วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2563

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมสมัยพิเศษระดับรัฐมนตรีอาเซียน AMRDPE ผ่านระบบ VCS ภายใต้แนวคิด “การลดความยากจนและการสร้างความเข็มแข็ง การฟื้นฟูในสถานการณ์โควิด-19” 

 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมสมัยพิเศษระดับรัฐมนตรีอาเซียน AMRDPE ผ่านระบบ VCS ภายใต้แนวคิด “การลดความยากจนและการสร้างความเข็มแข็ง การฟื้นฟูในสถานการณ์โควิด-19” 

วันที่ 19 ส.ค. 63 เวลา 13:15 น. ที่ห้องประชุมดำรงธรรม อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมการประชุมสมัยพิเศษระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน (ASEAN Ministerial Meeting on Rural Development and Poverty Eradication : AMRDPE) ภายใต้แนวคิดหลัก “การลดความยากจนและการสร้างความเข็มแข็ง การฟื้นฟูในสถานการณ์โควิด-19” ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดย H.E. Dr. Aung Thu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ และการชลประทาน (Minister of Agriculture, Livestock and Irrigation) สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นประธานการประชุม H.E. Dato’ Lim Jock Hoi เลขาธิการอาเซียน รัฐมนตรีประเทศสมาชิก และคณะผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน ร่วมประชุม โดยมี นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้แทนฝ่ายไทย ร่วมการประชุม 


โอกาสนี้ นายทรงศักดิ์ ทองศรี ได้กล่าวถ้อยแถลงภายใต้แนวคิดหลัก “การลดความยากจนและการสร้างความเข็มแข็ง การฟื้นฟูในสถานการณ์โควิด-19” ความว่า ในนามของตัวแทนประเทศไทยและประชาชนชาวไทย ผมรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสมัยพิเศษระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน ในวันนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การแก้ไขปัญหาความยากจน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด–19) ที่ทุกประเทศกำลังเผชิญร่วมกัน ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินการในหลายมิติเพื่อลดผลกระทบให้กับประชาชน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและมีฐานะยากจนให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง โดยมีมาตรการหลัก 3 มาตรการ คือ มาตรการที่ 1 มาตรการทางการเงินโดยการจ่ายเงินเยียวยาให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ได้แก่ 1) แรงงานในระบบที่ได้รับผลกระทบจากการที่ผู้ประกอบการปิดกิจการ 2) แรงงานอิสระภายใต้โครงการเราไม่ทิ้งกัน 3) เกษตรกร และ 4) กลุ่มเปราะบาง รวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 30 ล้านคน คิดเป็นเงินกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาตรการที่ 2 มาตรการส่งเสริมการจ้างงานภายในประเทศเพื่อส่งเสริมการจ้างงานให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ว่างงานและเดินทางกลับภูมิลำเนา รัฐบาลมีการจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานภาครัฐจ้างงานทั่วประเทศภายใต้กรอบวงเงินกว่า 86,750,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมุ่งเน้นการจ้างงานในท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมภายในประเทศ มาตรการที่ 3 มาตรการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยสามารถปรับปรับได้อย่างรวดเร็วต่อสถานการณ์อันเนื่องมาจากการ การขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศวางรากฐานตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ อาทิ โครงการ โคก-หนอง-นา โมเดล ซึ่งเป็นการจัดการพื้นที่โดยการผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ตลอดทั้งปี และโครงการ Quick Win 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประชาชน นอกจากนี้ ในช่วงสถานการณ์โควิด–19 ทำให้เกิดความร่วมมือในการแบ่งปันให้กับผู้มีรายได้น้อยของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม และชุมชน ผ่านโครงการ “ตู้ปันสุข” (Pantry of Sharing) โดยกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้ทุกจังหวัดจัดตู้ปันสุขให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งในระดับจังหวัด อำเภอและวางระบบการดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข 




นายทรงศักดิ์ ทองศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการขับเคลื่อนมาตรการทั้ง 3 มาตรการหลักทำให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการแก้ไขปัญหาความยากจน และเสริมสร้างศักยภาพให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยให้สามารถปรับตัว ได้ต่อการเปลี่ยนแปลง และเชื่อมั่นว่าความพยายามของทุกประเทศสมาชิกอาเซียนที่ได้กำหนดนโยบายเพื่อรองรับสถานการณ์และลดผลกระทบที่เกิดกับประชาชนจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในเสริมสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาคอาเซียนให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ และมุ่งสู่การเป็นภูมิภาคของการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป 




จากนั้น นายทรงศักดิ์ ทองศรี ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่สำคัญด้านการลดความยากจนและการพัฒนาชนบทที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูในสถานการณ์โควิด-19 ร่วมกับที่ประชุมสมัยพิเศษฯ และที่ประชุมได้พิจารณาถ้อยแถลงร่วมการประชุมสมัยพิเศษระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและการจัดความยากจน (AMRDPE) ภายใต้แนวคิดหลัก “การลดความยากจนและการสร้างความเข็มแข็ง การฟื้นฟูในสถานการณ์โควิด-19” กองสารนิเทศ สป.มท. ครั้งที่ 109/2563 วันที่ 19 ส.ค. 2563

นิพนธ์ ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ การปรับปรุงระบบคลองไส้ไก่ส่งน้ำ ย้ำ ยึดตามแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ทุ่มงบฯให้ อปท. แก้ปัญหาน้ำแล้ง ตั้งเป้าพัฒนาแหล่งน้ำ ประปา และธนาคารน้ำใต้ดินช่วยเสริมยกระบบทั้งหมด 

นิพนธ์ ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ การปรับปรุงระบบคลองไส้ไก่ส่งน้ำ ย้ำ ยึดตามแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ทุ่มงบฯให้ อปท. แก้ปัญหาน้ำแล้ง ตั้งเป้าพัฒนาแหล่งน้ำ ประปา และธนาคารน้ำใต้ดินช่วยเสริมยกระบบทั้งหมด 

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563 ที่ อาคารรัฐสภา นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องการปรับปรุงระบบคลองส่งน้ำ (คลองไส้ไก่) ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยนายนิพนธ์ฯ กล่าวชี้แจงว่า รัฐบาลได้จัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 – 2580 เพื่อจัดการน้ำอุปโภค บริโภค สร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต และการจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้ง โดยกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานในการอำนวยการและขับเคลื่อนแผนแม่บทดังกล่าวมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นหน่วยงานดำเนินการในระดับพื้นที่ในการปรับปรุง หรือ ขุดลอกระบบคลองส่งน้ำ (คลองไส้ไก่) รัฐบาลได้มีการจัดสรรงบประมาณให้กับ อปท. เพื่อดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำ รวมงบประมาณทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับด้านจัดการแหล่งน้ำและแก้ไขภัยแล้ง จำนวน 6,339 โครงการ งบประมาณ 4,282,478,800 บาท โดยเป็นการดำเนินการขุดลอก/ปรับคลองส่งน้ำ (คลองไส้ไก่) จำนวน 1,011 โครงการ งบประมาณ 1,401,171,400 บาท และสำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาด้านแหล่งน้ำแล้ว 



นายนิพนธ์ฯ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ กระทรวงมหาดไทย โดย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาแหล่งน้ำ 5 ปี (พ.ศ. 2563 - 2567) แหล่งน้ำใดที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุงซ่อมแซม หรือก่อสร้างเพิ่มเติม ให้จัดทำแผนพัฒนาแหล่งน้ำ 5 ปี เพื่อจะนำมาวิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนาแหล่งน้ำในระดับพื้นที่และขอรับงบประมาณต่าง ๆ ได้ นอกจากการปรับปรุงระบบคลองส่งน้ำ (คลองไส้ไก่) แล้วกระทรวงมหาดไทยยังได้มีแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรและแก้ไขปัญหาการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง โดยการขุดสระ ลอกคลองเล็ก ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อปท. ซึ่ง อปท. สามารถดำเนินการได้เองตามอำนาจหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน น้ำแล้ง การขาดแคลนน้ำนอกเขตชลประทานด้วยการพัฒนาแหล่งน้ำ ประปา และธนาคารน้ำใต้ดิน โดยสามารถนำแนวคิดการจัดทำธนาคารน้ำใต้ดินมาขยายผลสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำได้อย่างยั่งยืน 



ทั้งนี้ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เงินอุดหนุนสำหรับก่อสร้าง ปรับปรุงและพัฒนาการบริหารจัดการน้ำระบบธนาคารน้ำใต้ดินให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจัดสรรงบประมาณปี 2563 จำนวน 405 โครงการ วงเงิน 152,913,100 บาท และสำหรับงบประมาณปี พ.ศ. 2564 รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายการ เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เงินอุดหนุนสำหรับก่อสร้าง/ปรับปรุงและพัฒนาการบริหารจัดการน้ำระบบธนาคารน้ำใต้ดินให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว หากเกินศักยภาพหรืองบประมาณไม่เพียงพอสามารถขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หาก อบจ. มีงบประมาณไม่เพียงพอ สามารถขอรับการสนับสนุนที่ส่วนกลางโดยสามารถขอผ่านกระทรวงมหาดไทยได้ 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบเงินพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค “บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัย” ภายในซอยสะพานตากสิน 23 เขตธนบุรี 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบเงินพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค “บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัย” ภายในซอยสะพานตากสิน 23 เขตธนบุรี 

ตามที่ได้เกิดอัคคีภัยบ้านเรือนประชาชนภายในซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 23 แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 63 ซึ่งเพลิงไหม้ในครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก ภายหลังจากเกิดเหตุ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งโดยแผนกบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ นำข้าวต้ม พร้อมน้ำดื่มลงพื้นที่ออกแจกจ่ายแก่ผู้ประสบอัคคีภัยเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ในทันที รวมทั้งจัดทีมแผนกสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่เพื่อรับลงทะเบียนผู้ประสบภัยในวันถัดไป 





วันนี้ (วันพุธที่ 19 สิงหาคม 63 เวลา 09.30 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและรองเลขาธิการ และนายวิชิต ชินวงศ์วรกุล กรรมการ พร้อมด้วยฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยคนละ 3,000 บาท พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นทั้งรายครอบครัว และรายบุคคล รวมผู้ประสบภัยประมาณ 108 ครอบครัว 249 คน รวมเป็นเงินสงเคราะห์ทั้งสิ้น 1,370,450 บาท (หนึ่งล้านสามแสนเจ็ดหมื่นสี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วน) โดยมีอาสาสมัครกิตติมศักดิ์ นำโดย ดร.ปภัสรา เตชะไพบูลย์ นางศิริพร โอภาสวงศ์ นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ และอาสาสมัครศิลปิน นำโดย นายปิยะวัฒน์ รัตนหรูวิจิตร ศิลปิน 11 นางสาวศศิสุกัลย์ สันต์สุขิตสกุล ศิลปิน 330 นางสาวอธิชา เทศขำ ศิลปิน 374 ร่วมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมด้วย นางสาวกนกวรรณ เอี่ยมลิ้ม ผู้อำนวยการเขตธนบุรี สมาคมจีนต่างๆ มูลนิธิพุทธสมาคมปทุมรังษี มูลนิธิไกรสิทธิการกุศล มูลนิธิส่งเสริมวัฒนธรรม และมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ ร่วมให้ความช่วยเหลือ ณ บริเวณวัดสันติธรรมาราม เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 




ติดต่อสอบถาม รวมถึงติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung 

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 ช่วยจริง อุ่นใจ แม้ในนาทีฉุกเฉิน ## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2563

 #บุรีรัมย์​ แทงดับอนาถ#


16​ สิงหาคม​ 2563 ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ​ บ้านโคกสะอาด​ ต.ปังกู​ อ.ประโคนชัย​ จ.บุรีรัมย์​ พบ​ นายเรื่อย พลายประโคน​ อายุ​ 63​ ปี นอนจมกองเลือดมีบาดแผลถูกแทงที่หน้าอกด้านขวาและช่วงเแวด้านซ้ายญาติได้โทร1669​ เพื่อขอความช่วยเหลือ​ ทีมกู้ชีพปังกู​ จึงได้นำส่งโรงพยาบาล​อ.ประโคนชัย​ เมื่อถึงโรงบาบพบว่านายเรื่อย พลายประโคน​ ไม่มีสัญญาณ​ชีพ​ ทางแพทย์​จึงได้ทำการกระตุ้นชีพจรเพื่อช่วยเหลือ​ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จเนื่องจากสภาวะหัวใจนายเรื่อยหยุดทำงานก่อนท่จะถึงโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลจึงได้ประสานกู้ภัยมูลนิธิบ้านสองเมืองอ.ประโคนขัยในการช่วยเหลือส่งผู้เสียชีวิตกลับบ้านและทางกู้ภัยบ้านสองเมืองได้ส่งผู้เสียชีวิตและมอบโลงไว้ให้เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป



 สอบถามญาติ​ผู้เสียชีวิต​ ผู้ตายกับนายกะเอ็ด เมียดเตียบ อายุ 74 ปี​ได้มีปากเสียง ผู้ก่อเหตุจึงได้ใช้มีดแทงนายเรื่อย​ ได้หลบหนีทันทีหลังจากก่อเหตุสลดนี้ขี้นมา​ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามและได้ควบคุมตัวเอาไว้ได้เพื่อดำเนินการตามกฏหมาย​ต่อไป

#ภาพ//ข้อมูล#


 ประกอบ​ พวงพันธ์ รายงาน


วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2563

งานประกาศผล"กินนรีทอง"มหาชน ครั้งที่๖ ประจำปี๒๕๖๓

 งานประกาศผล"กินนรีทอง"มหาชน ครั้งที่๖ ประจำปี๒๕๖๓


ณ.ห้องออลิธอเรียน สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง5 โดยนายสิรวิชญ์ พ่วงลา(เฮียแชมป์ ปากเกร็ด)ได้รับการเสนอชื่อในสาขา ผู้เผยแพร่ศาสนาตัวอย่าง ร่วมถึงนายกิตติพงษ์ ชาบุตสี (เสี่ยโบ๊ต บางใหญ่)ที่ได้รับการเสนอชื่อในการรับรางวัลผู้เผยแพร่ศาสนาตัวอย่างในครั้งนี้ จึงถือว่าเป็นเกรียติแด่วงศ์ตระกูลอย่างสูงที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้










วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ความเดือดร้อนผู้ที่ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมา ถนนมหาราช


ข่าว ร้องเรียน จากความเดือดร้อนผู้ที่ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมานะ. ถนนมหาราช. หลังมหาลัยศิลปกร มีรถมอเตอร์ไซต์พ่วงข้างขายกาแฟ ตั้งขายเป็นล่ำเป็นสัน จะออกตั้งร้านประมาณเที่ยง ขายถึงหนึ่งทุ่ม. ตั้งโต๊ะให้ลูกค้านั่งกินอย่างเอิกเกริก ไม่สนใจว่าการจราจรจะติดขัดแค่ไหน. มีบางครั้งรถเมล์กับรถจักรยานยนต์เบียดกันเพราะติดรถขายกาแฟ. ทำให้เกิด จะวางมวยกันเกิดขึ้น ไม่รู้ว่าจราจรพื้นที่. มองไม่เห็นหรือว่าตั้งใจมองไม่เห็น เป็นเจ้าถิ่นเลยไม่กล้ามาไล่ อย่าลืมนะครับตรงนั้นใกล้ มหาราชชวังรถติดมากๆเลยนะครับ ที่สำคัญถ้าเจอพวกหัวร้อนขึ้นมา อาจจะมีเรื่องทะเลาะวิวาท เหมือนเคยผ่านมาระหว่าง. รถเมล์ประจำทาง. กลับรถจักรยานยนต์. ที่ไม่สามารถผ่าน ตงรถขายกาแฟได้เพราะทำให้รถติด. ดูดูแล้วรถ พ่วงขายกาแฟคันนี้ดูแล้ว คงฉันรู้จักเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ ถึงได้จอดขายโดยไม่เกรงใจพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง. เจ้าหน้าที่ เทศกิจ เจ้าหน้าที่จราจรพื้นที่. และเจ้าหน้าที่จราจรกลาง เส้นใหญ่จริงๆ. เพราะเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปิดหูปิดตา



วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2563

 วันที่ 6 ส.ค 2563 6 เป็นวันคล้ายวันเกิดท่านด.ร ฤทธิ์ลือชา 


มีแขกรับเชิญมากมายมีทั้งศิลปินดารานักร้องนักแสดงและทีมงานตลกและสื่อมวลชนมาร่วมงานกันและคุณ ประสพโชค บุญมี และคุณ ไชยวัฒน์ สืบสำราญ(กำนันไชย ขอนแก่น)และ สเตรโกลด์ลูกชาย และคุณ บุญปลูก เอนสาร เลขาธิการพรรคพลังไทสร้างชาติ และเป็นเจ้าของร้านอาหารบ้านสวนริมคลอง และคุณ ดิษชูภณ นัยเนตรได้มาร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิด ด.ร ฤทธิ์ ลือชา ณ.โรงแรมบลิสตัน สุวรรณ พาร์ค วิว เขตประทุมวัน กรุงเทพ




















 เอคนข่าว/รายงาน