วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561

งานมอบรางวัล "บุคคล องค์กรตัวอย่างแห่งปี - CEO ASEAN Thailand 4.0 Awards"

ในวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
Mr. หลิว ซวิน กรรมการผู้จัดการบริษัท ชาต้าอี้กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับมอบรางวัล "บุคคล องค์กรตัวอย่างแห่งปี" จาก พลเอก เสริมศักดิ์ วิเศษไชยศรี นายกสมาคมธุรกิจอาเซียน ประธานในพิธี และนอกจากนี้ Mr. หลิว ซวิน กรรมการผู้จัดการบริษัท ชาต้าอี้กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้นำเอาชาผู่เอ๋อร์ต้าอี้มาจัดแสดงและจัดให้ผู้มาร่วมงานได้ดื่มกัน
โดย บริษัท ชาต้าอี้กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายชาผู่เอ๋อร์ต้าอี้


" ชาผู่เอ๋อร์ต้าอี้ " เป็นชาที่นำเข้ามาจาก สิบสองปันนา ประเทศจีน ชาผู่เอ๋อร์ ถือเป็นเครื่องดื่มชาเพื่อสุขภาพ โดยการแบ่งประเภทชาผู่เอ๋อร์ จะมี ชาสุกและชาดิบ
เมื่อดื่มชาสุกผู่เอ๋อร์ เป็นประจำจะช่วยบำรุงในเรื่อง



1.ลดความดันโลหิต
การดื่มชาผู่เอ๋อร์ โดยเฉพาะดื่มหลังทานอาหาร เส้นใยอาหารและสารประเภทโมเลกุลใหญ่ในน้ำชาจะห่อหุ่มคอเลสเตอรอล และไขมันในอาหาร ปรับปริมาณคอเลสเตอรอลและไขมันในเส้นเลือด นอกจากนี้ยังลดความหนืดของเส้นเลือดด้วย
2.ลดไขมันในเส้นเลือด
ด้วยคุณสมบัติของสาร ที โพลีฟีนอล และเพกตินในใบชา ที่สามารถรวมตัวกับคอเลสเตอรอลและไขมันในลำไส้ จึงช่วยลดการดูดซึมได้ ทำให้ไขมันในเส้นเลือดและปริมาณไบล์ แอซิด ในลำไส้ลดลง
3.ลดปริมาณน้ำตาลในเลือด
คุณสมบัติที่หลากหลายของสารที โพลีฟีนอล ในชาสุกผู่เอ๋อร์ ที่สามารถรวมตัวกับน้ำตาลกลูโคส ช่วยลดอัตราการดูดซึมของกลูโคสทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงขึ้น
4.ปกป้องกระเพาะและลำไส้
- สารจุลินทรีย์เอนไซม์ ในชาสุก ช่วยลดการหลั่งของเพพซิน ในกระเพาะ
- สารที พอลิแซ็กคาไรค์ และสารโอลิโกแซ็กคาไรด์ ในชาสุกสามารถเพิ่มไบดิโดแบคทีเรีย และแล็กโทบาซิลลัสในลำไส้ช่วยในการดูดซึมของลำไส้ได้ดีขึ้น
5. บำรุงผิวหน้า
- สารเทียริรูบิจินส์ ในชาสุกผู่เอ๋อร์ สามารถขจัดอนุมูลอิสระและต่อต้านออกไซด์จึงช่วยชะลอความแก่ได้
- สารในชาสุก สามารถขับสารพิษในล้ำไส้ ลดการหลั่งของต่อมไขมัน ช่วยให้ผลลัพธ์ในการบำรุงผิวหน้า
- สารที โพลีฟีนอล ในชาสุกสามารถขจัดไขมันในผิวหน้า ลดอาการอักเสบและต่อต้านความหย่อนคล้อยของผิวหน้า

และเมื่อดื่มชาดิบผู่เอ๋อร์ เป็นประจำจะช่วยบำรุงเรื่อง
1.ต้านอนุมูลอิสระ ชาผู่เอ๋อร์ เลือกใช้เฉพาะใบชาสดขนาดใหญ่ ซึ่งมีสารที โพลีฟีนอล สูงเป็นสารที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
2.ต้านรังสี ชาดิบผู่เอ๋อร์ มีสารที่สามารถขจัดอนุมูลอิสระหลายอย่าง เช่น ทีโพลีฟีนอล พอลิแซ็กคาไรด์ และสารประเภทวิตามิน เป็นต้น จึงมีส่วนช่วยป้องกันรังสี Co-r ในระดับหนึ่งแต่ไม่สามารถส่งเสริมการฟื้นฟูหลังถูกรังสีได้
3.ต้านโรคมะเร็ง สารทีโพลีฟีนอล และสารพอลิแซ็กคาไรด์ ในใบชาผู่เอ๋อร์ มีคุณสมบัติดูดซึมรังสีบางชนิด ช่วยลดผลกระทบที่สารกัมมันตรังสี มีต่อเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้สาร EGCG ในใบชายังสามารถระงับการเติบโตและการเคลื่อนที่ของเซลล์มะเร็งในร่างกายได้อีกด้วย ที่สำคัญชาผู่เอ๋อร์มีสารต่อต้านออกไซด์ในปริมาณสูง จึงช่วยป้องกันเซลล์ไม่ให้ถูกทำลายจนลดอัตราที่เซลล์ธรรมดา จะกลายเป็นเซลล์มะเร็งลงได้
4.บำรุงสมองและระบบประสาท ในใบชาผู่เอ๋อร์มีสารทีอะมีน ช่วยให้ผ่อนคลาย และบำรุงประสาท นอกจากนี้ยังช่วยรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพด้านความจำและขีดความสามารถในการเรียนด้วย
5.ต้านเชื้อและไวรัส ด้วยคุณสมบัติของสารทีอะมีน ในใบชาผู่เอ๋อร์ ช่วยต่อต้านเชื้อและไวรัสได้หลากหลายและมีประสิทธิภาพสูง เช่น เชื้อไข้มาลาเรีย เชื้อไข้หวัดใหญ่ประเภท A และ B ไวรัสกระเพาะอักเสบ ไวรัสตับอักเสบ เป็นต้น




โดยชาผู่เอ๋อร์ต้าอี้มีวางจำหน่ายในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ เช่น  รูปแบบชาแผ่น รูปแบบชากระป๋อง และรูปแบบชาซอง เป็นต้น เพื่อความสะดวกสบายของผู้ดื่ม
ในทุกเพศ ทุกวัย
ชาผู่เอ๋อร์ต้าอี้มีวางจัดหน่ายแล้วใน ซุปเปอร์มาร์เก็ต ฟู้ดฮอลล์ และท๊อป ซุปเปอร์มาร์เก็ตในเครือเซ็นทรัล อาทิ เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลชิดลม เซ็นทรัลอีีสต์วีลล์ เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ เซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต และเซ็นทรัลเฟสติวัลพัทยา เป็นต้น
และตัวแทนจำหน่ายของบริษัท ชาต้าอี้กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด หรือติดต่อสอบถามได้ที่
เว็บไซค์บริษัท www.taetea.co.th
เพจ Facebook : TAE TEA GROUP THAILAND
และที่เบอร์ 02-168-1088

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561

วันที่ 18 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 16:00 น.

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.๒, พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รอง ผบช.ภ.๒ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี กำลังเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย
ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ,เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง, เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ส.ทท.๔ กก.๒ บก.ทท.๑ ร่วมกันนำหมายค้นเข้าตรวจค้นเป้าหมาย จำนวน ๓ จุด ผลการปฏิบัติจับกุม


๑.นายหลิน จุง ซิน อายุ ๒๗ ปี
๒.นายหลิว เจอ หยง อายุ ๒๖ ปี
๓.นายหนง หนิง ชง อายุ ๒๐ ปี
๔.นายเจิ้น ฮ้าว เจ้า อายุ ๒๖ ปี
๕.นายเจิ้น อิน ซัง อายุ ๒๕ ปี
๖.นาย หลอ ชุน เหลียว อายุ ๔๑ ปี
๗.นาย ไช โชวโจว อายุ ๓๑ ปี
๘.นาย คิน ลี ซอง อายุ ๒๘ ปี
๙.นาย ชิน เล ชิน อายุ ๑๙ ปี ทั้งหมดสัญชาติจีน




พร้อมด้วยของกลาง ๑).คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน ๑๐ เครื่อง
๒.)คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จำนวน ๕ เครื่อง
๓.)โทรศัพท์มือถือ จำนวน ๑๐ เครื่อง
๔.)โทรศัพท์บ้านแบบไร้สาย จำนวน ๒๘ เครื่อง
๕.)เอกสารรายละเอียดของลูกค้าชาวจีน จำนวน ๒๕๐ ชุด
๖.)อุปกรณ์กระจายสัญญาณไวไฟว์(ROUTER) จำนวน ๑๐ เครื่อง
๗)เครื่องโอนเงินอัตโนมัติ( Personal e-Banking ) จำนวน ๑๐ เครื่อง
๘) เอกสารอื่น ๆ
ข้อหา (๑.)ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับเป็นทางการค้าปกติ โดยไม่ได้รับอนุญาต
(๒)เป็นบุคคลต่างด้าวรับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต
พฤติการณ์ จากการสืบสวนทราบว่าที่บ้านเลขที่เป้าหมายได้มีกลุ่มชาวต่างชาติสัญชาติจีน ได้มาเช่าบ้านอยู่และลักลอบปล่อยเงินกู้ให้กับลูกค้าที่อยู่ประเทศจีน(ฮ่องกง) ผ่านทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ร่วมกันนำหมายค้นศาลแขวงพัทยา เข้าตรวจค้นที่
๑.หมู่บ้านฟ้ากรีนเนอรี่ บ้านเลขที่ ๑๔/๑๓๐ ม.๑๒ ซอยชัยพรวิถี ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
๒.หมู่บ้านโชคชัย ๑๐ บ้านเลขที่๕๑๙/๑๓๗ หมู่ที่๗ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
๓.หมู่บ้านเอกมงคล บ้านเลขที่ ๒๓๒/๑ หมู่ที่๑๒ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จำนวนทั้งหมด ๓ จุด และได้จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด จำนวน ๙ ราย พร้อมของกลางหลายรายการ ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดจะร่วมกับพวกที่อยู่ที่ประเทศจีน (ฮ่องกง) ร่วมกันปล่อยเงินกู้โดยกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมที่ประเทศไทยมีหน้าที่หาลูกค้าโดยการส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ โปรแกรม What App ให้ลูกค้าที่ประเทศจีน ( ฮ่องกง) จากนั้นหากมีลูกค้าสนใจก็จะติดต่อกลับมาที่ประเทศไทยถึงวีธีการกู้ยืมเงินและหลักทรัพย์ค้ำประกัน เมื่อตกลงกันแล้วตัวแทนที่ประเทศจีน(ฮ่องกง) ก็จะได้โอนเงินให้กับลูกค้า โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๓๐ บาทต่อเดือน หากลูกค้ารายใดยังไม่ชำระหนี้กลุ่มผู้ถูกจับก็จะติดต่อโดยใช้โทรศัพท์ โทรติดต่อไปยังลูกค้าที่อยู่ประเทศฮ่องกง เพื่อให้ชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าวซึ่งส่วนมากลูกค้าจะกู้ยืมเงินประมาณคนละ ๔,๐๐๐ -๒๐,๐๐๐ ( สกุลฮ่องกง ) คิดเป็นเงินไทยประมาณ ๒๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ บาท จากการตรวจสอบเบื้องต้นมีลูกค้าประมาณนับหมื่นคน ซึ่งมียอดเงินหมุนเวียนในระบบประมาณหลายสิบล้านบาท 

คุณชาตรี  ศรียาภัย นายก สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย ได้เรียนเชิญ ท่านผู้หญิงวิระยา​  ชวกุล​  ให้เกียรติเป็น​ประธาน​เปิดงานแถลงข่าว​ประกาศ​ผล​ ''​ รางวัลพระราชทาน​พระสุรัสวดี''​ (รางวัลตุ๊กตา​ทอง)​ ครั้งที่​ 31​ ประจำปี​ พ.ศ.2560​

โดยในปีนี้​ ได้จัดธีมงานอนุรักษ์ความเป็นไทย​ พร้อมเชิญชวนผู้​มาร่วมงาน​ ''​แต่งกายชุดผ้าไทย''​ เพื่อร่วมเทิดพระ​เกียรติ​สมเด็จ​พระนางเจ้าสิริกิติ์​พระ​บรม​ราชินีนาถ​ในรัชกาลที่  9​
นายชาตรี​ ศรียาภัย​ นายกสมาคม​ผู้สื่อข่าว​บันเทิงแห่ง ประเทศไทย​กล่าวว่า​ รางวัล​ ''​พระสุรัสวดี​''​ หรือ​''​รางวัลตุ๊กตา​ทอง​''​ เป็นรางวัลเกียรติยศ​แห่งชีวิต​ ขอบุคคลในแวดวงภาพยนตร์​ไทยมากกว่า​ 60​ ปี​ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ​ จากพระบาทสมเด็จ​พระปรมินทรมหาภูมิพล​อดุลยเดช​ และ​ สมเด็จ​พระนางเจ้า​สิริกิติ์​ พระ​บรม​ราชินีนาถ​ เสด็จ​พระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน​ และพระราชทานรางวัล​ ในงานประกาศผลรางวัลตุ๊กตา​ทอง​ ครั้งที่​ 7​ ในปี​ พ.ศ.2507  และครั้งที่​ 8​ ในปี​ พ.ศ.2508  ยังความซาบซึ่งในพระมหากรุณา​ธิคุณ​เป็นอย่างสูง​ และทรงพระราชทานนามใหม่อย่างเป็นทางการว่า  ''​รางวัล​พระราชทาน​พระสุรัสวดี​''​ ตั้งแต่ปี​ พ.ศ.2517  ตราบจนปัจจุบัน
ในปีพ.ศ.2561​ นี้​ สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิง​แห่งประเทศไทย​ (องค์กร​สาธารณประโยชน์)​ ได้กำหนดจัดงานในวัน​อังคาร​ที่​ 26​ มิถุนายน​ พ.ศ.2561​ เวลา​ 18.00​ -​ 21.00​ น.​ ณ​ โรงละคร​อักษรา​ คิงเพาเวอร์​ กรุงเทพ​ รางน้ำ​ เพื่อเชิดชู​เกียรติ​และเป็นกำลังใจให้กับบุคคลในวงการผลิตภาพยนตร์​ไทยทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง​สาขาต่างๆ​ ที่มีผลงานดีเด่นที่สุดแห่งปี​ ด้วยการพิจารณา​คัดเลือก​ภาพ​ยนตร์​ที่ออกฉายในรอบปี​ พ.ศ.2560​ (ตั้งแต่​ 1​ มกราคม​ ถึง​ 31​ ธันวาคม​ 2560)  โดยในวันประกาศผล​ ผู้​ที่ได้รับรางวัลพระราชทาน​พระสุรัสวดี​ ทุกสาขา​ จะได้รับ​ ''​ช่อดอกไม้''​ แสดงความยินดี​ หลังจาก​นั้นสมาคม​ฯ​ จะทำหนังสือ​ขอเข้าเฝ้า​ สมเด็จ​พระเจ้าอยู่หัว​มหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกู​ พร้อมรายนามผู้เข้ารับรางวัลทุกสาขา​ เพื่อเข้ารับ​ ''​รางวัล​พระราชทาน​พระสุรัสวดี​





1, รางวัลตุ๊กตาทองภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
2, รางวัลตุ๊กตาทอง ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
3, รางวัลตุ๊กตาทองผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม
4, รางวัลตุ๊กตาทองผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม
5, รางวัลตุ๊กตาทองผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม
6, รางวัลตุ๊กตาทอง ผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม
7, รางวัลตุ๊กตาทองบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
8, รางวัลตุ๊กตาทอง ถ่ายภาพยอดเยี่ยม
9, รางวัลตุ๊กตาทอง ลำดับภาพยอดเยี่ยม
10, รางวัลตุ๊กตาทองกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม
และยังต้องติดตามรางวัลตุ๊กตาทองถึง 31 ตุ๊กตาทอง

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2561



วันนี้ (17 มิ.ย.61) เวลา 21.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ท.พรหมธร ภาคอัต ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สน.ชนะสงคราม ลงพื้นที่ตรวจสถานบริการย่านตรอกข้าวสาร เพื่อตรวจความพร้อมและป้องปรามไม่ให้เล่นพนันบอล ในช่วงฟุตบอลโลก 2018  เป็นการป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการพนันบอล ตามนโยบายรัฐบาล





ในครั้งนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติฯ กล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปราม โดยให้ทุกหน่วยดำเนินการอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ด้านการป้องกัน ได้สั่งการให้รณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนรับทราบถึงโทษของการเล่นการพนันตามสถานที่ต่างๆ  ในด้านของการปราบปราม ให้ระดมปราบปรามจับกุมการลักลอบเล่นการพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอลทั้งแบบทั่วไป และแบบออนไลน์ ซึ่งผลการจับกุมพนันบอล จนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุม รวมผู้ต้องหา 367 ราย ผู้ต้องหา 373 คน ซึ่งประชาชนทุกท่าน สามารถช่วยกันแจ้งเบาะแสได้ที่ หมายเลข 1599 หรือ ศูนย์ 191 ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

 ตม.สนามบิน สรุปยอดครึ่งปี 5 ด่าน เข้าออกทะลุ 14 ล้าน เร่งฟิตรับมือปลายปี!!

พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 รอง โฆษก สตม.เปิดเผยเมื่อ 16 มิ.ย.2561 ว่า กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 โดย พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 ได้มีการประเมินผลการปฏิบัติ ของ ด่าน ตม.สนามบิน ในความรับผิดชอบ ทั้ง 5 ด่าน ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่ ในรอบการทำงานช่วงระยะ 6 เดือน ตั้งแต่ เดือน มกราคม ถึง มิถุนายน 2561 มีข้อมูล โดยเฉพาะ ด้านความมั่นคง และ ด้านการอำนวยความสะดวก ที่น่าสนใจ หลังจากที่ ช่วงปีที่ผ่านมา มีกระแสเกี่ยวกับการทำงานของ ด่าน ตม.สนามบิน ซึ่งเปรียบเสมือนประตูของประเทศและภูมิภาคอาเซียน มาอย่างต่อเนื่อง

โดยผลการปฏิบัติด้านงานความมั่นคง ซึ่งถือเป็นภารกิจหลัก พบว่า ในช่วงครึ่งปีแรก มีการจับกุมผู้กระทำผิดคดีอาญา และ พระราชบัญญัติต่างๆ ได้ ทั้งสิ้น 156 ราย โดยในกลุ่มนี้สามารถจับกุม ชาวต่างชาติที่เข้าข่ายใช้หนังสือเดินทางปลอม ทั้งแบบปลอมเล่ม ปลอมใบหน้าหรือ Imposter ปลอมวีซ่า และ ปลอมตราประทับ รวม 12 ราย ซึ่งการจับกุมดังกล่าวถือเป็นการสกัดเส้นทางการเคลื่อนย้ายของบุคคลต้องสงสัยว่าจะเป็นภัยคุกคามในลักษณะอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ด้วยระบบ Advance Passenger Processing หรือ APPS โดยมีคดีสำคัญ เช่น การจับกุม Mr.Oh Janghyn ชาวเกาหลี คดีค้ามนุษย์ เมื่อ 4 ม.ค.2561 หรือ การจับกุม Mr.Dolen Zuarez ชาวอิสราเอล คดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เมื่อ 22 ม.ค.2561 เป็นต้น


นอกจากนั้น ยังมีการสกัดกั้น ชาวต่างชาติไม่พึงประสงค์ที่เสี่ยงต่อความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ประมาณ 3,461 ราย โดยในจำนวนนี้ มีกลุ่มต่างชาติที่มีพฤติกรรมต้องคดีเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ หรือ Sex offender จำนวน 30 ราย เพื่อปกป้องภาพลักษณ์ของประเทศ เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน และ แสดงออกถึงการต่อต้านการเป็น Sex country ในสายตาต่างชาติให้หมดไป

ส่วนด้านการอำนวยความสะดวก พบว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 มีคนเดินทางเข้าประเทศ ทางด่าน ตม.สนามบิน ทั้ง 5 แห่ง รวม 17,838,650 คน ในจำนวนนี้ เป็นต่างชาติ 14,752,560 คน ซึ่งภาพรวมทั้งการเข้า-ออก ประเทศ ทั้งสิ้น 41,952,051คน... เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 มีการโตเพิ่มขึ้นถึง 31.33% โดย ในส่วนของ ด่าน ตม.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประตูหลักของประเทศ มีการเดินทางเข้าประเทศ ถึง 10,696,706 คน ในจำนวนนี้ เป็นชาวต่างชาติ 8,708,064 คน ภาพรวม เข้า-ออก ทั้งสิ้น 21,098,309 คน เทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2560 โตถึง 6.89% รองลงมา เป็น ด่าน ตม.ดอนเมือง ผู้โดยสารเดินทางเข้าประเทศ รวม 3,750,112 คน ในจำนวนนี้ เป็นต่างชาติ 2,769,090 คน คิดยอดเข้า-ออก รวม 7,467,392 คน ..เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 ดอนเมือง โตกระโดดถึง 18.67%

วิเคราะห์แล้วจะเห็นว่า อาจเป็นเพราะ ดอนเมือง มีการเพิ่มเที่ยวบินเหมาลำ และเปิดเส้นทางยอดนิยม จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และมีสายการบินต้นทุนต่ำ จึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว


โดยในช่วงท้ายปี 2560 ต่อเนื่องปี 2561 ทาง พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ฯ ผบก.ตม.2 ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร และ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงศ์ปิ่น ผบช.สตม.ให้เร่งแก้ไขปัญหาภาพลักษณ์ และการทำงาน โดยเฉพาะปัญหาความหนาแน่น และ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

ซึ่งกรณีดังกล่าว พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ฯ ได้ศึกษาและรายงานปัญหา และ ต่อมา พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ฯ ผบช.สตม.ได้ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนในการปรับปรุงระบบ PIBICS และ ระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ หรือ Autometic channel ให้กับ ด่านต่างๆ รวมถึง บก.ตม.2 อย่างจริงจังเร่งด่วน จนสามารถรองรับการทำงานได้โดยไม่ติดขัดมาตลอดตั้งแต่ก่อนเข้าช่วงปีใหม่จนถึงปัจจุบัน

นอกจากนั้น ยังได้รับการสนับสนุนด้านกำลังพล จาก ตร. โดยได้เปิดรับการคัดเลือกจากบุคคลภายนอกจำนวน 254 นาย เข้ามาเป็น ผบ.หมู่ ในสังกัด ด่าน ตม.สนามบิน ซึ่งกลุ่มนี้ เพิ่งผ่านการฝึกทักษะงานตำรวจ และกลับมาประจำสังกัด ในช่วงเดือนที่ผ่านมา
รวมถึง มีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจใน สตม.และ นอก สตม. เป็น ตำรวจระดับรองสารวัตร เพิ่มขึ้นจำนวน 37นาย และ ผบ.หมู่ เพิ่มขึ้นจำนวน 26 นาย ในวาระการแต่งตั้งที่ผ่านมา โดย บก.ตม.2 ได้จัดกำลังทั้งหมด กระจาย ลงปฏิบัติหน้าที่ทั้ง 5 ด่าน เพื่อรับสถานการณ์อย่างเต็มกำลัง หลังจากที่ร่วมกับ บก.ตม.ภูมิภาค แก้ปัญหาด้วยการดึง จนท.ตม.ด่านต่างๆทั่วประเทศมาเสริมกำลัง เพื่อแก้ปัญหาในช่วงเทศกาลสำคัญ ก่อนหน้านี้

นอกจากนั้น ยังมีการแก้ปัญหาในเชิงบริหารจัดการ ด้วยการจัดระบบคิวในพื้นที่ การจัดช่องทางพิเศษสำหรับกลุ่ม priority เด็ก สตรี คนชรา คนพิการ สตรีตั้งครรภ์ รวมถึง การประกาศชี้แจง สร้างความเข้าใจ ทั้งในระดับสื่อมวลชน และในพื้นที่ปฏิบัติการภายใต้ความร่วมมือแบบบูรณาการกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน และ สายการบินต่างๆ ส่งผลให้ สามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤติต่างๆมาได้ด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน และสงกรานต์ที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีผู้โดยสารและเที่ยวบินเพิ่มสูงทะลุยอดนิวไฮท์ 160,000 คน ต่อวัน ก็ตาม

สำหรับ ในช่วงครึ่งปีหลัง พ.ต.อ.เชิงรณฯ เผยว่า พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ฯ ได้เร่งฝึกความพร้อมของเจ้าหน้าที่ เพื่อฝึกทักษะเตรียมรองรับสถานการณ์เทศกาลในช่วงปลายปีที่จะถึงนี้ ที่สำคัญคือการเน้นความพร้อมด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการติดตั้งระบบจัดเก็บข้อมูลชีวภาพ Biometric ที่ช่องตรวจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสกัดกั้นบุคลไม่พึงประสงค์ เช่นเดียวกับ ด่าน ตม.ท่าอากาศยาน ในประเทศสากลอื่นๆ ตามนโยบายของทางรัฐบาล

ทั้งนี้ ในช่วง ครึ่งปีหลัง เชื่อว่า จะมียอดผู้โดยสาร เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 5% โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล อาจสูงขึ้นเกือบ 10% ทาง พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ฯ ได้สั่งการให้ ผกก.และ หัวหน้าด่าน ต่างๆ เร่งประเมิน และ วิเคราะห์สถานการณ์ ร่วมกับทางการท่าฯ และสายการบิน ไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมรับมือไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและการลงทุนของประเทศไทย
ตามนโยบายที่ทางรัฐบาล ผบ.ตร และ ผบช.สตม.ได้ให้ไว้

วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2561

สำนักงานวัฒนธรรม
จ.ปทุมธานี
จัดโครงการ
"สื่อสร้างสรรค์
ปทุมธานีมีสไตล์"
อบรมเชิงปฎิบัติการ หลักสูตร
Press Relations Program
"สื่อมวลชนสัมพันธ์"


วันที่12-13 มิถุนายน 2561
ณ โรงแรมปทุมธานีเพลส อ.เมือง จ.ปทุมธานี

สำนักงานวัฒนธรรม จ.ปทุมธานี
จัดโครงการ
สื่อสร้างสรรค์ ปทุมธานี
มีสไตล์




นายผล ดำธรรม
รอง ผวจ.ปทุมธานี
ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงาน
นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ
หัวหน้าวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานีและนางลัษมา ธารีเกษ ผอ.กลุ่มยุทธศาสตรเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานีนางสาวประคอง สุวิริย  นักวิชาการวัฒนธรรม
กล่าวรายงาน
ด้วยจังหวัดปทุมธานี
โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี
กำหนดจัดการอบรมให้ความรู้แก่สื่อมวลชนในจังหวัดปทุมธานี ในหลักสูตร "สื่อมวลชนสัมพันธ์"Press Relations Program
โดยมีวัตถุประสงค์




เพื่อให้ความรู้ด้านกฎหมายและจริยธรรมสื่อในการผลิตและเผยแพร่สื่อ เสริมสร้างพัฒนาทีมงานด้านประชาสัมพันธ์ของจังหวัดปทุมธานีให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เรียนรู้เทคนิคกลยุทธการประชาสัมพันธ์สมัยใหม่ เพื่อร่วมกันประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของจังหวัดปทุมธานี
ในวันนี้ โดยโค้ช บุ๋ม
เบญจวรรณ วงษ์กลาง
จาก MC Training พร้อมด้วย
นายนพจรส ใจเกษม
ผู้สื่อข่าวช่อง 33 HD
ได้ให้เกียรติเป็นวิทยากรรับเชิญ
ให้ความรู้ด้านการผลิตและเผยแพร่สื่อ
แหลม ปุโลหิต
อ็อด อินทรีย์
ชนะ คำไทรแก้ว
ทีมข่าว  น.ส.พ. เจาะเลนส์รายงาน
 ลงปจว.ข้อ 5 ลง 13 มิ.ย. 61
คดีอาญา ที่ 424/61
📍งานป้องกันปราบปรามสน.เพชรเกษม 📍
วันที่  13 มิถุนายน  2561

    1.สน.เพชรเกษมภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.วัชรพัฒน์ เรืองอัครนนท์ รองผกก.ปป.ฯ. จับกุมด้วย พ.ต.ทกฤตเมธ วงษ์เนตร พร้อมชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามที่ 2

2.ข้อกล่าวหา   มีและใช้เอกสารทางราชการปลอม


3.ผู้ต้องหา  นาย เทียน โด สัญชาติกัมพูชา อายุ 19 ปี BANTEAY MEANCHEY

4.เอกสารของกลาง1. หนังสือรับรองบุคคลต่างด้าว นายเทียน โต เลขที่ NPTAF000236 (ที่มีการปลอมแปลงเลขที่หนังสือรับรอง และลายมือชื่อของนางสาว รัมภา คูหเจริญ ตำแหน่ง จัดหางานจังหวัด)
2.หนังสือบันทึกข้อความจากสำนักงานจัดหางานจังหวัดนนทบุรี เลขที่ นบ 0028/1971ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2561
3.หนังสือรับรองบุคคลต่างด้าว NPTAF000236 ของ นาง ไหม ภูวรรณ สัญชาติลาว ที่ออกโดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม

5.จับกุมเมื่อ 13 มิถุนายน  2561   เวลา 15.30 น.

6.จับกุมตัวได้ที่  ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ(One Stop Service: OSS) สาขาตลาดฮอลแลนด์ ถนน กัลปพฤกษ์ แขวง บางแค เขต บางแค กรุงเทพฯ

7.พฤติการณ์แห่งการจับกุม    วันนี้(13 มิถุนายน 2561) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมออกตรวจพื้นที่เขตรับผิดชอบตามปกติ ได้รับแจ้งจากนายวันชัย สาครมณีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 7 พบ นายเทียน โด (ทราบชื่อสกุลภายหลัง) ผ่านมาท่าทางมีพิรุธต้องสงสัย ในการยื่นเอกสารบุคคลต่างด้าว ที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ(One Stop Service: OSS) สาขาตลาดฮอลแลนด์ ถนน กัลปพฤกษ์ แขวง บางแค เขต บางแค กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบบุคคลตามที่แจ้ง จึงแสดงตัวขอตรวจค้น ก่อนตรวจค้นชุดจับกุมทุกนายแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ นายเทียนฯ ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว ผลการตรวจค้นปรากฏว่า ไม่พบสิ่งของผิดกฏหมาย  จากการตรวจสอบเอกสาร ของ นายเทียนฯ พบ เอกสารของกลางลำดับที่ 1  เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่ถูกทำปลอมขึ้นมา เนื่องจากเอกสารดังกล่าวนั้นไม่ได้ออกจากสำนักงานจัดหางานจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้มีอำนาจหน้าที่ในการออกหนังสือเอกสารดังกล่าวดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานทางสำนักงานจัดหางานจังหวัดนนทุบรี นางสาวรัมภา คูหเจริญ ตำแหน่งจัดหางานจังหวัด ได้มอบหมายให้นางสาว ภัสพร แก้วทองเกลอนักวิชาการแรงงานชำนาญการ รักษาราชการแทนจัดหางานจังหวัดนนทบุรี ตรวจสอบและส่งหนังสือใบคัดกรองความสัมพันธ์(ตามเอกสารของกลางที่ 2 และ 3) เพื่อยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม การกระทำแบบนี้ เป็นการปลอมเอกสารราชการขึ้นทั้งฉบับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวข้างต้น พร้อมทั้งแจ้งสิทธิ์ตามกฏหมายให้ทราบ ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางตามรายการเอกสารของกลางข้างต้น มาทำบันทึกการจับกุมที่สน.เพชรเกษม