“บิ๊กแซ็ก”ตรวจเยี่ยมโครงการนำร่อง"ปักกลด"สร้างชุมชนสีขาว สภ.ปากเกร็ด เพื่อลดปัญหายาเสพติดในพื้นที่
วันนี้ 29 ต.ค.61 ที่สุเหร่าประเสริฐอิลาม ม.3 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รรท.ผบช.ภ1.เดินทางมาตรวจเยี่ยมโครงการ “ปักกลด” ของ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมีพ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล รรท.ผบก.นนทบุรี พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ดพ.ต.ท.สุพิน เนาว์ประโคน รอง ผกก.ป.สภ.ปากเกร็ด พ.ต.ท.ทองรชฏ เหรียญสุวงษ์ สว.ป.สภ.ปากเกร็ด พ.ต.ท.เทพรัตน์ ศุกระกาญจน์ สวป.สภ.ปากเกร็ด หน.ชุดชุมชนสัมพันธ์พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด,ทหาร,ฝ่ายปกครอง,และนายชัยรัตน์ ดีขึ้น(คอเต็บมัสยิด)ผู้นำชุมชนประเสริฐอิสลาม,
น.ส.อามีเนาะ ลามอ ประธานชุมชนบางตลาด,นายวรพจน์ ศรีน้อมน้อย ประธาน กต.ตร.สภ.ปากเกร็ด,เจ้าหน้าที่และประชาชนในชุมชนประเสริฐอิสลามให้การต้อนรับ
พล.ต.ต.อำพล กล่าวว่าโครงการประชารัฐร่วมใจต้านภัยยาเสพติด(ปักกลด) จัดทำเพื่อต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ประจำที่ในแหล่งชุมชน นอนค้างพักแรมกับประชาชนเพื่อต้องการให้ทราบถึงความเป็นอยู่สภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนในชุมชนเพราะเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ถ้าหากประชาชนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกพื้นที่ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 ต้องร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดไม่ให้เข้ามาระบาดภายในชุมชน ดังนั้นจึงอยากให้พวกเราคนในชุมชนช่วยกันสอดส่องดูแลซึ่งกันและกันช่วยหยุดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชนเพื่อให้ชุมชนของเราเป็น“ชุมชนสีขาว”
พ.ต.อ.เขมพัทธ์ กล่าว่าสำหรับโครงการ“ปักกลด“ที่เกิดขึ้นนั้นในอดีตชุมชนประเสริฐอิสลามเคยเป็นชุมชน“สีแดง”ของหน่วยปราบปรามยาเสพติด (ปปส.)มาก่อนต่อมาทาง สภ.ปากเกร็ดพยามเร่งรัดปราบปรามยาเสพติดในชุมชนมาโดยตลอดแต่พอมีการดำเนินการตามแผนโครงการ“ปักกลด”เป็นแนวคิดของ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รรท.ผบช.ภ.1 โดยการริเริ่มจากการเข้าถึงผู้นำชุมชนเพื่อการประสานงานในส่วนต่างๆต่อมาก็เป็นการจุดประกายความคิดพูดคุยนำเสนอความคิดกับผู้นำชุมชนเพื่อให้รับทราบถึงข้อดีข้อเสียในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ต่อมาก็ได้ศึกษาพื้นฐานข้อมูลลองมาพูดคุยเคาะประตูบ้านกับชาวบ้านในชุมชนเพื่อศึกษาข้อมูลรายละเอียดของชาวบ้านในชุมชนและวิเคราะห์การแก้ปัญหาร่วมกันเพื่อปรึกษาหารือหาทางร่วมกันแก้ปัญหายาเสพติดภายในชุมชน จึงจะทำให้สามารถแก้ปัญหายาเสพติดภายในชุมชนมัสยิดประเสริฐอิสลามจากพื้นที่สีแดงให้เป็นพื้นที่สีขาว
วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561
สืบสานวัฒนธรรมประเพณี บุญมหากฐินสามัคคี ประจำปี 2561 ทอดถวาย ณ วัดธาตุ ต.บ้านเป้า
นายอำเภอเกษตรสมบูรณ์ประธานพิธีทอดผ้ากฐินสามัคคี
วันที่ 28ตุลาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 07.30 น.เป็นต้นไป ที่ศาลาประชาคม หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านเป้า อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ
นายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอเกษตรสมบูรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานพิธีทอดกฐินสามัคคีทอดถวาย ณ วัดธาตุบ้านเป้า พร้อมด้วยส่วนราชการประกอบด้วย พ ต.ท.อำนวย บุญกอบ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านเป้า,นายยศพล โลหะทิน ปลัดเทศบาลฯ นายขวาลวงศ์ ฦๅปัญญาที่ปรึกษานายกเทศมนตรี นางเข็มไทย ปานพรม ประธานองค์กรพัฒนาบทบาทสตรีบ้านเป้า และนางจตุรพร เลี่ยมปรีชา นางประนอม เลี่ยมปรีชา นายธีระ ลาภประสพ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 กลุ่ม คณะกรรมการพัฒนาบทบาทสตรีฯพร้อมด้วยชาวบ้าน ได้ร่วมกันเตรียมจัดสถานที่ เพื่อ รองรับตั้งกองกฐินสามัคคีประเพณบุญใหญ่ที่สืบทอดต่อกันมายาวนาน ตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเตรียมชุดเครื่องกฐินและบริวาร เพื่อทอดถวาย ณ วัดธาตุ ตำบลบ้านเป้า รายได้สมทบทุนร่วมสร้างมหาธาตุเจดีย์ โดยกำหนดการระหว่างวันที่ 27-28 ตุลาคม 2561นี้โดย
ในวันเสารฺที่ 27 ตุลาคม 2561เป็นวันรวมกองกฐิน มีประชาชนพุทธบริษัททั้งในและนอกพื้นที่มาร่วมงานบุญประเพณี เป็นจำนวนมากทุกปี ตอนกลางวัน มีมหรสพ หมอลำกลอน ทั้งลำกลอนประยุกต์, รถแห่ดนตรีสด, เวทีหมอลำซึ่งสนับสนุนโดยนายรุจาพงษ์ สิริเศรษฐานันท์ สมาชิกสภาจังหวัดชัยภูมิ และมี หมอลำกลอนพื้นบ้าน สมโภช องค์ผ้ากฐินโดยมีเจ้าภาพออกค่าใช้จ่ายให้ฟรีทุกรายการจากชมรมศิษย์เก่าเป้าวิทยา ม.3 รุ่น 6เป็นเจ้าภาพ ซึ่งบุญกฐินได้ชื่อว่าเป็นบุญใหญ่ ทำได้ 1 ครั้งต่อ 1 วัดหลังวันออกพรรษา มีการถวายได้ครั้งเดียวเท่านั้น ตอนเย็นได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป เจริญพุทธมนต์ เพื่อเป็นศิริมงคล และมีมหรสพสมโภช ศิลปินอดีตนักร้องชื่อดัง ศรชัย เมฆวิเชียร ,สรชัย รุ่งสิริ พร้อมด้วยทีม รำวงย้อนยุค มาร่วมสร้างสีสรรค์แห่งความบันเทิงให้พี่น้องได้รับชมการแสดง แบบ "อิ่มบุญ อิ่มใจ" เพื่อสร้างพลังสามัคคีนำปัจจัย สมทบทุนสร้างมหาธาตุเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ พระอัฐิธาตุพระอานนท์ พระทองคำ พระกัจจายน์หยก พระหยกแก้วมรกตอาณาจักรขอม ทำจากหินหยกมรกตล้ำค่าคู่บ้านคู่เมือง และพระอัฐิธาตุพระอริยะสงฆ์สายหลวงปู่มั่น ให้เป็นที่เคารพสักการบูชาของสาธุชนชาวพุทธ เป็นที่ยึดเหนียวศูนย์รวมจิตใจ และต่อยอดพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกส่วนหนึ่งด้วย
ทั้งนี้ ในวันอาทิตย์ ที่ 28 ตุลาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 10.00.00 น นายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอเกษตรสมบูรณ์ ได้ให้เกียรติ เป็นประธานถวายผ้ากฐินฯ พร้อมด้วยข้าราชการ ผู้บริหารพนักงานเทศบาลตำบลบ้านเป้า , ร่วมขบวนแห่กองกฐินสามัคคี จากศาลาประชาคม หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านเป้า เข้าสู่ศาลาการเปรียญวัดธาตุบ้านเป้า ภายในขบวนแห่ประกอบด้วย การแสดงการฟ้อนรำ ของกลุ่มองค์กรพัฒนาบทบาทสตรีบ้านเป้าที่ได้ฝึกซ้อมเป็นเวลาหลายสัปดาห์ พร้อมกับ พ่อค้า ประชาชน ร่วมประกอบพิธีเป็นจำนวนมาก บุญกฐินสามัคคีในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนขบวนรถแห่ดนตรีสด จากการนำของเจ้าของร้านยุทธนาปลาสด/ร้านสินทร์ 2002 หจก.มีจงมีค้าวัสดุ ร้านนาวาพาณิชย์, ร้านพี่น่ากิ้ฟชอป, ซึ่งงานในครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป้าอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในงานและตลอดเส้นทาง ซึ่งในวันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม 2561วัดกำหนดทอดถวาย ได้ปัจจัยหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วสมทบทุนกว่า 600,000 บาทเศษ เพื่อให้งานบุญกฐินสามัคคี ส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณี ครั้งนี้ เป็นต้นแบบอันดี ของชุมชนในท้องถิ่นสืบไป
//นสพ.เจาะเลนส์//
นายอำเภอเกษตรสมบูรณ์ประธานพิธีทอดผ้ากฐินสามัคคี
วันที่ 28ตุลาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 07.30 น.เป็นต้นไป ที่ศาลาประชาคม หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านเป้า อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ
นายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอเกษตรสมบูรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานพิธีทอดกฐินสามัคคีทอดถวาย ณ วัดธาตุบ้านเป้า พร้อมด้วยส่วนราชการประกอบด้วย พ ต.ท.อำนวย บุญกอบ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านเป้า,นายยศพล โลหะทิน ปลัดเทศบาลฯ นายขวาลวงศ์ ฦๅปัญญาที่ปรึกษานายกเทศมนตรี นางเข็มไทย ปานพรม ประธานองค์กรพัฒนาบทบาทสตรีบ้านเป้า และนางจตุรพร เลี่ยมปรีชา นางประนอม เลี่ยมปรีชา นายธีระ ลาภประสพ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 กลุ่ม คณะกรรมการพัฒนาบทบาทสตรีฯพร้อมด้วยชาวบ้าน ได้ร่วมกันเตรียมจัดสถานที่ เพื่อ รองรับตั้งกองกฐินสามัคคีประเพณบุญใหญ่ที่สืบทอดต่อกันมายาวนาน ตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเตรียมชุดเครื่องกฐินและบริวาร เพื่อทอดถวาย ณ วัดธาตุ ตำบลบ้านเป้า รายได้สมทบทุนร่วมสร้างมหาธาตุเจดีย์ โดยกำหนดการระหว่างวันที่ 27-28 ตุลาคม 2561นี้โดย
ในวันเสารฺที่ 27 ตุลาคม 2561เป็นวันรวมกองกฐิน มีประชาชนพุทธบริษัททั้งในและนอกพื้นที่มาร่วมงานบุญประเพณี เป็นจำนวนมากทุกปี ตอนกลางวัน มีมหรสพ หมอลำกลอน ทั้งลำกลอนประยุกต์, รถแห่ดนตรีสด, เวทีหมอลำซึ่งสนับสนุนโดยนายรุจาพงษ์ สิริเศรษฐานันท์ สมาชิกสภาจังหวัดชัยภูมิ และมี หมอลำกลอนพื้นบ้าน สมโภช องค์ผ้ากฐินโดยมีเจ้าภาพออกค่าใช้จ่ายให้ฟรีทุกรายการจากชมรมศิษย์เก่าเป้าวิทยา ม.3 รุ่น 6เป็นเจ้าภาพ ซึ่งบุญกฐินได้ชื่อว่าเป็นบุญใหญ่ ทำได้ 1 ครั้งต่อ 1 วัดหลังวันออกพรรษา มีการถวายได้ครั้งเดียวเท่านั้น ตอนเย็นได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป เจริญพุทธมนต์ เพื่อเป็นศิริมงคล และมีมหรสพสมโภช ศิลปินอดีตนักร้องชื่อดัง ศรชัย เมฆวิเชียร ,สรชัย รุ่งสิริ พร้อมด้วยทีม รำวงย้อนยุค มาร่วมสร้างสีสรรค์แห่งความบันเทิงให้พี่น้องได้รับชมการแสดง แบบ "อิ่มบุญ อิ่มใจ" เพื่อสร้างพลังสามัคคีนำปัจจัย สมทบทุนสร้างมหาธาตุเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ พระอัฐิธาตุพระอานนท์ พระทองคำ พระกัจจายน์หยก พระหยกแก้วมรกตอาณาจักรขอม ทำจากหินหยกมรกตล้ำค่าคู่บ้านคู่เมือง และพระอัฐิธาตุพระอริยะสงฆ์สายหลวงปู่มั่น ให้เป็นที่เคารพสักการบูชาของสาธุชนชาวพุทธ เป็นที่ยึดเหนียวศูนย์รวมจิตใจ และต่อยอดพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกส่วนหนึ่งด้วย
ทั้งนี้ ในวันอาทิตย์ ที่ 28 ตุลาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 10.00.00 น นายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอเกษตรสมบูรณ์ ได้ให้เกียรติ เป็นประธานถวายผ้ากฐินฯ พร้อมด้วยข้าราชการ ผู้บริหารพนักงานเทศบาลตำบลบ้านเป้า , ร่วมขบวนแห่กองกฐินสามัคคี จากศาลาประชาคม หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านเป้า เข้าสู่ศาลาการเปรียญวัดธาตุบ้านเป้า ภายในขบวนแห่ประกอบด้วย การแสดงการฟ้อนรำ ของกลุ่มองค์กรพัฒนาบทบาทสตรีบ้านเป้าที่ได้ฝึกซ้อมเป็นเวลาหลายสัปดาห์ พร้อมกับ พ่อค้า ประชาชน ร่วมประกอบพิธีเป็นจำนวนมาก บุญกฐินสามัคคีในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนขบวนรถแห่ดนตรีสด จากการนำของเจ้าของร้านยุทธนาปลาสด/ร้านสินทร์ 2002 หจก.มีจงมีค้าวัสดุ ร้านนาวาพาณิชย์, ร้านพี่น่ากิ้ฟชอป, ซึ่งงานในครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป้าอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในงานและตลอดเส้นทาง ซึ่งในวันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม 2561วัดกำหนดทอดถวาย ได้ปัจจัยหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วสมทบทุนกว่า 600,000 บาทเศษ เพื่อให้งานบุญกฐินสามัคคี ส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณี ครั้งนี้ เป็นต้นแบบอันดี ของชุมชนในท้องถิ่นสืบไป
//นสพ.เจาะเลนส์//
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม.
วันนี้ (30 ต.ค.61) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร และ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบโยบายให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยมี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. และ ข้าราชการตำรวจในสังกัด สตม. ให้การต้อนรับ
ตามนโยบายด้านความมั่นคงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง โดยมี พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร และ พล.ต.ท.พรหมธร ภาคอัต ผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบกำกับดูแลสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ถือเป็นหน่วยงานที่ควบคุมการเดินทางเข้า-ออก และอยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวในประเทศไทย ตลอดจนงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงของประเทศ ในวันนี้จึงได้มาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายในการปฏิบัติงานให้กับ สตม. โดยมีประเด็นที่สำคัญ ดังนี้
1. ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ดูแลการบริหารจัดการภายในท่าอากาศยานให้มีประสิทธิภาพ คิวห้ามยาว และ เรื่องร้องเรียนต้องลดลง หรือ ไม่มีเลย
2. ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ สอดส่อง กวดขัน มิให้มีการทุจริตในกระบวนการเกี่ยวกับการขอ Visa on Arrival และ งานขออยู่ต่อ โดยเด็ดขาด
3. ต้องทำงานสืบสวนเชิงรุก เน้นผลการจับกุมคดีสำคัญ หรือคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชน
4. ตรวจสอบการขออยู่ต่อของคนต่างด้าวทุกพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อกวดขันผู้ที่อยู่เกินกำหนด (Over Stay) และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
5. ให้เจ้าหน้าที่กวดขันการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ มาตรา 38
6. ดำเนินการจับกุมแรงงาน 3 สัญชาติ ให้เป็นไปตามระเบียบ และสนองนโยบายของรัฐบาล
7. ให้จัดเก็บบัตร ตม.6 อย่างเป็นระบบ และกวดขันให้คนต่างด้าวกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
8. พัฒนาและตรวจสอบระบบเทคโนโลยี ให้มีความเสถียร สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ สอดคล้องนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล
9. กวดขันเจ้าหน้าที่ มิให้มีการทุจริตโดยเด็ดขาด ต้องไม่สร้างเงื่อนไขเพื่อเรียกรับผลประโยชน์
10. กรณีในการขออยู่ต่อ ให้พิจารณาตามระเบียบและกฎหมายกำหนดโดยเคร่งครัด ห้ามมิให้เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมเกินจากที่กฎหมายกำหนดไว้
11. ให้เจ้าหน้าที่ทุกนาย เน้นการบริการด้วยความสุภาพ และมีมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ได้กำชับให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดูแลงานด้านความมั่นคง ควบคู่ไปกับงานด้านบริการ ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ขอขอบคุณ ภาพ/ ข่าว จาก
พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.
วันนี้ (30 ต.ค.61) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร และ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบโยบายให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยมี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. และ ข้าราชการตำรวจในสังกัด สตม. ให้การต้อนรับ
ตามนโยบายด้านความมั่นคงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง โดยมี พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร และ พล.ต.ท.พรหมธร ภาคอัต ผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบกำกับดูแลสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ถือเป็นหน่วยงานที่ควบคุมการเดินทางเข้า-ออก และอยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวในประเทศไทย ตลอดจนงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงของประเทศ ในวันนี้จึงได้มาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายในการปฏิบัติงานให้กับ สตม. โดยมีประเด็นที่สำคัญ ดังนี้
1. ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ดูแลการบริหารจัดการภายในท่าอากาศยานให้มีประสิทธิภาพ คิวห้ามยาว และ เรื่องร้องเรียนต้องลดลง หรือ ไม่มีเลย
2. ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ สอดส่อง กวดขัน มิให้มีการทุจริตในกระบวนการเกี่ยวกับการขอ Visa on Arrival และ งานขออยู่ต่อ โดยเด็ดขาด
3. ต้องทำงานสืบสวนเชิงรุก เน้นผลการจับกุมคดีสำคัญ หรือคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชน
4. ตรวจสอบการขออยู่ต่อของคนต่างด้าวทุกพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อกวดขันผู้ที่อยู่เกินกำหนด (Over Stay) และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
5. ให้เจ้าหน้าที่กวดขันการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ มาตรา 38
6. ดำเนินการจับกุมแรงงาน 3 สัญชาติ ให้เป็นไปตามระเบียบ และสนองนโยบายของรัฐบาล
7. ให้จัดเก็บบัตร ตม.6 อย่างเป็นระบบ และกวดขันให้คนต่างด้าวกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
8. พัฒนาและตรวจสอบระบบเทคโนโลยี ให้มีความเสถียร สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ สอดคล้องนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล
9. กวดขันเจ้าหน้าที่ มิให้มีการทุจริตโดยเด็ดขาด ต้องไม่สร้างเงื่อนไขเพื่อเรียกรับผลประโยชน์
10. กรณีในการขออยู่ต่อ ให้พิจารณาตามระเบียบและกฎหมายกำหนดโดยเคร่งครัด ห้ามมิให้เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมเกินจากที่กฎหมายกำหนดไว้
11. ให้เจ้าหน้าที่ทุกนาย เน้นการบริการด้วยความสุภาพ และมีมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ได้กำชับให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดูแลงานด้านความมั่นคง ควบคู่ไปกับงานด้านบริการ ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ขอขอบคุณ ภาพ/ ข่าว จาก
พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.
วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561
วันนี้(30 ต.ค.2561)เวลา10.00น.มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ มูลนิธิการกุศลอุบลราชธานี(จีตัมเกาะ) จ.อุบลฯ
นำโดยคุณศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเหรัญญิก, คุณจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและรองเลขาธิการ, คุณสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการ, คุณธฤต โอภาสวงศ์ ผช.กรรมการ, คุณวุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย ผจก.มูลนิธิฯ คุณพินัย ศรีพนาสณฑ์ รก.ผจก.ฝ่ายสังคมฯและ หน.ผ.สังคมฯ
พร้อมด้วย คุณอัญชลี จงคดีกิจ (ปุ๊) นักร้องชื่อดังซึ่งเป็นอาสาสมัครศิลปินของมูลนิธิฯ ร่วมกันทำพิธีใน “โครงการ ป่อเต็กตึ๊งสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ให้โอกาสชีวิต" มอบรถเข็นวีลแชร์แก่คนพิการเพื่อการดำรงชีวิต จำนวน 100 คัน คิดเป็นมูลค่า 300,000 บาท(สามแสนบาทถ้วน)
โดยมีคุณ เกริกชัย ผ่องแผ้ว ปลัดจังหวัดอุบลฯ พร้อมประธานและคณะกรรมการมูลนิธิการกุศลอุบลราชธานี(จีตัมเกาะ) ร่วมในพิธิครั้งนี้.
นำโดยคุณศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเหรัญญิก, คุณจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและรองเลขาธิการ, คุณสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการ, คุณธฤต โอภาสวงศ์ ผช.กรรมการ, คุณวุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย ผจก.มูลนิธิฯ คุณพินัย ศรีพนาสณฑ์ รก.ผจก.ฝ่ายสังคมฯและ หน.ผ.สังคมฯ
พร้อมด้วย คุณอัญชลี จงคดีกิจ (ปุ๊) นักร้องชื่อดังซึ่งเป็นอาสาสมัครศิลปินของมูลนิธิฯ ร่วมกันทำพิธีใน “โครงการ ป่อเต็กตึ๊งสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ให้โอกาสชีวิต" มอบรถเข็นวีลแชร์แก่คนพิการเพื่อการดำรงชีวิต จำนวน 100 คัน คิดเป็นมูลค่า 300,000 บาท(สามแสนบาทถ้วน)
โดยมีคุณ เกริกชัย ผ่องแผ้ว ปลัดจังหวัดอุบลฯ พร้อมประธานและคณะกรรมการมูลนิธิการกุศลอุบลราชธานี(จีตัมเกาะ) ร่วมในพิธิครั้งนี้.
เดอะโอ๋ !!! ติวเข้ม !!!ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง ตำรวจภูธรภาค 1 (ศปอร.ภ.1)
วันนี้ 29 ต.ค.61 ที่ห้องประชุมไอยรา 1 ชั้น 3 อาคาร บก.สส.ภ.1
พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1/รอง ผอ.ศปอร.ภ.1
เป็นประธานในการประชุมกำชับการปฏิบัติงานของศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง ตำรวจภูธรภาค 1 (ศปอร.ภ.1)ครั้งที่ 1/2562 ตามคำสั่ง ภ.1 ที่ 298/2561 ลงวันที่ 1 ต.ค.61 เรื่อง การกำหนดลักษณะงานและการมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้ รอง ผบช.ภ.1โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 รับผิดชอบศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง ตำรวจภูธรภาค 1 (ศปอร.ภ.1)โดยมี พ.ต.อ.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ รรท.ผบก.ประจำ.ภ.1/ผู้ช่วย ผอ.ศปจร.ภ.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภากรณ์ จันทาบุตร รอง ผบก.ฯปฏิบัติราชการ สส.ภ.1/หน.ชุดปฏิบัติการฯ
พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายอำนวยการและชุดปฏิบัติการศปอร.ภ.1 ตามคำสั่ง ภ.1 ที่ 318/2561 ลงวันที่ 24 ต.ค.61 เข้าร่วมในการประชุม
พล.ต.ต.ธนายุตม์ กล่าวกำชับในที่ประชุมว่าให้ข้าราชการตำรวจทุกนายขับเคลื่อนและปฏิบัติตามนโยบายและคำสั่งของรัฐบาล,ผบ.ตร.และ ผบช.ภ.1 อย่างเคร่งครัดโดยเน้นย้ำให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรมพร้อมให้มีการเฝ้าระวังบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่มีพฤติการณ์เป็นผู้มีอิทธิพล หรือที่อาจมีการดำเนินการเป็นเครือข่าย รวมถึงผู้มีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลที่สำคัญ ตาม 16 มูลฐานความผิด เช่น นายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ การฮั้วประมูล การเรียกรับผลประโยชน์จากคิวรถรับจ้างฯ ค่าคุ้มครอง และสถานบริการ การลักลอบขนสินค้าหนีภาษีฯ บ่อนการพนันฯ ขบวนการค้ามนุษย์ การหลอกลวงประชาชนไปทำงานต่างประเทศ ต้มตุ๋นนักท่องเที่ยว มือปืนรับจ้าง รับจ้างทวงหนี้ ค้าอาวุธเถื่อน บุกรุกที่ดิน และผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและให้ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูล ประวัติ พฤติการณ์ ของบุคคล กลุ่มบุคคล หรือนิติบุคคล เครือข่ายผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง และหมายจับค้างเก่าเกี่ยวกับมือปืน รวมถึงบุคคลผู้เคยมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งหมด โดยกำหนดเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีพฤติการณ์เป็นมือปืน ดาวรุ่ง ผู้จัดหา(เอเย่นต์)
พร้อมให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ตรวจสอบ ควบคุม กำกับดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ห้ามมิให้เรียกรับผลประโยชน์เป็นอันขาด และมิให้มีการจับกุมในลักษณะกลั่นแกล้ง มีส่วนพัวพัน หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากพบว่ามีการกระทำความผิดให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดและได้กำชับเรื่องการรายงานข้อราชการสำคัญ ให้ปฏิบัติตามหนังสือข้อสั่งการว่าด้วยเรื่องการรายงานเหตุให้ทราบ อย่างเคร่งครัด อย่าให้เกิดข้อบกพร่องเป็นอันขาด
วันนี้ 29 ต.ค.61 ที่ห้องประชุมไอยรา 1 ชั้น 3 อาคาร บก.สส.ภ.1
พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1/รอง ผอ.ศปอร.ภ.1
เป็นประธานในการประชุมกำชับการปฏิบัติงานของศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง ตำรวจภูธรภาค 1 (ศปอร.ภ.1)ครั้งที่ 1/2562 ตามคำสั่ง ภ.1 ที่ 298/2561 ลงวันที่ 1 ต.ค.61 เรื่อง การกำหนดลักษณะงานและการมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้ รอง ผบช.ภ.1โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 รับผิดชอบศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง ตำรวจภูธรภาค 1 (ศปอร.ภ.1)โดยมี พ.ต.อ.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ รรท.ผบก.ประจำ.ภ.1/ผู้ช่วย ผอ.ศปจร.ภ.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภากรณ์ จันทาบุตร รอง ผบก.ฯปฏิบัติราชการ สส.ภ.1/หน.ชุดปฏิบัติการฯ
พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายอำนวยการและชุดปฏิบัติการศปอร.ภ.1 ตามคำสั่ง ภ.1 ที่ 318/2561 ลงวันที่ 24 ต.ค.61 เข้าร่วมในการประชุม
พล.ต.ต.ธนายุตม์ กล่าวกำชับในที่ประชุมว่าให้ข้าราชการตำรวจทุกนายขับเคลื่อนและปฏิบัติตามนโยบายและคำสั่งของรัฐบาล,ผบ.ตร.และ ผบช.ภ.1 อย่างเคร่งครัดโดยเน้นย้ำให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรมพร้อมให้มีการเฝ้าระวังบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่มีพฤติการณ์เป็นผู้มีอิทธิพล หรือที่อาจมีการดำเนินการเป็นเครือข่าย รวมถึงผู้มีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลที่สำคัญ ตาม 16 มูลฐานความผิด เช่น นายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ การฮั้วประมูล การเรียกรับผลประโยชน์จากคิวรถรับจ้างฯ ค่าคุ้มครอง และสถานบริการ การลักลอบขนสินค้าหนีภาษีฯ บ่อนการพนันฯ ขบวนการค้ามนุษย์ การหลอกลวงประชาชนไปทำงานต่างประเทศ ต้มตุ๋นนักท่องเที่ยว มือปืนรับจ้าง รับจ้างทวงหนี้ ค้าอาวุธเถื่อน บุกรุกที่ดิน และผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและให้ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูล ประวัติ พฤติการณ์ ของบุคคล กลุ่มบุคคล หรือนิติบุคคล เครือข่ายผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง และหมายจับค้างเก่าเกี่ยวกับมือปืน รวมถึงบุคคลผู้เคยมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งหมด โดยกำหนดเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีพฤติการณ์เป็นมือปืน ดาวรุ่ง ผู้จัดหา(เอเย่นต์)
พร้อมให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ตรวจสอบ ควบคุม กำกับดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ห้ามมิให้เรียกรับผลประโยชน์เป็นอันขาด และมิให้มีการจับกุมในลักษณะกลั่นแกล้ง มีส่วนพัวพัน หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากพบว่ามีการกระทำความผิดให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดและได้กำชับเรื่องการรายงานข้อราชการสำคัญ ให้ปฏิบัติตามหนังสือข้อสั่งการว่าด้วยเรื่องการรายงานเหตุให้ทราบ อย่างเคร่งครัด อย่าให้เกิดข้อบกพร่องเป็นอันขาด
สภ.ทรายขาว..รายงานการขับเคลื่อน "โครงการบ้านบ่อม่วงสีขาว(นำร่อง)ปลอดยาเสพติด" และดำเนินมาตรการ "ตัดมือตัดเท้า" โดยการตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด
วันที่ 28 ต.ค.61 เวลาระหว่าง 10.30 - 11.00 น. ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี สั่งการให้ ร.ต.ต.ประคอง บริโท รอง สว(ป.)สภ.ทรายขาว ร้อยเวร 20 สายตรวจรถยนต์ รวมจำนวน 5 นาย ร่วมกันตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด บนถนนสาย ทรายขาว-บ่อม่วง หมู่ที่ 4 (บ้านบ่อม่วง) ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่
ผลการปฏิบัติ ดังนี้...
- ตรวจค้นรถยนต์ 6 คัน
- ตรวจค้นรถจักรยานยนต์ 9 คัน
ผลปรากฏว่า ไม่พบสิ่งผิดกฏหมายเเต่อย่างใด
(และได้ทำการบันทึกการปฏิบัติเข้าสู่ระบบ "Police 4.0" ตามนโยบาย ภ.8 ไว้เเล้ว)
เพื่อโปรดทราบ
พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์
ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่
วันที่ 28 ต.ค.61 เวลาระหว่าง 10.30 - 11.00 น. ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี สั่งการให้ ร.ต.ต.ประคอง บริโท รอง สว(ป.)สภ.ทรายขาว ร้อยเวร 20 สายตรวจรถยนต์ รวมจำนวน 5 นาย ร่วมกันตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด บนถนนสาย ทรายขาว-บ่อม่วง หมู่ที่ 4 (บ้านบ่อม่วง) ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่
ผลการปฏิบัติ ดังนี้...
- ตรวจค้นรถยนต์ 6 คัน
- ตรวจค้นรถจักรยานยนต์ 9 คัน
ผลปรากฏว่า ไม่พบสิ่งผิดกฏหมายเเต่อย่างใด
(และได้ทำการบันทึกการปฏิบัติเข้าสู่ระบบ "Police 4.0" ตามนโยบาย ภ.8 ไว้เเล้ว)
เพื่อโปรดทราบ
พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์
ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่
วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2561
“รรท.ผบช.สตม. นำทีม ตม.จิตอาสา ปลูกป่าชายเลน”
วันนี้ (27 ตุลาคม 2561) เวลา 09.00 น. พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นประธานเปิด “โครงการจิตอาสาปลูกป่าชายเลน เพื่อน้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” โดยนำข้าราชการตำรวจจิตอาสาในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ และชาวต่างชาติที่มีจิตอาสา รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,000 คน ร่วมกันปลูกต้นกล้า ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ฯ กล่าวว่า เนื่องด้วย ในวันที่ 13 ต.ค. เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และวันที่ 21 ต.ค. เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ โดยให้หน่วยงานและข้าราชการตำรวจในสังกัด รวมถึงชาวต่างชาติที่มีจิตอาสา ร่วมกันปลูกป่าชายเลน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่9 และสมเด็จย่าของปวงพสกนิกรชาวไทย
อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มสมดุลให้กับระบบนิเวศน์ทางทะเล ฟื้นฟูป่าชายเลน อันเป็นแนวป้องกันทางธรรมชาติที่ช่วยรักษาชายฝั่งทะเลไม่ให้ถูกกัดเซาะจากคลื่นทะเล ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของป่าชายเลน เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน รักต้นไม้ รักป่าไม้ และตระหนักรู้ถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศ
//ภาพ/ข้อมูลข่าว//
ทีมข่าว นสพ.เจาะเลนส์
วันนี้ (27 ตุลาคม 2561) เวลา 09.00 น. พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นประธานเปิด “โครงการจิตอาสาปลูกป่าชายเลน เพื่อน้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” โดยนำข้าราชการตำรวจจิตอาสาในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ และชาวต่างชาติที่มีจิตอาสา รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,000 คน ร่วมกันปลูกต้นกล้า ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ฯ กล่าวว่า เนื่องด้วย ในวันที่ 13 ต.ค. เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และวันที่ 21 ต.ค. เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ โดยให้หน่วยงานและข้าราชการตำรวจในสังกัด รวมถึงชาวต่างชาติที่มีจิตอาสา ร่วมกันปลูกป่าชายเลน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่9 และสมเด็จย่าของปวงพสกนิกรชาวไทย
อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มสมดุลให้กับระบบนิเวศน์ทางทะเล ฟื้นฟูป่าชายเลน อันเป็นแนวป้องกันทางธรรมชาติที่ช่วยรักษาชายฝั่งทะเลไม่ให้ถูกกัดเซาะจากคลื่นทะเล ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของป่าชายเลน เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน รักต้นไม้ รักป่าไม้ และตระหนักรู้ถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศ
//ภาพ/ข้อมูลข่าว//
ทีมข่าว นสพ.เจาะเลนส์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)















































