วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์. หักพาล ผบช.สตม.ในฐานะรอง ผอ.ศปอส.ตร. พร้อมด้วยคณะทำงาน

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.  พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์. หักพาล ผบช.สตม.ในฐานะรอง ผอ.ศปอส.ตร. พร้อมด้วยคณะทำงาน

 ประกอบไปด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.พิษณุ อุณหเสรี รองผบก.ทล ,พ.ต.อ.สุกรี สินเย็น ผกก.ฝสต.1 กต.8 , พ.ต.อ.อัณณ์นพ อิ่มอุดม รองผกก.1บก.ปอศ พ.ต.ท.นฤวัต พุทธิวิโร สว.งานสายตรวจ 1 บก.สปพ. และร.ต.อ.นรบดี ดวงจิตต์ รองสว.(สอบสวน)สน.ปทุมวัน  และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา หน่วยบัญชาการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา  ร่วมกันจับกุมนายกฤษดา ไชยแค อายุ47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 284/2557 ลงวันที่ 20 ก.พ. 2557 ในฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,กระทำให้เกิดการระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น ,มีและใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้มีและให้ใช้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,พาอาวุธปืนและวัตถุระเบิดติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์,ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน และฝ่าฝืน ประกาศ ข้อกำหนด ที่ห้ามนำอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิดออกนอกเคหะสถาน ตามพรบ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551  โดยจับกุมได้ที่ชายแดนไทย ใกล้กับด่านจ.สระแก้ว ขณะพยายามหลบหนีเข้าเมือง 

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากนายกฤษดา เป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุปาระเบิดใส่เวทีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ที่ขณะนั้นปักหลักบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งมีนายถาวร เสนเนียม เป็นแกนนำควบคุมกำลังอยู่ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งหลังก่อเหตุได้หลบหนีการจับกุมไปกบดานอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งชุดสืบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบความเคลื่อนไหวที่ประเทศกัมพูชา จึงได้เดินทางเข้าพบพล.ท.แซมวันวีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อประสานความร่วมมือการทำงานร่วมระหว่างทางการไทยและทางการกัมพูชา ในการติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ โดยทางการกัมพูชาและทางการไทยสนธิกำลังปูพรมลงพื้นที่สืบสวนตามข้อมูลที่ทางตำรวจไทยประสาน  กระทั่งผู้ต้องหารายนี้ทนแรงกดดันไม่ไหวตัดสินใจข้ามกลับมาฝั่งไทยเพื่อมอบตัว และถูกคุมตัวได้ใกล้ด่านตม.สระแก้ว อ.คลองลึก 

มีรายงานว่าทันทีที่ชุดทำงานของพล.ต.อ.สุชาติ และพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ สามารถคุมตัวนายกฤษดา ทางพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้รายงานตรงต่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้รับทราบถึงผลการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญในคดีความมั่นคงรายนี้

เบื้องต้นจากการสอบปากคำนายกฤษดาให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับพวกที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ก่อเหตุความไม่สงบในห้วงระหว่างปี 2557 โดยทำมาทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งแรกก่อเหตุปาระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้ารพ.ราชวิถี และครั้งที่สองก่อเหตุที่บริเวณบรรทัดทอง ปาระเบิดใส่ขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส.  นอกจากนี้ยังร่วมอยู่ในเหตุการณ์ก่อความไม่สงบทางการเมืองในหลายครั้ง โดยในวันก่อเหตุได้นำระเบิดไปที่บริเวณจุดดังกล่าวจากนั้นก็ดึงสลักก่อนที่จะเขวี้ยงและวิ่งหนีไปโดยที่ไม่ได้หันมามองข้างหลังว่าระเบิดที่ปาไปส่งผลให้ใครได้รับบาดเจ็บบ้าง 
และไม่รู้สึกผิดที่ทำให้เกิดการเจ็บตายในครั้งแรก กระทั่งหลบหนีออกนอกประเทศจึงรู้สึกได้ว่าได้ก่อเหตุร้ายแรงลงไป ทั้งความเป็นอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นไปอย่างยากลำบาก และห่วงด้วยว่าจะถูกไล่เก็บจากพวกเดียวกันเนื่องจากมีค่าหัวกว่า 7 แสน
ทั้งยังเชื่อมันว่าประเทศชาติจะพัฒนาได้โดยไม่จำเป็นต้องทะเลาะกัน

////////

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น