วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561 ทางคณะผู้จัดสร้างวัดจื่อ กว่าง จิน ซื่อ (วัด 3 นิกาย ) โดยองค์ลามะ เปมา กาเชง รินโปเช ประธานฝ่ายสงฆ์วชิรญาณ และสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม  ประธานฝ่ายสงฆ์หินยาน  รวมทั้งนายบุญชัยมากเมตตากุล ประธานฝ่ายฆราวาส ได้จัดพิธีประกอบพิธีเจริญพุทธมนต์ นั่งปรกอธิษฐานจิต เหรียญบูชาพระโพธิสัตว์ต้า เฮ่ย เทียน และค้อนเปิดขุมทรัพย์ต้าเฮ่ยเทียน


โดยมีการประกอบพิธีอย่างเข้มขลัง มีผู้ศรัทธาจากประเทศจีน มาเลเซีย และสาธุชนชาวไทยร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก



ทั้งนี้จากการเปิดเผยของนายบุญชัย มากเมตตากุล ประธานกรรมการ บริษัท เอ เจ ไม้อัด (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะประธานฝ่ายฆราวาส เปิดเผยว่า โครงการสร้างวัด 3 นิกาย มีความคืบหน้าเป็นลำดับ โดยมีการประสานพลังธรรมจากผู้นำศาสนาทั้ง 3 นิกาย เริ่มตั้งแต่องค์ลามะ เปมา กาเชง ผู้นำฝ่ายวชิรญาณ  สมเด็จพระพุฒาจารย์ ผู้นำฝ่ายหินยาน และองค์หลวงจีนธรรมรัตจีนประจักษ์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดเล่ง เน่ยยี่ ประธานฝ่ายมหายาน







ถือเป็นการรวมพลังชาวพุทธทั้ง 3 นิกาย เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์  โดยนับจากนี้ต่อไป จะมีกิจกรรมทางด้านพิธีกรรมออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการสร้างมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่
 ทั้งนี้ประชาชนสามารถร่วมกุศลได้ด้วยการเช่าบูชาเหรียญพระโพธิสัตว์ต้า เฮ่ย เทียน และค้อนเปิดขุมทรัพย์ ต้า เฮ่ย เทียน ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่.........

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561

"กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหน่วยงานราชการ และ องค์กรท้องถิ่น ร่วมกับ "มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ"แบ่งปันน้ำใจให้น้องๆนักเรียน ในพื้นที่ปราณบุรี!!


เมื่อวันที่( ๒๖ กันยายน ๒๕๖๑ )เวลา ๑๐๓๐-๑๒๐๐ น. โดยพ.อ.กรกานต์  นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน.จังหวัด ป.ข. ร.ท.ณัฐดนัย  สุขทวี  เจ้าหน้าที่ส่วนประสานงาน กกล.รส.จังหวัด ป.ข .พื้นที่ อ.ปราณบุรี ร.ท.ชัยยันต์ พึ่งประโยชน์ มว.รส ที่๒ พื้นที่อ.ปราณบุรี ได้เข้าเยี่ยมเด็กนักเรียนโรงเรียนชลประทานปราณบุรี สาขาวังปลา ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนักเรียน จำนวน ๒๙ คน ซึ่งมีนักเรียนชาย ๒๐ คน และนักเรียนหญิง ๙ คน




โดยมีนายกิตติกรณ์  เทพอยู่อำนวย หัวหน้าสำนักงานป้องกันภัยและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้มอบชุดนักเรียน(ชาย-หญิง) อายุ ๓-๕ ขวบ จำนวน ๑๒ คนๆละ ๓ ชุด ร่วมเป็น ๓๖ ชุด/มอบชุดนักเรียนชาย ระดับประถม ๑-๖ จำนวน ๑๓ คนๆละ ๓ ชุด รวม ๓๙ ชุด/มอบชุดนักเรียนหญิง ระดับประถม 1-6 จำนวน ๔ คนๆละ ๓ ชุด รวม ๑๒ ชุด



  ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธาน"มูลนิธิพระราหูใจถึงใจ"และประธานที่ปรึกษา"ชมรม FC สัญญาใจคนไทยไม่ทิ้งกัน" มอบเงินสนับสนุนค่าก๋วยเตี๋ยวเลี้ยงอาหารกลางเด็กนักเรียน ซึ่งมี นายพิชิต  สันติเมธากุล อดีตรองนายกเทศมนตรีอำเมืองประจวบคีรีขันธ์ได้นำขนม,น้ำผลไม้มาเลี้ยงเด็ก ๆอีกด้วย!!

วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561

“ปฏิบัติการกวาดล้างการละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า”


ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติบุกทลายแหล่งจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และเครื่องหมายการค้า



ตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.)โดยมุ่งเน้นผลการป้องกันปราบปรามกาอาชญากรรมที่ปรากฎในสื่อออนไลน์ และดังที่ผ่านมาได้มีปรากฏว่ามีการประกาศโฆษณาขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านทางแอปพลิเคชั่นเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ไลน์ ฯลฯ ตลอดจนข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน เป็นจำนวนมาก ทำให้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องบูรณาการปฏิบัติการระดมกวาดล้างสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าอย่างต่อเนื่อง





ทั้งนี้ จากการสืบสวนทางออนไลน์และการขยายผลจากการระดมกวาดล้างแหล่งสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ณ ตลาดเทพประสิทธิ์ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และตลาดเยาวราช-สำเพ็ง สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่า ตลาดโรงเกลือ นวนคร เป็นอีกหนึ่งแหล่งใหญ่ในการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งแบบปลีกและส่งไปยังตลาดอื่นๆทั่วประเทศ ศปอส.ตร.จึงได้ร่วมกับ บช.ทท., สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ (191), อรินทราช, สภ.พระอินทร์ราชา เข้าทลายแหล่งจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในจุดดังกล่าว รวมทั้งสิ้น 10 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้  4 ราย เป็นชาวกัมพูชาทั้ง 4 ราย ในความผิดตามมาตรา 110(1) พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า “เสนอจำหน่าย จำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมปลอม หรือที่เลียนเครื่องหมายการค้าเครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่น...” พร้อมกับยึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์/เครื่องหมายการค้าได้กว่า 3,000 ชิ้น รวมมูลค่าประมาณ 1,300,000 บาท ซึ่งในส่วนของผู้ต้องหาชาวต่างชาติ (กัมพูชา) 4 รายนั้น ยังได้กล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว ทั้ง 4 ราย และ “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง 2 รายด้วย

วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบรางวัลเกียรติยศ


พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ จัดงานแสดงมุทิตาจิต อย่างสมเกียรติ ให้นายตำรวจระดับสูง ที่เกษียณอายุราชการ มีนายตำรวจที่มีชื่อเสียง"ปราบปราม" อาชญากรรมและยาเสพติด.จำนวนหลายนาย ปีนี้มีตำรวจขวัญใจประชาชน "สารวัตรแรมโบ้"พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช ผกก.สืบสวน ภ.จว.อำนาจเจริญ รวมอยู่ด้วย



เสียดายแทน ประเทศชาติและประชาชน..ผม "สารวัตรแรมโบ้"ขอกราบเรียน พี่ๆเพื่อนๆน้องๆและพี่ๆเพื่อนๆน้องๆสื่อมวลชนทุกท่าน และประชาชนอันเป้นที่รักยิ่ง กระผม มาขอ กราบลา.พวกท่านอำลาชีวิตการรับราชตำรวจ(ตำรวจมือปราบ)ของผมที่รักยิ่งด้วยชีวิตด้วยจิตและวิญญาณของการเป็นตำรวจผุ้พิทักษ์สันติราษฏร์ของผมที่มีทุกๆนาทีผมพร้อมเสมอที่จะเข้าปกป้องสุจิตชนประชาชนผุ้บริสุทธิทุกๆคนให้ปลอดภัยให้รอดพ้นปลอดภัยจาก คนชั่ว คนเลว คนพาล พวกคนร้าย อาชญากรร้ายแรง ต่างๆถึงแม้ว่าชีวิตผมอาจจะต้องพิกลพิการทุกข์ทลภาพและอาจเสียชีวิตและต้องจากบุคคลอันเป้นที่รักในครอบครัวของผมไปก่อนก็ตาม



ผมขอลากลับมาใช้ชีวิตมาเป็นประชาชนธรรมดาติดดิน.แต่ในหัวใจและในจิตวิญญาณอันบริสุทธิของผมทุกลมหายใจของผมยังรุ้สึกห่วงใยในชีวิตความปลอดภัยของพี่น้องทุกๆ ท่านตลอดไปและขอให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกๆท่าน จงมีสุขภาพแข็งแรง.โรคภัยอย่าได้มี.มีเงิน.มีทอง.มีกินมีใช้ มีความสุข ทุกๆครอบครัวครับ...

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561

“รพ.จุฬาลงกรณ์ ร่วมกับ ศิลปินร้อง-นักแสดง ผู้ประกาศข่าว จัดคอนเสิร์ต "ส่งต่อความหวัง พลังชีวิต"เพื่อน้องโรคเลือดและมะเร็งเด็ก”


วันนี้(19 กันยายน 2561) เวลา 11:00 น.ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กองทุนโรคเลือดและมะเร็งเด็ก หน่วยโลหิตวิทยา ฝ่ายกุมารเวชศาสตร์ และศิลปินนักร้อง-นักแสดง รวมทั้งผู้ประกาศข่าว ร่วมจัดงานแถลงข่าว การจัดแสดงคอนเสิร์ตการกุศล" ส่งต่อความหวัง พลังชีวิต"เพื่อน้องโรคเลือดและมะเร็งเด็ก"และจัดเสวนาให้ความรู้สถานการณ์โรคเลือดในเด็กปัจจุบัน


โดยมี ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.พญ.ดารินทร์ ซอโสตถิกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคโลหิตวิทยา และมะเร็งเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย และ นายกฤษณะพงศ์ พงศ์แสนยากร รองประธานกรรมการโครงการ รวมทั้ง ศิลปินนักร้อง-นักแสดง อาทิ แมน  วทัญญู มุ่งหมาย, วีนัส , วงดนตรี "ฟอร์ยูโทน" ฯลฯ และ ผู้ประกาศข่าว  ร่วมจัดงานแถลงข่าว การจัดแสดงคอนเสิร์ตการกุศล" ส่งต่อความหวัง พลังชีวิต"เพื่อน้องโรคเลือดและมะเร็งเด็ก"และจัดเสวนาให้ความรู้สถานการณ์โรคเลือดในเด็กปัจจุบันในครั้งนี้


ในแต่ละปีมีเด็กในประเทศไทยจำนวนไม่น้อยกว่า 1,000  คน ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคเลือดและโรคมะเร็ง โดยโรคที่พบบ่อยได้แก่ โรคโลหิตจาง(ธาลัสซีเมีย) โรคเลือดออกง่าย(ฮีโมฟีเลีย) มะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งสมอง  ผู้ป่วยเหล่านี้หากได้รับการวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว และได้รับการรักษาที่เหมาะสม สามารถกลับไปมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตใกล้เคียงกับเด็กปกติได้ อย่างไรก็ตามโรคส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรัง  ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องยาวนาน  อีกทั้งจำเป็นต้องอาศัย  ทีมบุคคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญ  ยา และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย และที่สำคัญ คือการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด
       


ปัจจุบัน สาขาวิชาโลหิตวิทยาและมะเร็งเด็ก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กโรคเลือดและมะเร็งจำนวนมากกว่า 500 ราย โดยมีผู้ป่วยใหม่ได้รับการวินิฉัยปีละ 80-100 ราย ผู้ป่วยโรคโลหิตจาง(ธาลัสซีเมีย) ชนิดรุนแรงปานกลาง ถึงรุนแรงมาก จำเป็นต้องได้รับเลือดจากผู้บริจาคทุกๆ  3- 4 สัปดาห์อย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต  ผู้ป่วยโรคเลือดออกง่าย(ฮีโมฟีเลีย) จำเป็นต้องได้รับสาร ช่วยการแข็งตัวของเลือดทางหลอดเลือด ทุกสัปดาห์ตลอดชีวิต ผู้ป่วยโรคมะเร็งจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ผ่าตัด และฉายแสงเป็นระยะเวลา 1-3 ปีขึ้นกับชนิดของโรค ผู้ป่วยบางรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาและการรักษามาตรฐาน จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดซึ่งเป็นการรักษาที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง
       



ด้วยตระหนักถึงปัญหาในการเข้ารับบริการด้านสุขภาพของผู้ป่วยเด็กโรคเลือดและมะเร็ง  สาขาวิชาโลหิตวิทยาและมะเร็งเด็ก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้จัดตั้งกองทุน ”โรคเลือดและมะเร็งเด็ก  จุฬาฯ” ขึ้น เพื่อให้การดูแลและช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคเลือดและมะเร็งที่ขาดแคลน  สนับสนุนยาและการรักษาบางประเภทที่ไม่สามารถเบิกได้จากสิทธิประกันสุขภาพพื้นฐาน รวมถึงสนับสนุนค่าเดินทางในการมารับการรักษาและช่วยเหลือครอบครัวที่มีความขัดสนเพื่อให้สามารถมารับการรักษาได้อย่างต่อเนื่องส่งผลให้ผลการรักษาดีขึ้น
       



รวมทั้งเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจของสังคมต่อโรคเลือดและมะเร็งเด็กและระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยสาขาวิชาโลหิตวิทยาและมะเร็งเด็ก  คณะแพทยศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ร่วมกับ  กลุ่มศิลปินเพลง ,และสื่อมวลชน ผู้ประกาศข่าว จึงได้จัดงาน  “คอนเสิร์ต ส่งต่อความหวัง พลังชีวิต...เพื่อน้องโรคเลือดและมะเร็ง”โดยมีกิจกรรมภายในงาน  อาทิ  เสวนาให้ความรู้สถานการณ์โรคเลือด และมะเร็งในเด็ก  กิจกรรมแบ่งปันประสบการณ์ของผู้ปกครองและผู้ป่วยที่ผ่านการรักษา กิจกรรมการแสดงจากดารา   ศิลปิน-นักร้อง อาทิ ตุ๊ก วิยะดา โกมารกุล ณ นคร, แมน  วทัญญู มุ่งหมาย, วีนัส , วงดนตรี "ฟอร์ยูโทน" ฯลฯและผู้ประกาศข่าว  พร้อมกับทำพิธีมอบเงินบริจาคเพื่อเข้ากองทุนฯ  ในวันเสาร์ที่  29  กันยายน  2561  เวลา  13.00  น.  ณ.ห้องประชุมใหญ่ 1210 ชั้น 12 อาคารภูมิสิริมัคลานุสรณ์ โรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย!!

สนใจร่วมบริจาค  โอนเงินเข้าบัญชี “เงินทุนโลหิตวิทยา กุมารจุฬาฯ”  ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย  บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 045-297217-0
เงินบริจาคสามารถลดหย่อนภาษีได้ตามกฏหมาย  หรือร่วมบริจาคภายในงานดังกล่าว!!

หรือสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สาขาวิชาโลหิตวิทยาและมะเร็งเด็ก
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เขตปทุมวัน  กรุงเทพฯ 10330
ประสานงานโครงการ: 02 -256-4949  (ในเวลาราชการ),  092-010-6509 (นอกเวลาราชการ)!!

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561

มูลนิธิป'อเต็กตึ้ง ในโครงการ "ป่อเต็กตึ๊ง ส่งเสริมการศึกษา สร้างเสริม อนาคตเด็กไทย"


วันที่ 18 กันยายน 2561 เวลา 10.30 น.
ในโครงการ "ป่อเต็กตึ๊ง ส่งเสริมการศึกษา สร้างเสริม อนาคตเด็กไทย" โดยคุณวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาระดับปีสุดท้ายและทนต่อเนื่องในทุกระดับชั้น ประจำปี 2561 พร้อมด้วย คุณสุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการและเลขาธิการ , คุณศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเหรัญญิก , คุณสัก กอแสงเรือง กรรมการตรวจสอบ , คุณจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและรองเลขาธิการ , คุณสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการ , คุณวิชิต ชินวงศ์วรกุล กรรมการ , คุณสุรพงศ์ เสรฐภัคดี กรรมการ , คุณชุติมา ตันติสิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการ และคุณชูเดช เตชะไพบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการ ร่วมมอบ ฯ โดยแบ่งเป็นทุนการศึกษาทุกระดับปีสุดท้าย จำนวน 96 สถาบัน 480 ทุน เป็นเงิน 4,960,000 บาท และทุนการศึกษาต่อเนื่องจำนวน 50 สถาบัน 100 ทุน เป็นเงิน 1,440,000 บาท รวมจำนวน 146 สถาบัน 580 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,400,000 บาท ( หกล้านสี่แสนบาทถ้วน ) และมอบเงินค่าพาหนะและสถาบันต่างๆ ในส่วนภูมิภาคอีกเป็นเงิน 35,000 บาท (สามหมื่นห้าพันบาทถ้วน ) โดยมีคุณวุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย ผู้จัดการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมในพิธีมอบฯ ณ. ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

คุณวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีเจตนารมณ์ในการให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และอำนวยประโยชน์สุขของเพื่อนมนุษย์ทุกชนชั้น ทุกศาสนา ทุกเพศ ทุกวัย การมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของมูลนิธิฯ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน ช่วยเหลือส่งเสริมพัฒนาเยาวชนให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ให้เติบโตขึ้นเป็นคนดีมีความรู้เป็นกำลังของชาติ ร่วมกันช่วยเหลือดูแลและพัฒนาสังคมในอนาคตต่อไป

และในวันที่ 25 กันยายน 2561 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จะเดินทางไปมอบทุนการศึกษา (ทุนสัญจร) แก่นักเรียนนิสิตนักศึกษาในส่วนภูมิภาค ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดกระบี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา จำนวน 53 สถาบัน 265 ทุน เป็นจำนวนเงิน 1,842,000 บาท ณ. จังหวัดนครศรีธรรมราช

ภาพ//รายงาน
###ทีมข่าว นสพ.ชี้ประเด็น###

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561

เรียน  ผู้บังคับบัญชา
     สภ.ทรายขาว..รายงานการขับเคลื่อน "โครงการบ้านบ่อม่วงสีขาว(นำร่อง)ปลอดยาเสพติด"


     วันที่ 17 ก.ย.61 เวลาประมาณ 12.30 น. ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่, พ.ต.ท.พิสิทธิ์ ปากบารา รอง ผกก.ป.สภ.ทรายขาว, พ.ต.ต.สมบูรณ์ พูนสง สวป.สภ.ทรายขาว สั่งการการให้ ร.ต.อ.สมคิด ทรัพย์ส่ง รอง สวป.สภ.ทรายขาว ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร 20 พร้อมชุดสายตรวจรถยนต์, ชุด ชมส.สภ.ทรายขาว ร่วมกัน ว.4 ติดตามตรวจสอบตรวจเยี่ยมและเก็บข้อมูลผู้ผ่านการฟื้นฟูและครอบครัว ดังนี้...


     1.นายอดิเทพหรือเอ๋ มดคัน อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 ม.4 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ซึ่งเป็นผู้เข้ารับการฟื้นฟูตามโครงการฯ รุ่นที่ 2 ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มคู่บัดดี้กลุ่มที่ 4 พบว่าได้อยู่อาศัยอยู่ครอบครัวพ่อแม่และพี่สาว และได้ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป เลี้ยงสัตว์ ผลปรากฎว่า ไม่พบตัวผู้ผ่านการฟื้นฟู พบแต่นางไหมมู่นะ กรงมะตัง ซึ่งเป็นป้าของนายอดิเทพฯ กล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายอดิเทพฯ ออกจากบ้านไปเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่เช้า นายอดิเทพฯ หลานของตนมีพฤติกรรมดีขึ้น ตั้งใจทำงาน หน้าตาสดชื่นขึ้น หลังจากที่ผ่านการฟื้นฟูตามโครงการฯ


      2.นายศุภกิจ บ่อม่วง ม.4 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นผู้เข้ารับการฟื้นฟูตามโครงการฯ รุ่นที่ 2 ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มคู่บัดดี้กลุ่มที่ 4 พบว่าได้อยู่อาศัยกับครอบครัว แม่และพี่สาว ผลปรากฎว่า พบตัว จึงได้ทำการตรวจปัสสาวะของนายศุภกิจฯ โดยความยินยอมของมารดาและนายศุภกิจฯ โดยใช้ชุดตรวจสารเมทแอมแฟตามีน ของ สนง.ป.ป.ส. ผลปรากฎว่า ปัสสาวะเป็นผลลบ ไม่พบว่ามีสารเสพติดอยู่ในร่างกายแต่อย่างไร  สอบถามนายศุภกิจฯ รับว่าตนได้เลิกเสพยาเสพติดตั้งแต่เข้ารับการฟื้นฟูตามโครงการฯแล้ว ตอนนี้ตนรู้สึกว่าร่างกายดีขึ้น อารมณ์สดชื่น และครอบครัวก็รู้สึกดีใจที่ตนสามารถเลิกยาเสพติดได้
     เพื่อโปรดทราบ
     พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์
     ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่