง ได้เข้ามาทำตีสนิทและชักชวน ให้ร่วมลงทุนพร้อมให้ผลตอบแทนที่สูง และได้แนะนำกับผู้เสียหายโดย ใช้ชื่อว่า ฟาริดา พุ่มพันธุ์ม่วง พร้อมกับทำการข่มขู่ผู้เสียหายโดยการแอบอ้าง  ว่า ปปง.มีรายชื่อของผู้เสียหาย ในคดีฟอกเงิน จนทำรู้สึกให้หวาดกลัว ซึ่งเป็นอุบายเพื่อไม่ให้ทวงถามเรื่องเงินที่ถูกหลอกระดมทุน

พฤติการณ์
ผู้เสียหายได้เข้าไปพูดคุยกับ เฟสบุ๊คที่ชื่อ ฟาริดา เฮงเฮง หลังจากที่เห็นโฆษณาชวนเชื่อในการลงทุน โดยภาพที่ เฟสบุ๊คที่ชื่อ ฟาริดา เฮงเฮง ได้โพสต์คือได้ทำการโชว์รูปเงินที่ได้จากการปั่นหุ้น ว่าได้ผลตอบแทนที่สูงมากถ้าเข้ามาอยู่ในกลุ่มของเขา ผู้เสียหายจึงได้หลงเชื่อและทักไปว่าต้องการเข้ากลุ่ม ฟาริดา เฮงเฮง จึงได้ติดต่อกลับมายังผู้เสียหายอีกทีนึง และชักชวนให้ลงทุน ว่า จะได้ผลกำไรคืนกลับมาวันละ 10 % ของยอดการลงทุน ผู้เสียหายจึงลงทุนครั้งแรก 200000 บาท โดยให้โอนที่ชื่อ สุนันทา เข้าบัญชืเลขที่บัญชื 3360685014 ของธนาคารกรุงเทพ และได้ในวันรุ่งขั้นด้วยเงินโอนกลับคืนมา 20000 บาท ต่อจากนั้น วันถัดไป ก็ให้แค่ 10000 โดยอ้างว่า จะจ่ายให้ทีหลัง อยู่มาอีกไม่นาน อัญธิกา ก็ได้ชักชวนให้ลงทุนกันกับเขาอีก 300000 ว่าจะปั่นหุ้นและคืนทั้งต้นและดอกพร้อมกันภายในเวลาอีก 1 อาทิตย์ พอครบอาทิตย์ ผู้เสียหายก็หลงเชื่อและได้หลงเชื่อโอนเงินไปลงทุนอีก 300000 บาท โดยได้โอนเข้าบัญขีของ สุนันนทา ตามที่นางอัญธิการบอกมา เมื่อครบกำหนดเวลา พอทวงถามก็ยังไม่คืนเงิน โดยได้อ้างเหตุผลลหลายๆอย่างว่า เงินยังไม่เข้า ป่วยเข้าโรงพยาบาล เงินถูกโอนไปต่างประเทศ ต่างๆนานา แต่ผู้เสียหายก็ยังเชื่อใจอยู่ว่าเป็นเหตุการณ์จริง ต่อมาก็ได้พูดคุยกันเรื่อยม ต่อมานางอัญธิกาได้โทรผ่านไลน์มาหาผู้เสียหายว่านางอัญธิกามีเงินอยู่ 3,400,000 บาท ขาดเงินอยู่ 100000 บาทจะเอาเงินเข้าธนาคาร ที่ทำธุรกิจร้านทอง หาเงินไม่ได้ ถ้าไม่ได้วันนี้เครดิตที่ทำมาเสียหายหมดแน่ เลยยืมเงินอีก 100000 บาท บอกว่าพรุ่งนี้เช้าจะคืนให้ พอถึงเวลา ถามก็บ่ายเบี่ยงโน่นนี่นั่นต่างๆ ชักชวนต่างๆนานาเพื่อเบี่ยงเบน และได้มีการลงทุนอีกหลายรอบ โดยโอนเงินไปลงทุนอีกหลายครั้งโดยผู้เสียหายหวังว่าจะได้คืนกลับมาบ้าง โดยมีการโอนเข้าไปลงทุนในบัญชีของ อัญธิกา อีกหลายรอบ ได้กลับคืนมาบ้าง ต่อมาทางนางอัญธิกาหลอกผู้เสียหายอีกว่า ทางญาติผู้ใหญ่ ที่เป็นตำรวจได้บอกมาว่า ผู้เสียหายมีรายชื่อใน บุคคลที่มีการฟอกเงิน นางอัญธิกาจึงได้แจ้งให้ผู้เสียหาย หาเงินอีก 280000 บาทเพื่อล้มคดีไม่ให้มีชื่อในบุคคลที่มีการฟอกเงิน ผู้เสียหายจึงได้ทำการโอนเงินเข้าบัญชี นางอัญธิกา แก้วศรีสุข ธ.กสิกรไทย สาขาเกาะพงัน เลขที่บัญชี 0231815678 โดยนางอัญธิกาบอกว่าโชคดีมากที่สามารถลบชื่อออกจากรายชื่อการฟอกเงินได้ ไม่งั้นโดนยึดทรัพย์ออกจากงาน จนสุดท้ายท้ายสุดก่อนทำการแจ้งความมีการหลอกผู้เสียหายอีกว่า หุ้นกันคนละ 150000 บาทเพื่อลงทุนบอกว่าจะคืนภายใน 3 วัน จึงได้โอนจากบัญชี ธ.กรุงไทย เข้าไปยังบัญชีของอัญธกา ที่เลขที่บัญชี ธ.กสิกรไทย ของนางอัญธิกา เลขที่บัญชี 0231815678 พอวันรุ่งขึ้นนางอัญธิกาได้ทำการปิด เฟส ปิดไลน์หนี ไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด!!